
จับโชเฟอร์แท็กซี่ชิงทรัพย์ลูกค้าประจำ
จับโชเฟอร์แท็กซี่ ชิงทรัพย์แม่ค้าเสื้อผ้าที่เป็นลูกค้าประจำ ผู้เสียหายสะเทือนใจถึงขั้นกินยาฆ่าตัวตาย เดชะบุญเพื่อนช่วยทัน
จับโชเฟอร์แท็กซี่ ชิงทรัพย์แม่ค้าเสื้อผ้าที่เป็นลูกค้าประจำ ผู้เสียหายสะเทือนใจถึงขั้นกินยาฆ่าตัวตาย เดชะบุญเพื่อนช่วยทัน
ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ต.อ.อธิป แท่นนิล ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ สว.กก.5 บก.ป.นำกำลังเข้าจับกุม นายไพฑูรย์ หน่อแก้ว อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 96/2 หมู่ 2 ต.บางหลวง อ.บางเลน จ.นครปฐม อาชีพขับรถแท็กซี่ ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร ที่ 228/2554 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2554 ข้อหา ชิงทรัพย์ผู้อื่นโดยใช้ยานพาหนะ พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ จับกุมได้ที่บริเวณอู่รถแท็กซี่ ซอยลาดหญ้า 5 ถนนลาดหญ้า แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กทม.
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้ก่อเหตุชิงทรัพย์ น.ส.นิด (นามสมมติ) อาชีพตระเวนขายเสื้อผ้าตามตลาดนัดหลายแห่ง ในระหว่างที่ น.ส.นิด โดยสารรถแท็กซี่ของผู้ต้องหาเพื่อเดินทางไปขายเสื้อผ้าที่ตลาดโรงเกลือ แต่กลับถูกผู้ต้องหาอ้างว่าขอแวะไปเติมแก๊สรถแท็กซี่ ที่บริเวณริมถนนพุทธสาคร หมู่ 11 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จากนั้นได้ฉวยโอกาสลงมือก่อเหตุทำร้ายร่างกายและพยายามปลุกปล้ำข่มขืนแต่ น.ส.นิด ทำทีแกล้งตาย ผู้ต้องหาจึงขโมยทรัพย์สินต่างๆ ก่อนจะปล่อยตัว น.ส.นิด ทิ้งไว้ข้างทางแล้วขับรถหลบหนีไป ภายหลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.กระทุ่มแบน แต่ก็เกิดความสะเทือนใจกับเหตุที่เกิดขึ้นจนตัดสินใจกินยาพิษเพื่อฆ่าตัวตาย แต่เพื่อนสามารถช่วยเหลือนำส่งไปรักษาที่ รพ.ได้ทัน ต่อมาชุดสืบสวน กก.5 บก.ป.ได้ร่วมกับตำรวจท้องที่ รวบรวมพยานหลักฐานก่อนขออนุมัติศาลจังหวัดสมุทรสาคร ออกหมายจับ กระทั่งสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้ดังกล่าว
สอบสวนนายไพฑูรย์ รับสารภาพว่า ลงมือก่อเหตุจริง โดยก่อนหน้านั้นเคยรับส่งผู้เสียหายไปขายเสื้อผ้าที่ตลาดย่านบางใหญ่ และบางบัวทอง จ.นนทบุรี มาแล้ว 2 ครั้ง จนเป็นลูกค้าประจำ จากนั้นทางผู้เสียหายได้ว่าจ้างให้ไปส่งที่ตลาดโรงเกลือ จึงขับรถไปรับผู้เสียหายที่บ้านพักย่านพุทธมณฑล สาย 4 ระหว่างนั้นตนเห็นว่าผู้เสียหายพกเงินสด บัตรเครดิต และทรัพย์สินต่างๆ ไปด้วยเป็นจำนวนมากจึงเกิดความโลภและวางแผนก่อเหตุเพื่อบังคับเอทรัพย์สินของผู้เสียหายไป โดยได้เงินสดจำนวน 17,000 บาทและโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง แต่นำมาใช้เพียงเครื่องเดียว สำหรับทรัพย์สินอื่นๆ ของผู้เสียหายได้โยนทิ้งคลองตะคล้าย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ไปทั้งหมด
นายไพฑูรย์ ให้การอีกว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงานเป็นพนักงานขายเครื่องใช้สำนักงานที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ระหว่างนั้นก็เคยก่อเหตุยักยอกเงินค่าสินค้าของบริษัทจนถูกไล่ออกจากงาน และถูกดำเนินคดีมาแล้ว โดยคดีดังกล่าวศาลตัดสินจำคุก 1 เดือนแทนค่าปรับ ซึ่งตนได้ประกันตัวออกมาและยังสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ แต่หลังจากตกงานจึงมายึดอาชีพขับรถแท็กซี่และมาลงมือก่อเหตุกับผู้เสียหายรายนี้ส่วนสาเหตุเป็นเพราะตนติดการพนันไฮโลอย่าหนัก และต้องการหาเงินมาใช้หนี้บัตรเครดิตด้วย ทั้งนี้ ชุดจับกุมได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่ง สภ.กระทุ่มแบน ดำเนินคดี อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้ต้องหาน่าจะเคยก่อเหตุลักษณะมาอีกหลายครั้งซึ่งผู้เสียหายสามารถเข้าชี้ตัวแจ้งข้อหาเพิ่มเติมได้ที่ สภ.กระทุ่มแบน







