posttoday
รัฐเดินมาถูกทาง

รัฐเดินมาถูกทาง

10 กุมภาพันธ์ 2553

 

ถือเป็นความกล้าหาญของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ที่ออกมาประกาศนโยบายว่าจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปี 2553 ด้วยการปรับแผนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและปรับปรุงการใช้งบประมาณทั้งหมด โดยเฉพาะการโครงการปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 1.43 ล้านล้านบาท ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศในระยะยาว

ฟังดูเผินๆ อาจจะตกใจว่านายกรัฐมนตรีประกาศลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจลง ซึ่งอาจจะส่งผลทำให้เศรษฐกิจไทยที่เริ่มฟื้นตัวสะดุดลงอีก

แต่เมื่อพิจารณาลงลึกจะพบว่า การปรับแผนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือที่นายกรัฐมนตรีใช้ภาษาฝรั่งว่า EXIT STRATEGY เป็นการปรับในเชิงกลยุทธ์ การบริหารเงินของประเทศเป็นสำคัญ โดยงบโครงการลงทุนไทยเข้มแข็งยังเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนที่ต้องปรับเปลี่ยนเป็นแหล่งที่มาของเงินที่ใช้ในโครงการไทยเข้มแข็ง โดยจะปรับลดการกู้เงินที่เดิมว่าจะต้องใช้ถึง 8 แสนล้านบาทลงมา แล้วหันไปใช้เงินในงบประมาณปกติให้มากขึ้น

เหตุผลสำคัญในการปรับแผนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะตัวเลขดัชนีทางเศรษฐกิจในปี 2553 เริ่มสว่างสดใส การส่งออก การท่องเที่ยว การบริโภคภายในประเทศ และการลงทุน ภาคเอกชน ขยายตัวเป็นบวกอย่างชัดเจน หลังจากปีที่ผ่านมาติดลบอย่างต่อเนื่อง เป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างชัดเจน

ขณะที่ยอดการเก็บรายได้ของรัฐบาลในปีงบประมาณ 2553 นั้น ก็มีการประเมินกันว่าจะมากกว่าตัวเลขที่คาดการณ์ไว้ถึง 2 แสนล้านบาท เมื่อเป็นเช่นนั้น รัฐบาลจึงไม่ลังเลที่จะปรับลดการกู้เงินลงมาแล้วหันไปใช้เงินงบประมาณปกติที่มีการตรวจสอบได้ง่ายกว่า และต้องการบริหารการคลัง หนี้สาธารณะให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด แต่มีเงื่อนไขว่าต้องไม่ให้กระทบกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

การปรับแผนลดการกู้เงินในโครงการไทยเข้มแข็ง ทำให้รัฐบาลได้รับคำชมว่า พยายามที่จะใช้เม็ดเงินจากภาษีประชาชนให้คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ ไม่ได้ใช้เงินมือเติบ และเปิดช่องให้มีการทุจริต โดยไม่ได้คำนึงถึงผลที่จะตามมาภายหลัง

ขณะที่การปรับแผนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การลงทุนที่ต้องเน้นการเติบโตระยะกลางและระยะยาว ก็ถือเป็นแนวทางที่ถูกต้อง

แนวคิดเช่นนี้แตกต่างจากการผลักดันงบไทยเข้มแข็งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่เปิดทางให้หน่วยราชการกรมกองต่างๆ เสนอโครงการลงทุน ประเภทต่างคนต่างทำ แต่การปรับทิศนโยบายการลงทุนว่าจะต้องเน้นการพัฒนาระยะยาว ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของไทย การก่อสร้างรถไฟฟ้า รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง สนามบิน ท่าเรือ เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศให้ยั่งยืนถือเป็นเรื่องต้องสนับสนุน และไม่ต้องไปสนใจแรงกดดันทางการเมืองของพรรคร่วม

เพราะแนวคิดนี้ถือว่าถูกทาง รัฐบาลทำให้แนวคิดทางนโยบายเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมในทางปฏิบัติเท่านั้นก็สร้างคุณประโยชน์ให้กับประเทศแล้ว

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่