
หมอตุลย์ล่าชื่อ18มิย.บี้ยิ่งลักษณ์
เปิดเอกสารล่ารายชื่อกระทุ้งดีเอสไอกล่าวโทษ ยิ่งลักษณ์ คดีให้การเท็จต่อศาลฎีกาและตลาดหลักทรัพย์ กลุ่มหมอตุลย์-แก้วสรร ตีกันอย่าเอาคะแนนเสียงเลือกตั้งมาทำลายความเสมอภาคทางกฎหมาย ยันกฎหมู่ไม่เหนือกฎหมาย
เปิดเอกสารล่ารายชื่อกระทุ้งดีเอสไอกล่าวโทษ ยิ่งลักษณ์ คดีให้การเท็จต่อศาลฎีกาและตลาดหลักทรัพย์ กลุ่มหมอตุลย์-แก้วสรร ตีกันอย่าเอาคะแนนเสียงเลือกตั้งมาทำลายความเสมอภาคทางกฎหมาย ยันกฎหมู่ไม่เหนือกฎหมาย
กลุ่มนพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำเสื้อหลากสี และเครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน เตรียมออกแถลงการณ์พร้อมรณรงค์ให้คนไทยร่วมลงชื่อเรียกร้องให้ดำเนินการ นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่เคยให้การเท็จต่อศาลฎีกาฯในคดีซุกหุ้นและร่ำรวยผิดปกติของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
เอกสารที่จะรณรงค์ในวันที่ 18 มิ.ย.และยื่นต่อดีเอสไอ วันที่ 21 มิ.ย. มีการลงนามรับรองความถูกต้องของข้อมูลโดยนายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการและอดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.)
โดยเนื้อหาเอกสาร ระบุว่า การเมืองเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายมีความเสมอภาคกัน เสียงข้างมากย่อมนำพาประเทศ แต่สิ่งที่ไม่สามารถทำได้อย่างเด็ดขาดคือ การนำเอาอำนาจที่ได้จากคะแนนเสียงเลือกตั้ง หรือได้จากความเสมอภาคทางการเมือง มาทำลายความเสมอภาคทางกฎหมาย
คดีของพ.ต.ท.ทักษิณ มีการตัดสินไปแล้ว 1 คดี คือการซุกหุ้นบริษัทชินคอร์ป และอยู่ในศาล 1 คดี คือการสั่งให้รมว.ต่างประเทศ เพิ่มเงิน 1,000 ล้านบาท แก่รัฐบาลพม่า เพื่อให้พม่าซื้อสินค้าจากบริษัทชินคอร์ป และอยู่ในการพิจารณาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) อีก 1 คดี คือกรณีใช้อำนาจสั่งธนาคารกรุงไทย อนุมัติเงินกู้แก่บริษัทอสังหาริมทรัพย์กว่า 2,000 ล้านบาท และมีเงินจำนวนมากไหลเข้าบัญชีบุตรชาย
"ทั้งหมดนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรจะถูกผิดอย่างไร ต้องตัดสินด้วยหลักฐานด้วยกระบวนการยุติธรรมที่ต่อสู้คดีกันในศาล ไม่ใช่ด้วยการให้ประชาชนลงคะแนนว่าทักษิณผิดหรือไม่ผิด หากยอมให้มีการใช้ประชามติอย่างนี้เมื่อใด ประชาธิปไตยจะล้ำแดนกฎหมายกลายเป็นกฎหมู่ ตระกูลชินวัตรจะเป็นตระกูลที่อยู่เหนือกฎหมายทำผิดไม่ได้ไปในทันที" เนื้อหาในเอกสารระบุ
นอกจากนั้น ยังมีการกล่าวถึงการให้การเท็จต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวา นางสาวยิ่งลักษณ์ และคนในตระกูล ได้ร่วมมือกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้ข้อมูลว่าตนและพวกได้ซื้อหุ้นชินคอร์ปจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ไปแล้ว แต่ศาลฎีกาฯชี้ขาดในคำพิพากษาว่าข้อมูลเป็นเท็จ เนื่องจากทุกคนเป็นนอมินีเท่านั้น ความผิดฐานให้ข้อมูลเท็จ ทั้งต่อตลาดหลักทรัพย์ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่คือ คตส. และต่อศาลสถิตยุติธรรม จึงรอการกล่าวโทษของอัยการสูงสุดเท่านั้น
"ถ้าผู้ถูกกล่าวหายังดื้อดึงฝืนกระทำไป ก็จะกลายเป็นการปฏิบัติราชการโดยมิชอบ ใช้อำนาจเพื่อให้ตนเองได้พ้นคดีตามพี่ชายไปด้วย และถ้ายังฝืนไปถึงชั้นศาลโอกาสพ้นโทษก็จะเป็นศูนย์ เพราะประเด็นเป็นที่ยุติแล้วในคดียึดทรัพย์ หากในที่สุดศาลอาญาท่านลงโทษถึงจำคุก 6 เดือนขึ้นไป ผู้ถูกกล่าวหาก็จะพ้นตำแหน่งทางการเมืองทุกตำแหน่งไปในทันที"เอกสารระบุ







