
อย่าผิดซ้ำสอง
วันที่ 45 ก.ค.นี้ เป็นวันครบรอบ 14 ปี การจัดตั้งสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
วันที่ 45 ก.ค.นี้ เป็นวันครบรอบ 14 ปี การจัดตั้งสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
โดยมีกิจกรรมหลายอย่าง ภายใต้แนวคิด “คนสร้างข่าว จริยธรรมสร้างคน” แต่กิจกรรมสำคัญที่สุดนั่นคือ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติและสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย จะมีมาตรการ “ตามธรรมนูญและข้อบังคับของสภาวิชาชีพทั้งสอง” ต่อกรณี วิม รุ่งวัฒนจินดา กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 108 ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ถึง พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย โดยมีเนื้อหาในลักษณะได้จ่ายค่าตอบแทนให้สื่อมวลชน 4 แห่ง เพื่อแลกกับการได้มาซึ่งการสนับสนุนการเสริมสร้างภาพลักษณ์ของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกฯ ขณะนี้
หลังมีการนำเสนอรายละเอียดของอีเมลฉบับนั้นออกมา ผู้บริหารองค์กรสื่อบางแห่งปฏิเสธว่ามิใช่หน้าที่ขององค์กรของตัวจะไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าว แต่ในที่สุด 4 องค์กรสื่อก็มีมติร่วมกันว่าจะมีมาตรการออกมาในวันนี้ ซึ่งเป็นวัน “ประชุมประจำเดือนตามปกติที่กำหนดไว้แล้ว”
ยังไม่แน่ชัดว่า การดำเนินการ “ตามธรรมนูญและข้อบังคับของสภาวิชาชีพทั้งสอง” จะหมายถึงการตั้งคณะกรรมการสอบสวนหรืออะไร แต่ถ้าสภาวิชาชีพทั้งสองจะรักษาเกียรติศักดิ์และความเชื่อถือของประชาชนต่อวิชาชีพสื่อมวลชน สภาวิชาชีพทั้งสองควรตั้งคณะกรรมการสอบสวนที่น่าเชื่อถือเพื่อค้นหาความจริงมาเปิดเผยโดยด่วน
กรณีนี้มิใช่เรื่องเล็ก เพราะหากมีการกระทำความผิดจริงมีโทษตาม พ.ร.บ.เลือกตั้ง มีโทษถึงยุบพรรค และสำหรับสื่อมวลชนนั้นการทำผิดจริยธรรมดังกล่าวก็มีโทษร้ายแรงถึงขั้นปราชิต ขาดจากความเป็นสื่อมวลชนทันที
เนื่องจากกรณีดังกล่าวมีการพาดพิงไปถึงประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติคนปัจจุบันโดยตรง ฉะนั้นสองสภาควรจะตั้งสื่อมวลชนที่ได้รับการยอมรับในเรื่องจริยธรรม และต้องไม่เกี่ยวข้องกับต้นสังกัดของนักข่าวที่ถูกกล่าวหา รวมทั้งอดีตกรรมการสภาฯ ที่ได้รับการเชื่อถือ เช่น กล้านรงค์ จันทิก มาเป็นกรรมการสอบสวน
ผู้อยู่ในวิชาชีพนี้ทุกคนต้องตระหนักว่าสังคมยอมรับให้สื่อตรวจสอบกันเอง ไม่เอากฎหมายมาบังคับก็เพราะเชื่อถือว่าสื่อจะปฏิบัติตามหลักนี้อย่างเคร่งครัด แต่เมื่อเกิดเหตุองค์กรวิชาชีพกลับไม่แสดงให้สังคมได้ประจักษ์ทันทีว่าสื่อมีกลไกตรวจสอบกันเองที่มีประสิทธิภาพ
การดำเนินการล่าช้า ต้องรอหารือตามวาระที่กำหนดไว้ล่วงหน้านั้นเป็นความผิดพลาดยิ่ง เพราะนำมาซึ่งความคลางแคลงใจของสาธารณชนและคนในวิชาชีพเองได้
สองสภาอย่าได้ทำผิดซ้ำสอง เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของนักข่าวกลุ่มที่ถูกกล่าวหาทั้งนั้น แต่มันคือความน่าเชื่อถือของสื่อทั้งหมด หนทางเดียวที่จะรักษาเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพนี้ไว้ได้คือ การตรวจสอบกันอย่างตรงไปตรงมา
หนทางอื่นจากนี้มิมีเลย







