
พท.บุกอีสาน กระชับพื้นที่ ตีกันรัฐบาล
การบุกไปภาคเหนือและภาคอีสานเป็นพื้นที่ที่เพื่อไทยต้องรักษาที่นั่งไว้ให้ได้ สำหรับภาคอีสานคู่แข่งขันสำคัญคือ ภูมิใจไทย และพรรคร่วมรัฐบาลที่จะสอดแทรกในบางเขต
การบุกไปภาคเหนือและภาคอีสานเป็นพื้นที่ที่เพื่อไทยต้องรักษาที่นั่งไว้ให้ได้ สำหรับภาคอีสานคู่แข่งขันสำคัญคือ ภูมิใจไทย และพรรคร่วมรัฐบาลที่จะสอดแทรกในบางเขต
โดย...ทีมข่าวการเมือง
เป็นครั้งแรกที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะบุกอีสานในฐานะผู้ท้าชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี หลังจากเบิกโรงที่ภาคเหนือโดยเลือกบ้านเกิด จ.เชียงใหม่ เป็นจังหวัดแรกตามด้วย พะเยา เชียงราย ไปเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
เป็นการเปิดตัวที่เรียกกระแสได้ต่อเนื่อง เล่นเอา “ปู” ยิ่งลักษณ์ เป็นปลื้มที่มีมวลชนให้กำลังใจหนาแน่นจนต้องหลั่งน้ำตา และประกาศลั่นสู้ตาย ด้วยเลือดที่เข้มจาก “พี่ทักษิณ”
ยุทธศาสตร์หาเสียงของทัพ “ยิ่งลักษณ์” เลือกที่เมืองหลวง หรือจังหวัดที่มีฐานเสียงสูงสุดของพรรคเพื่อไทยก่อน เริ่มจาก เชียงใหม่ เมืองหลวงพรรคแดงภาคเหนือ
ตามด้วย อุดรธานี เมืองหลวงของพรรคแดงภาคอีสานที่จะปราศรัยใหญ่วันนี้
ประเดิมคิวบุกอีสาน 3 จังหวัดแรกก่อน
กำหนดการเริ่มวันพุธที่ 25 พ.ค. ถึงวันศุกร์ 27 พ.ค.
คณะยิ่งลักษณ์ จะปราศรัยใหญ่ที่ทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี ในวันพุธเย็น ถัดมา 26 พ.ค. ช่วงบ่ายจะย้ายไป จ.ร้อยเอ็ด ลงพื้นที่หลายจุด เช่น อ.เสลภูมิ อ.เกษตรวิสัย ไฮไลต์จะปราศรัยหน้าบึงพลาญชัย อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด
วันสุดท้ายไปมหาสารคาม คิวเบื้องต้นลงพื้นที่หลายอำเภอ
การบุกไปภาคเหนือและภาคอีสานเป็นพื้นที่ที่เพื่อไทยต้องรักษาที่นั่งไว้ให้ได้ สำหรับภาคอีสานคู่แข่งขันสำคัญคือ ภูมิใจไทย และพรรคร่วมรัฐบาลที่จะสอดแทรกในบางเขต
3 จังหวัดภาคอีสานนี้ เพื่อไทยหวังยกจังหวัดเพราะเป็นจังหวัดแดงเข้ม รวมแล้วมีที่นั่งทั้งหมด 22 ที่นั่งจากจำนวน สส.ภาคอีสานทั้งหมด 120 กว่าที่นั่ง 122 ที่
แยกเป็น อุดรธานี 9 ที่นั่ง ร้อยเอ็ด 8 ที่นั่ง มหาสารคาม 5 ที่นั่ง
และ 3 จังหวัดนี้มีคู่แข่ง 3 พรรค คือ ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา และ ประชาธิปัตย์
ภูมิใจไทยแม้จะดูเงียบๆ ไม่มีกระแส แต่ก็น่ากลัวเพราะตัวผู้สมัครมีฐานท้องถิ่นแข็ง เข้าถึงตรงชาวบ้าน มีระบบหัวคะแนนดี และอำนาจรัฐ กำนันผู้ใหญ่บ้านก็มีครบมือ
เพื่อไทยเองก็กลัวยุทธวิธี ล็อกเป้าแล้วเข้าสไนเปอร์ของภูมิใจไทย แม้ว่าเพื่อไทยอาจมีกระแสแดงคนรักทักษิณ และพลันที่ยิ่งลักษณ์อาสาเป็นนายกฯ ก็เปรี้ยงปร้างในหมู่คนเสื้อแดง แต่ก็อาจไม่พอเพราะเป็นการแข่งขันเขตเล็ก
แกนนำภาคอีสานเพื่อไทยรายหนึ่ง เล่าว่า ในพื้นที่อีสานเหนือกับอีสานกลางเป็นของเพื่อไทยค่อนข้างแน่ และการได้ยิ่งลักษณ์ก็มีจุดแข็งที่ได้เพิ่มคือ ช่วยดึงหัวคะแนนผู้หญิงโดยเฉพาะจากกลุ่มแม่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงกลับคืนมา ซึ่งที่ผ่านมา ภูมิใจไทยได้แย่งหัวคะแนนส่วนนี้ไป
