
แก้เหลื่อมล้ำดันศก.โต4-5%
มาร์คแนะปรับโครงสร้างทั้งระบบ แผน11ให้รับมือประชาคมอาเซียน
มาร์คแนะปรับโครงสร้างทั้งระบบ แผน11ให้รับมือประชาคมอาเซียน
“อภิสิทธิ์” แนะรัฐบาลใหม่แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เดินหน้าแผน 11 สู่ความยั่งยืน โตปีละ 4-5%
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในการประชุมประจำปี 2554ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)เรื่องแผน 11 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนว่าสังคมไทยยังอยู่ในช่วงของการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุโดยมีประชากรในวัยแรงงานลดลงที่สำคัญปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมจะต้องหาแนวทางแก้ไข และสร้างความเท่าเทียมกันทั้งรายได้และการศึกษา
ทั้งหมดถือเป็นปัญหาที่ท้าทายการทำงานของรัฐบาลใหม่เป็นอย่างมาก ต้องแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเรื่องนี้จะต้องคิดในเชิงปฏิรูปโครงสร้างทั้งระบบ ต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนมีที่ยืนและโอกาส สุดท้ายคือ ปัญหาด้านการเมือง
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาที่ท้าทายรัฐบาลใหม่คือ การเตรียมพร้อมเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558ที่เศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบจากกระแสโลกาภิวัตน์ ซึ่งจะมีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ อุปสรรคเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ทำให้เกิดภัยพิบัติที่รุนแรงมากขึ้น กระทบต่อด้านการผลิตสินค้าเกษตร
ดังนั้น การขับเคลื่อนแผน 11 จะต้องเน้นเรื่องสร้างโอกาสและพัฒนาคุณภาพคนและสร้างความมั่นคงในชีวิต รวมทั้งส่งเสริมให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวแบบยั่งยืน
“วันนี้มีกระบวนการทางประชาธิปไตย ก็หวังว่าทุกอย่างจะเข้าสู่ระบบรัฐสภา ต้องลดความแตกแยก ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันช่วยให้รัฐบาลใหม่สามารถทำงานได้อย่างมีเอกภาพและมีกำลัง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
" การปรับค่าแรง จะสามารถทำได้อย่างยั่งยืนต้องเพิ่มทักษะผู้ใช้แรงงานควบคู่ไปกับค่าแรง"นายอภิสิทธิ์กล่าว นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า เห็นด้วยกับการตั้งเป้าหมายให้เศรษฐกิจขยายตัว 4-5% ในช่วง 5 ปี หรือถ้าต้องการจะโตกว่านี้ก็ทำได้ แต่ต้องทำด้วยความรอบคอบ เพราะการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการเป็นหนี้นั้นไม่ยั่งยืน เช่น กรีซ โปรตุเกส มีหนี้มากกว่ารายได้ จึงเรียกว่าภาวะล้มละลาย
ทั้งนี้การใช้หนี้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทำได้แต่ไม่ยั่งยืนและจะเสี่ยงมากที่จะเจอภาวะที่รายได้น้อยกว่าหนี้เช่น สหรัฐ เจอปัญหาหนี้ของประชาชน เรียกว่า กับดักหนี้ของชนชั้นกลาง ซึ่งจากข้อมูลของกองทุนทางการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ รายงานว่าใน33 ประเทศก้าวหน้า มี 4 ประเทศได้แก่เกาหลีไต้หวัน สิงคโปร์ ฮ่องกงที่สามารถก้าวข้ามกับดักของประเทศชั้นกลางได้ คือการมีความสามารถในการแข่งขัน
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมให้ยั่งยืน ต้องมียุทธศาสตร์ในการสร้างคุณค่าสินค้า การทำธุรกิจแบบคลัสเตอร์ และซัพพลายเชน มีมาตรการเชิงรุกรองรับประชาคมอาเซียน และเขตการค้าเสรี
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการ สศช. กล่าวว่า เป้าหมายของแผน 11 คือสังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขด้วยความเสมอภาค เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมและภาพลักษณ์คอร์รัปชันดีขึ้น เศรษฐกิจเติบโตไม่ต่ำกว่า 3% และต้องเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ของเอสเอ็มอีไม่ต่ำกว่า 40%







