
แดงยึดเบ็ดเสร็จ นอกสภา ใน สภา ครม.
ความยิ่งใหญ่ของขบวนการเสื้อแดงที่ออกมากดดันขับไล่พรรคประชาธิปัตย์และชนชั้นนำตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ความยิ่งใหญ่ของขบวนการเสื้อแดงที่ออกมากดดันขับไล่พรรคประชาธิปัตย์และชนชั้นนำตลอดหลายปีที่ผ่านมา
โดย...ทีมข่าวการเมือง
ความยิ่งใหญ่ของขบวนการเสื้อแดงที่ออกมากดดันขับไล่พรรคประชาธิปัตย์และชนชั้นนำตลอดหลายปีที่ผ่านมา จนกล่าวได้ว่า เป็นพลังสำคัญที่ทำให้พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งท่วมท้น กำลังเป็นบูเมอแรงที่กลับมาบ่อนแซะพรรคเพื่อไทยเอง
เป็นพรรคเพื่อไทยจากฝ่ายค้านที่ได้อำนาจรัฐ เป็นรัฐบาลด้วยชัยชนะเบ็ดเสร็จ ท่วมท้นไร้ข้อกังขา
แต่อำนาจมันหอมหวน ใครๆ ก็ช่วงชิง อยากได้กันทั้งนั้น...
ระหว่างที่รอคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลรับรอง สส. พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่า คาดว่าจะเปิดประชุมสภาเพื่อเลือกประธานสภาได้ในช่วงต้นเดือน ส.ค. และการจัดตั้ง “ครม.ปู 1” จะเสร็จกลางเดือน ส.ค.
ช่วงเดือนกว่า พรรคเพื่อไทยจะฝุ่นตลบอบอวลไปด้วยการต่อรอง กดดันขอตำแหน่งรัฐมนตรี
ทั้ง สส.ที่เป็นแกนนำจังหวัด เรียกร้อง กดดัน โควตาเก้าอี้รัฐมนตรีประจำภาค กลุ่มแกนนำระดับสูงของพรรคก็หวังจะได้รัฐมนตรีกระทรวงเกรดเอ
แค่นี้ก็เหนื่อยสำหรับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ดูจะไม่มีอำนาจเต็ม เพราะทุกคนต่างบินไปหานายใหญ่ผู้มีอำนาจจริงกันที่บรูไนและดูไบ
แต่ที่จะสร้างปัญหาแทรกซ้อนขึ้นมา คือ กรณีกลุ่มคนเสื้อแดงที่ออกมาเรียกร้องเก้าอี้รัฐมนตรี
พรรคเพื่อไทยวางไว้ 2 แนวทางในการตั้ง ครม.
1.เอาให้สวยเป็นที่ยอมรับน่าเชื่อถือ สมกับความงามของ “สาวปู” โดยอาจเปิดให้คนนอกมาร่วมนั่งในกระทรวงสำคัญเพื่อให้ ครม.ใหม่น่าเชื่อถือ
2.จัดตามโควตากลุ่มมุ้งและเสื้อแดง เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในพรรค และสร้างเสถียรภาพในเพื่อไทยและเสื้อแดง เป็นฐานเข้มแข็งสำหรับการบริหารประเทศที่เต็มไปด้วยอุปสรรคมากมายข้างหน้า
เสนาะ เทียนทอง ตัวเต็งเก้าอี้ รมว.เกษตรฯ เรียกร้องว่า ครม.เที่ยวนี้ต้องสวย และต้องไม่มีเสื้อแดงร่วมเป็นรัฐมนตรี เกรงจะเป็นสายล่อฟ้า
เป็นคำพูดที่หยามน้ำใจ บาดลึกกับเสื้อแดง เล่นเอาแกนนำ นปช.ในพรรคเพื่อไทยออกมาสวนกลับ ผู้เฒ่าวังน้ำเย็น ทำนอง “เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล”
สำหรับกองกำลังเสื้อแดง ทักษิณ ชินวัตร ตกรางวัลมาก่อนหน้านี้ที่สร้างผลงานจัดม็อบล้มรัฐ โดยให้ขึ้นเป็นผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ถึง 22 คน และลงสมัคร สส.เขตอีกเกือบ 10 คน จนได้มาเป็น สส.ทั้งหมดเกือบ 30 คน มากกว่าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค
จนมาถึงคิวสำหรับการจัด ครม. แกนนำเสื้อแดงไม่ว่า ก่อแก้ว พิกุลทอง นพ.เหวง โตจิราการ ชินวัฒน์ หาบุญพาด ยื่นคำขาดว่า เสื้อแดงต้องได้โควตา 2 เก้าอี้ คือ จตุพร พรหมพันธุ์ เป็น รมช.มหาดไทย และ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็น รมต.ประจำสำนกนายกฯ คุมสื่อ
ด้วยผลงานการต่อสู้อย่างเข้มข้นในช่วง 2 ปีกว่า ทั้งจัดม็อบ ยึดท้องถนน 69 วันขับไล่อภิสิทธิ์ และโค่นล้มระบอบอำมาตย์ จนเกิดสมรภูมิเดือด “ผ่านฟ้า-ราชประสงค์” แกนนำเสี่ยงตาย ทั้งสไนเปอร์ ติดคดีล้มเจ้า คดีผู้ก่อการร้ายโทษถึงประหารชีวิต หลายคนเข้าคุกตะรางเป็นว่าเล่น แม้ม็อบจะแพ้ในเหตุการณ์พฤษภาเลือด แต่แกนนำ นปช.ก็รวมพลังฟื้นขบวนการเสื้อแดงกลับมายิ่งใหญ่ได้อย่างเหลือเชื่อ ทำให้มวลชนเสื้อแดงกลายเป็นหัวคะแนนเกรดเอ ให้กับพรรคเพื่อไทยจนชนะได้เป็นรัฐบาล
นี่จึงทำให้แกนนำ นปช.อ้างผลงาน ที่ลูกพรรคหรือแกนนำพรรคเพื่อไทยก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออกว่า ทุกคนต่างได้มาเพราะเสื้อแดง ไม่ใช่มาด้วยความสามารถของ สส. โดยเฉพาะภาคอีสานและภาคเหนือ ที่กระแสแดงถล่มแบบสึนามิ เจาะทะลวงหลังบ้านแกนนำพรรคฝ่ายตรงค้านทั้งบุรีรัมย์ สุพรรณบุรี นครราชสีมา
เสื้อแดงจึงค้ำคอพรรคเพื่อไทย!
ถ้า ครม.รอบนี้ไม่มี “ตู่-เต้น” เป็นรัฐมนตรี ก็จะเกิดปัญหากับพรรคเพื่อไทย จึงเชื่อว่าทักษิณต้องยอมปูนบำเหน็จแกนนำ นปช.อย่างสาสม ขณะที่ ณัฐวุฒิ ก็พร้อมรับตำแหน่ง ไม่สนว่าจะ ติดคดีผู้ก่อการร้ายเหมือนที่เคยกล่าวหา กษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ หรือไม่
ปัญหาที่ต้องติดตามจากนี้ เมื่อแกนนำเสื้อแดงที่ชิงการนำจากแกนนำเพื่อไทย เหมือนพรรคหรือกองกำลังใหญ่ที่ครอบพรรคเพื่อไทยอยู่ และแยกจากกันไม่ออก ทุกอย่างจึงตกอยู่ภายใต้การควบคุมของแกนนำ นปช.
แน่นอนว่า ทักษิณ คือเจ้าของพรรคเพื่อไทย ส่วน ยิ่งลักษณ์ ว่าที่นายกฯ เป็นแค่หุ่นเชิด แต่การเติบใหญ่ของมวลชนเสื้อแดงอยู่ใต้การชี้นำของ “ตู่-เต้น” ได้เข้ามายึดกุมการนำในพรรคเพื่อไทยจนทักษิณก็ยังเกรงใจ ซึ่งหลายคนในพรรคไม่ชอบ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะต้องพึ่งคะแนนเสื้อแดง
สภาพของเสื้อแดง จึงยึดทั้งมวลชนนอกสภา มี ธิดา ถาวรเศรษฐ์ เป็นประธาน นปช. ที่ยังมีภารกิจตรวจสอบรัฐบาล เรียกร้องประชาธิปไตย ขับไล่อำมาตย์ โดยเฉพาะการเอาคนผิดในเหตุการณ์ความรุนแรงมาลงโทษพุ่งเป้าไปที่ “อภิสิทธิ์สุเทพ” ในสภาก็มี สส.เสื้อแดงถึง 15 คน หนึ่งในนั้นมี นพ.เหวง โตจิราการ สามีธิดา เป็นสส.ใน ครม.ฝ่ายบริหาร ก็มีแนวโน้มที่ “สองผู้นำแดง” จะเป็นรัฐมนตรี
สรุป เสื้อแดงคุมอำนาจเบ็ดเสร็จ นอกสภา ในสภา และอนาคตใน ครม.อีก
อย่างว่า อำนาจไม่เข้าใครออกใคร องค์กร นปช.กับพรรคเพื่อไทย เป็นเครือข่ายที่ทับซ้อนกันอยู่ และที่ผ่านมาแกนนำเพื่อไทยพยายามจำกัดบทบาทของแกนนำเสื้อแดงไม่ให้มีอำนาจเหนือพรรค เพราะถูกมองว่าใช้ความรุนแรงและติดภาพล้มสถาบัน
อนาคตรัฐบาล “ปูจ๋า” จึงวุ่น ที่สำคัญ ว่าที่นายกฯ หญิงอาจไม่เป็นตัวของตัวเอง และต้องตกรางวัลให้กับแกนนำเสื้อแดงไม่รู้จบ







