
หวังรัฐบาลใหม่ดับไฟใต้
ผู้นำศาสนาและนักวิชาการหวังรัฐบาลเพื่อไทยเร่งแก้ปัญหาความไม่สงบในชายแดน 3 จังหวัดภาคใต้
ผู้นำศาสนาและนักวิชาการหวังรัฐบาลเพื่อไทยเร่งแก้ปัญหาความไม่สงบในชายแดน 3 จังหวัดภาคใต้
นายนิมุ มะกาเจ ประธานที่ปรึกษาเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดยะลา กล่าวว่า หลังจากที่พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง และได้จัดตั้งรัฐบาลนั้น ก็อยากจะขอให้รัฐบาลใหม่สนใจการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ที่ผลคะแนนของพรรคเพื่อไทยไม่ได้รับเลือกก็ตาม แต่คะแนนเสียงในพื้นที่ ที่ประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทยก็ไม่น้อย ก็หวังว่าทางรัฐบาลใหม่จะไม่ใจร้ายที่จะตัดการแก้ปัญหาภาคใต้ออกไป นโยบายการแก้ปัญหาภาคใต้ที่ได้หาเสียงเอาไว้ก็ควรที่จะเดินหน้าต่อไป พรรคควรจะต้องยืนยันในนโยบายแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ปัญหา
“วิธีดำเนินการในเมื่อในพื้นที่ไม่มี สส.ของพรรคเพื่อไทย ก็ควรที่จะใช้แขนขาที่มีอยู่ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) หรือหน่วยงานต่างๆ ที่มีอยู่แล้ว ในการดำเนินการต่อที่มีนโยบายของรัฐบาลเป็นผู้กำกับดูแล ให้หน่วยงานทหาร หน่วยงานภาครัฐ ศอ.บต. มาผนวกกันเป็นหนึ่งกับภาคประชาชน กระบวนการแก้ปัญหาจึงจะสัมฤทธิ์ผล ส่วนนโยบายมหานครปัตตานี หรือรูปแบบการปกครองพิเศษของพรรคเพื่อไทย ที่ได้หาเสียงมานั้น ตนมองว่าจะเป็นอะไรก็ตาม แนววิธีการก็จะต้องเป็นสิ่งที่ภาคประชาชนยอมรับ ตรงใจ สนองวัฒนธรรมวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน ซึ่งจะต้องให้เห็นภาพลักษณ์ของการแก้ปัญหาที่แท้จริง” นายนิมุ กล่าว
ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ โยธาทิพย์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา กล่าวว่า ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหากัมพูชา ก็คงจะเป็นปัญหาหลักที่ทางรัฐบาลใหม่ จะต้องเร่งแก้ปัญหา ฉะนั้นก็หวังว่า ถึงแม้พรรคเพื่อไทย ไม่ได้รับเลือกให้เป็น สส.ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ก็จะเป็นโอกาสของพรรคเพื่อไทยที่จะแสดงผลงานให้คนในพื้นที่ภาคใต้ ได้เห็นว่ารัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ได้เห็นความสำคัญในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มองว่ารัฐบาลควรที่จะเร่งให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน
“ปัญหาภาคใต้ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน การแก้ปัญหาไม่ควรจะเร่งรีบจนเกินไป จะต้องมีการวางแผนแก้ปัญหาระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาวเอาไว้ โดยเฉพาะการใช้กลไกลที่มีอยู่ในปัจจุบันก่อน ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นกลไกลของ ศอ.บต. รวมทั้งพี่น้องประชาชน ผู้นำศาสนา ที่รัฐบาลควรจะใช้สิ่งเหล่านี้ในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาในขั้นต้นก่อน” ผศ.ดร.สมบัติ กล่าว
อย่างไรก็ตามนโยบายมหานครปัตตานี ของพรรคเพื่อไทยที่ได้หาเสียงเอาไว้นั้นมองว่าจะต้องละเอียดอ่อน เพราะปัญหาที่ผ่านมาของพื้นที่ภาคใต้ เหตุหนึ่งคือความด่วนในการตัดสินใจ รัฐบาลจะต้องศึกษาให้ละเอียด ก่อนที่จะใช้แก้ปัญหา รูปแบบการปกครองเช่นนี้ ก็มีความเป็นไปได้ในอนาคต แต่คงจะไม่ใช่ปัจจุบันนี้ ประเทศชาติไม่สามารถทดลองอะไรได้ เรื่องเหล่านี้จะต้องมีความละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ ทุกคนในประเทศไทย อย่างเห็นภาคใต้เกิดความสงบสุข แต่การแก้ปัญหาภาคใต้จะแก้แบบหยาบๆไม่ได้ เพราะจะเกิดความเสียหายอย่างรุนแรงตามมา ปัญหาภาคใต้ไม่ใช่เป็นการทดลอง รัฐบาลจะต้องรอบคอบให้มากในเรื่องนี้







