
คุรุสภายังไม่สรุปซื้อขายป.บัณฑิต ม.อีสาน
เลขาธิการคุรุสภาเผยขณะนี้ยังไม่ได้สรุปข้อเท็จจริงกรณีการซื้อขาย ป.บัณฑิต ของมหาวิทยาลัยอีสาน พร้อมขยายเวลาให้นักศึกษาเข้าให้ข้อมูลไปอีก 1 สัปดาห์ ก่อนจะเร่งตรวจสอบข้อมูลและเสนอต่อ สกอ.,รัฐมนตรีศึกษาธิการและดีเอสไอต่อไป
เลขาธิการคุรุสภาเผยขณะนี้ยังไม่ได้สรุปข้อเท็จจริงกรณีการซื้อขาย ป.บัณฑิต ของมหาวิทยาลัยอีสาน พร้อมขยายเวลาให้นักศึกษาเข้าให้ข้อมูลไปอีก 1 สัปดาห์ ก่อนจะเร่งตรวจสอบข้อมูลและเสนอต่อ สกอ.,รัฐมนตรีศึกษาธิการและดีเอสไอต่อไป
นายองค์กร อมรสิรินันท์ เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยหลังมีการพูดคุยกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยอีสาน จ.ขอนแก่น และผู้อำนวยการศูนย์ เพื่อหาข้อสรุปและเยียวยา กรณีที่นักศึกษา บัณฑิตมหาวิทยาลัยอีสานที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ไม่ได้รับความเป็นธรรม และมีการซื้อขายปริญญาหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากต้องตรวจสอบข้อมูลจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก่อน ทั้งนักศึกษาผู้ร้องเรียน หรือ ผู้อำนวยการศูนย์ที่บางรายยอมรับว่าไม่ทราบว่า มหาวิทยาลัยอีสานไม่สามารถจัดตั้ง ศูนย์การเรียนนอกเหนือจากที่มหาวิทยาลัยได้ รวมถึงพบรายชื่อนักศึกษาบางคนที่ไม่ได้เรียนในศูนย์ด้วย จากนั้นจะเร่งสรุปข้อเท็จจริงรายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หลังวันที่ 9 พฤษภาคม 2554
ส่วนเรื่องการให้ความช่วยเหลือเยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบเรื่องดังกล่าวนั้นนายองค์กร กล่าวว่า ผู้ที่เดือดร้อนจากเรื่องนี้ถือว่าเป็นเหยื่อ แต่การช่วยเหลือต้องได้รับความร่วมมือจากนักศึกษา และผู้อำนวยการศูนย์ เข้าให้ข้อมูลและพิสูจน์หลักฐานว่าได้เข้าเรียนจริง ส่วนตัวเชื่อว่ากว่าร้อยละ 90 ของผู้มาร้องเรียนนั้น เป็นผู้ที่เรียนจริงโดยยอดตัวเลขผู้ที่มารายงานตัวและแจ้งข้อมูล ที่ศูนย์รับข้อมูลและร้องทุกข์ของคุรุสภา ในวันนี้ 107 ราย รวมยอดจนถึงขณะนี้มีบัณฑิตเข้ามารายงานตัวแล้ว จำนวน 535 ราย จากรายชื่อนักศึกษาจบการศึกษา 2,377 ราย อย่างไรก็ตาม ทางคุรุสภาจะขยายเวลาให้ผู้ที่เข้ามารายงานตัวเพื่อให้ข้อมูลออกไปอีก 1 สัปดาห์ก่อนจะดำเนินการทางกระบวนการกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ จากการสอบถามนักศึกษาที่เดินทางมาที่ศูนย์ร้องเรียนรายหนึ่ง กล่าวว่า ปัจจุบันตนเองเป็นครูผู้ช่วยในโรงเรียนที่ จ.ยโสธร เมื่อได้รับหนังสือแจ้งว่าถูกเพิกถอนสิทธิ์ยอมรับว่าเครียดมาก เพราะ ป.บัณฑิตถือเป็นใบเบิกทางในการทำงาน เรื่องนี้มีผลกระทบต่อหน้าที่การงาน ผู้บริหารของโรงเรียนเองก็ไม่สบายใจ เนื่องจากไม่มั่นใจว่าที่รับตนเข้ามาเป็นครูนั้น หลักฐานทางเอกสารของตนเป็นจริงหรือไม่ เกรงว่าจะเป็นความผิดถึงขั้นถูกสอบสวนด้วย และหากพบว่าผิดตนกลัวว่าอาจจะถูกเรียกเงินเดือนย้อนหลังคืน วันนี้เลยมาพิสูจน์ตัวเองว่า ได้เข้าเรียนที่นี่จริง มีพยานหลักฐานทั้งบุคคลและเอกสารประกอบ







