
พีเน็ตแฉเหนือตอนล่างใช้เงินซื้อเสียงทุกเขต
พีเน็ตเผยภาคเหนือตอนล่างปูพรมใช้เงินซื้อคะแนนเสียงเขต"แดงล่วง ม่วงเอา เทาผ่านฉลุย"หรือเงินไม่มากาไม่เป็น
พีเน็ตเผยภาคเหนือตอนล่างปูพรมใช้เงินซื้อคะแนนเสียงเขต"แดงล่วง ม่วงเอา เทาผ่านฉลุย"หรือเงินไม่มากาไม่เป็น
นายประพจน์ ศรีเทศ ประธานพีเน็ตภาคเหนือตอนล่าง จ.พิษณุโลก กล่าวว่า ภาพรวมการเลือกตั้ง 9 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 36 เขตเลือกตั้ง 93 อำเภอ สต๊าฟพีเน็ตทุกจังหวัดได้ประเมินการเลือกตั้งครั้งในโค้งสุดท้ายของการหาเสียงว่า มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงค่อนข้างมากกว่าการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา และมีการซื้อหลายชั้น ปูพรหม เกทับกันถึง 2-3 ชั้น ในลักษณะ “แดงล่วง ม่วงเอา เทาผ่าน” หรือเงินไม่มากาไม่เป็น มีการใช้แบงก์สีแดงปูพรมไปก่อน คู่ต่อสู้ก็จะเกทับด้วยสีม่วง และถึงโค้งสุดท้ายแบงก์สีเทาก็จะผ่าน
นายประพจน์ กล่าวว่า เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นการเลือกตั้งสส.เพื่อจัดตั้งรัฐบาลตามปกติเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แต่เป็นการต่อสู้เชิงอุดมการณ์ด้วย การแข่งขันจึงค่อนข้างสูง และการใช้เงินซื้อเสียงเพื่อหวังผลจึงครอบคลุมทุกเขตเลือกตั้ง จะหนักบ้างเบาบ้าง แล้วแต่เขตเลือกตั้ง บางเขตก็เกทับกัน บางเขตก็เป็นการซื้อเสียงแบบปรองดอง ถ้ารู้ว่าตัวบุคคลไม่ได้ ก็ขอแบ่งเลือกพรรค เป็นต้น
นายประพจน์ กล่าวอีกว่า ประเด็นที่พีเน็ตเป็นห่วงคือ การยอมรับและความรุนแรงที่ตามมาหลังการเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พีเน็ตตั้งประเด็นว่าประชาชนมีความมั่นใจการการจัดการเลือกตั้งของกกต.เขตเลือกตั้งหรือไม่ สังเกตจากประธาน กรรมการ ของกกต.เขตเลือกตั้ง ทั้ง 36 เขต ใน 9 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง มีนายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้กำกับ ผู้อำนวยการโรงเรียน ที่ภาพรวมแล้ว ฝ่ายปกครองเป็นผู้จัดการเลือกตั้ง จากการเลือกตั้งล่วงหน้านอกและในเขตเลือกตั้ง มีความไม่สะดวก ประชาชนไม่พบรายชื่อตัวเอง จึงเกิดความไม่มั่นใจ
ขณะที่วันลงคะแนนเลือกตั้ง 3 ก.ค.นี้พีเน็ตจะส่งเจ้าหน้าที่ประเมินตามหน่วยเลือกตั้ง ตั้งแต่ก่อนเวลาเปิดลงคะแนน กรรมการหน่วยมาครบหรือไม่ มีการขานนับคะแนนตรงหรือไม่ เพราะห่วงความรุนแรงที่จะตามมา ถ้าผลคะแนนในหน่วยเลือกตั้งส่งไปยังกรรมการเขตเลือกตั้งแล้วไม่ตรงกัน อาจจะเกิดการร้องเรียน และความรุนแรงตามมา และไม่ยอมรับการเลือกตั้ง จึงวิงวอนขอให้ประชาชน ออกไปใช้สิทธิ์กันมาก ๆ ช่วยเฝ้าระวังการทุจริตการเลือกตั้งทุกรูปแบบ เฝ้าการนับคะแนน และจดผลคะแนนของแต่ละหน่วยเลือกตั้งไว้ด้วย
"การเลือกตั้งครั้งนี้ว่า ประชาชนมีความตื่นตัวพอสมควร โดยเฉพาะประชาชนในเขตชนบท จากเดิมที่ประชาชนในเขตเมืองจะรับรู้ข่าวสาร มีการวิเคราะห์และตัดสินใจได้รวดเร็ว แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนในเขตชนบทได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารจากสื่อสูงมาก ประกอบกับ มีการแข่งขันการหาเสียงที่นำนโยบายของพรรคมาหาเสียงควบคู่กับตัวบุคคล แกนนำพรรคใหญ่ ๆ ต่างลงพื้นที่ในเขตชนบทในเขต 9 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ประชาชนในเขตชนบท สามารถสัมผัสนโยบายหาเสียงทั้งในอดีตและปัจจุบันได้" นายประพจน์ กล่าว