พรรคเพื่อไทยวางเป้าอีสาน 90-100 ที่นั่ง และจากผลโพลหลายสำนักก็สะท้อนคะแนนนิยมทักษิณในภาคอีสานอยู่ในระดับ 60-70% พรรคประชาธิปัตย์ 20% ที่เหลือพรรคร่วม 10%
ถ้ากวาดอีสานได้ตามยุทธศาสตร์ ฝันของเพื่อไทยที่จะชนะเกินกึ่งหนึ่งก็เป็นจริง
แต่เมื่อการเลือกตั้งเป็น “เขตเล็ก” อย่างที่บอก จึงทำให้พรรคเล็กมีเครื่องมือทะลวงพรรคเพื่อไทย
จ.อุดรธานี มี 9 ที่นั่งโอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะยกจังหวัดยังมีสูง
ภูมิใจไทยหวัง 2 เขตเดียวจากในเขตเมือง โดยองอาจ วิเศษ อดีตผู้สมัคร สส.หลายสมัย ย้ายเขตมาลงแทน เชิดชัย วิเชียรวรรณ เจ้าของพื้นที่เดิม ที่ย้ายไปลงเขต 2 และ เขต 6 อุทัย แสนแก้ว น้องชายธีระชัย แสนแก้ว อดีต รมช.เกษตร แต่กระแสยังเป็นรองเพื่อไทย
ส่วนประชาธิปัตย์หวัง 1 ที่นั่งจาก ไชยยศ จิรเมธากร รมช.ศึกษาธิการ ผู้สมัครเขต 4
จ.มหาสารคาม 5 ที่นั่ง ภูมิใจไทยหวังไว้ 2 เขต คือ เขต 3 พื้นที่ของ สุชาติ โชคชัยวัฒนากร รมช.คมนาคม ส่งทายาท ลัทธชัย โชคชัยวัฒนากร ลงแทน
เขต 5 คมคาย อุดรพิมพ์ ภรรยายิ่งยศ อุดรพิมพ์ นายก อบจ.มหาสารคาม ขณะที่พรรคเพื่อไทยเลือก กุสุมาลวดี ศิริโกมุท อดีต สส.ลงมาชน
อย่าลืมว่า การเลือกตั้งซ่อม จ.มหา สารคาม เมื่อปีที่แล้ว กว่าที่ พรรคเพื่อไทยจะเอาชนะนางคมคายได้ก็หืดขึ้นคอ ทั้งที่เป็นการรุมกฐิน แกนนำทุกฝ่ายมารุมช่วยหมด เลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีคณะใหญ่มาช่วย กระแสแดงจึงทรงๆ พอที่ภูมิใจไทยจะใช้ความสามารถเฉพาะตัวบวกกับอำนาจรัฐที่มีอยู่เบียดเอาชนะไปได้
ที่น่าสนใจ คือ จ.ร้อยเอ็ด 8 ที่นั่ง ไม่ง่ายที่เพื่อไทยจะยกจังหวัดเพราะอย่างน้อย 2 ที่นั่งก็เป็นเขตแข็งของผู้สมัครจากประชาธิปัตย์และชาติไทยพัฒนา
เขต 1 คมกริช จุรีมาศ จากชาติไทยพัฒนา ลงสมัครแทนอนุรักษ์ จุรีมาศ อดีต รมช.เกษตรฯ น้องชาย ส่วนคู่แข่งจากพรรคเพื่อไทย ได้มาเพราะกระแส
เขต 3 รัชนี พลซื่อ อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ย้ายจากเพื่อแผ่นดินมาสวมเสื้อภูมิใจไทย ล่าสุดย้ายมาอยู่พรรคประชาธิปัตย์ มีลุ้นที่จะเอาชนะเพื่อไทยได้
ตวง อันทะไชย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาสังคม จ.ร้อยเอ็ด วิเคราะห์ว่า กระแสเสื้อแดงใน จ.ร้อยเอ็ด มีพอควร แต่การที่ยิ่งลักษณ์เปิดตัวไม่มีผล เพราะไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะส่งใครลง แฟนคลับเพื่อไทยก็เลือกอยู่แล้ว และเท่าที่สัมผัสกับคนใน จ.ร้อยเอ็ด พบว่า พฤติกรรมการเลือกผู้สมัครยังคงผูกพันกับตัวผู้สมัคร 50% กระแสพรรค 30% อีก 20% เป็นกลยุทธ์ของผู้สมัคร และวันนี้ก็เริ่มที่ผู้เฒ่า คนแก่ที่เป็นกลาง เกิดกระแสเห็นใจอภิสิทธิ์ ที่ป้ายทั่วอีสานถูกทำร้ายด้วยการเจาะตา ที่สุดเชื่อว่า พรรคเพื่อไทยจะได้ที่นั่งใน จ.ร้อยเอ็ด อย่างมาก 6 จาก 8 ที่
...เหมือนจะง่ายสำหรับเพื่อไทย แต่อาจไม่ง่ายอย่างที่คิด







