posttoday
สกัดฐานเสียงแดงอีสาน เพื่อไทยได้ต่ำกว่าเป้า

สกัดฐานเสียงแดงอีสาน เพื่อไทยได้ต่ำกว่าเป้า

29 มิถุนายน 2554

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์หลักในทั้ง 20 จังหวัด มีจำนวน สส. รวมกันมากที่สุดถึง 126 คน

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์หลักในทั้ง 20 จังหวัด มีจำนวน สส. รวมกันมากที่สุดถึง 126 คน

โดย...ทีมข่าวภูมิภาค

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์หลักในทั้ง 20 จังหวัด มีจำนวน สส. รวมกันมากที่สุดถึง 126 คน เป็นสิ่งที่จะชี้ขาดผลการเลือกตั้ง ดังเช่นที่พรรคไทยรักไทยและพลังประชาชนในอดีตเคยได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้นในภาคอีสาน และเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลมาแล้ว

นับแต่เริ่มต้นการหาเสียงเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยมั่นใจอย่างมากว่าจะคว้าที่นั่งภาคอีสานมาได้ไม่ต่ำกว่า 100 ที่นั่ง ซึ่งปัจจัยหลักมาจากกระแสคนเสื้อแดง ซึ่งเคยมองกันว่าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพรรคเพื่อไทย แต่ในสนามเลือกตั้งที่มีสายสัมพันธ์ อำนาจ และผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง สิ่งที่เคยคาดการณ์ไว้กลับไม่เป็นเช่นนั้น ในจุดแข็งที่พรรคเพื่อไทยเชื่อมั่น กลับกลายเป็นจุดที่พรรคคู่แข่งพยายามบ่อนเซาะ และแย่งชิงมาใช้เป็นประโยชน์

แม้การปักธงขึ้นป้ายหมู่บ้านสีแดงในหลายพื้นที่ของภาคอีสานจะผุดขึ้นดาษดื่นราวดอกเห็ด แต่ก็เป็นเพียงการจัดขึ้นของบางกลุ่มที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพรรคเพื่อไทย หาใช่การแสดงพลังของคนเสื้อแดงทั้งหมด

สกัดฐานเสียงแดงอีสาน เพื่อไทยได้ต่ำกว่าเป้า

การเมืองในทุกระดับ แยกผู้ชนะและพ่ายแพ้ออกเป็น 2 ขั้ว 2 กลุ่ม การเมืองในพื้นที่ของกลุ่มเสื้อแดง ทั้งระบบเครือญาติ ระบบกลุ่มจัดตั้งอาชีพ เช่น กลุ่มสหกรณ์การเกษตร กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มโอท็อป กลุ่มกองทุนหมู่บ้าน ฯลฯ ต่างก็มีสายสัมพันธ์กับกลุ่มหรือพรรคการเมืองต่างๆ เป็นโอกาสที่ระบบจัดตั้งฐานคะแนนเสียงจะเข้าไปดึงมารวมไว้เป็นเครือข่าย

แม้การเลือกตั้งครั้งก่อน พรรคพลังประชาชนจะคว้าชัยชนะอย่างท่วมท้น กวาดที่นั่ง สส.อีสานได้กว่า 100 ที่นั่ง แต่ก็เป็นผลจากกลยุทธ์กวาดอดีต สส.เข้าสังกัด แต่หลังถูกยุบพรรคและแปรสภาพมาเป็นพรรคเพื่อไทย ประกอบกับกลุ่มเนวิน ชิดชอบ แยกมาตั้งพรรคภูมิใจไทย ความเป็นกลุ่มก้อนปึกแผ่นของเพื่อไทยก็ไม่เหมือนเดิม

ยุทธวิธีหลักที่พรรคคู่แข่งใช้ในการเจาะฐานเสียงเสื้อแดง คือ การดึงเอาสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือ ส.อบจ. มาเป็นพรรคพวกแนวร่วม โดยมุ่งหวังฐานเสียงในเขตของ ส.อบจ. ซึ่งจะขยายต่อลงไปในระดับเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จนถึงกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นช่องว่างให้พรรคคู่แข่งจัดตั้งระบบเครือข่ายฐานคะแนนเสียง เจาะฐานมวลชนเสื้อแดงให้แยกออกมาจากพรรคเพื่อไทย

ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้กุมกลไกอำนาจรัฐ ทำให้ความเคลื่อนไหวหรือการส่งกำลังบำรุงต่างๆ ของพรรคถูกสกัดกั้นอย่างหนัก

ยิ่งครั้งนี้เดิมพันของทุกฝ่ายสูง ประชาธิปัตย์ถึงแม้จะมิใช่คู่ชิงชัยหลักในภาคอีสาน แต่ก็สู้เต็มที่ บวกกับแรงประสานจากภูมิใจไทย ก็ยิ่งทำให้เพื่อไทยหืดขึ้นคอ การเคลื่อนไหวในทุกด้านไม่อาจทำได้โดยสะดวก ดังนั้นแม้จะเป็นต่อ แต่ความหวังจะชนะขาดลอย ถล่มทลาย ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป

จากเป้าหมาย 100 ที่นั่ง ความหวังของเพื่อไทยในขณะนี้คงเหลืออยู่ที่ระดับ 80 ที่นั่ง โดยเฉพาะการรักษาฐานสนับสนุนหลักในพื้นที่ จ.อุดรธานี ขอนแก่น ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ เอาไว้ให้ได้ ในขณะที่พื้นที่จังหวัดอื่นๆ ที่กระแสเสื้อแดงแม้จะแรง แต่ไม่มีพลังเพียงพอต่อคะแนนเสียงเลือกตั้ง จำเป็นต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวของผู้สมัครแต่ละคน

ดังนั้น ภายใต้อุปสรรคต่างๆ จำนวน สส.เดิมของเพื่อไทยจึงน่าจะการันตีตัวเลขเป้าหมายที่น่าจะสมจริงได้มากที่สุด การที่จะได้ที่นั่งเพิ่มมากขึ้นนั้นนับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งต้องบดบี้กันอย่างหนักกับผู้ท้าชิงอย่างภูมิใจไทย ซึ่งแม้กระแสมวลชนจะไม่แรงเท่า แต่ความพร้อมในด้านอื่นๆ ก็ไม่น้อยหน้าพรรคเพื่อไทย

ประกอบกับการทุ่มเทลงพื้นที่หาเสียงอย่างหนักของแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะ ชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ที่เรียกได้ว่า แทบจะปักหลักช่วยผู้สมัครของพรรคในภาคอีสานเป็นหลัก ก็ยิ่งทำให้ผู้บริหารพรรคมั่นใจได้ว่า น่าจะได้ที่นั่ง สส.เพิ่มขึ้นจากเดิม หรืออย่างน้อยๆ คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ก็น่าจะเป็นกอบเป็นกำขึ้น

ไม่เพียงแต่ภูมิใจไทยและประชาธิปัตย์ที่จะเป็นตัวสกัด แต่ความหวังในการได้เก้าอี้เพิ่มในอีกหลายพื้นที่ของพรรคเพื่อไทย ก็ต้องเบียดกันอย่างหนักกับพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินและชาติไทยพัฒนา หรือแม้แต่พรรคมาตุภูมิในสนามเลือกตั้ง จ.นครราชสีมา อุบลราชธานี และร้อยเอ็ด

ผู้ติดตามการเมืองภาคอีสาน มั่นใจว่า การเลือกตั้งครั้งนี้แม้จะเป็นต่อสูง มีโอกาสคว้าแชมป์สนามอีสาน แต่พรรคเพื่อไทยก็คงไม่ชนะขาดลอยแบบครั้งก่อน ขณะที่คู่แข่งอย่างภูมิใจไทย น่าจะมีชัยอยู่ระดับ 30 ที่นั่ง ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 10 กว่าที่นั่ง แบ่งกันไประหว่างประชาธิปัตย์ ชาติไทยพัฒนา และชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน

 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่