
สาทิตย์ย้ำกทช.ทำงานได้สั่งลุยไฟเดินหน้าออก3จี
โพสต์ทูเดย์ — สาทิตย์จี้กทช.ทำงาน ไม่ต้องรอกสทช. เสนอชื่ออนุกรรมการใหม่ลุยจัดระเบียบทีวีดาวเทียม ด้านกทช.อ้ำอึ้งเดินเครื่อง 3จี
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ถือว่ามีอำนาจตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุ โทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2543 ซึ่งยังมีผลบังคับใช้ระหว่างรอพ.ร.บ.กสทช. ฉบับใหม่ ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการจัดทำร่างกฎหมาย โดยพิจารณาแล้วเสร็จในขั้นตอนของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร และกำลังประสานกับประธานวิปฯเพื่อนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภาสมัยนี้
“
เมื่อมีอำนาจแล้วก็สามารถเดินหน้าเรื่อง 3จี ต่อไป และคาดว่าปลายปี 2553 กฎหมายใหม่จะแล้วเสร็จ และเริ่มกระบวนการสรรหากสทช. ชุดใหม่ ใช้เวลาไม่เกิน 180 วัน ซึ่งคาดว่าหากไม่มีปัญหาใดๆ จะจัดตั้งกสทช. ได้ภายในกลางปี 2554” นายสาทิตย์ กล่าวปัจจุบัน ส่วนการสรรหากทช.ใหม่จำนวน 3 คน คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน โดยขณะนี้สำนักราชเลขาธิการ ทำหนังสือตรวจสอบกรณีมีผู้ถวายฎีกาคัดค้านผู้ได้รับการเสนอชื่อ มายังสำนักเลขาธิการครม. อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนกรณีที่อ้างมาตรา 76 ในกรณีของมาบตาพุด คงไม่มีผล
นายสาทิตย์ กล่าวว่า ได้เสนอรายชื่ออนุกรรมการวิทยุโทรทัศน์ 2 รายชื่อแทนผู้ที่ลาออก ให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งเพิ่มเติม ได้แก่ นางพิรงรอง รามสูต รณะนันท์และนายรอม หิรัญพฤกษ์ เพื่อเร่งดำเนินการจัดระเบียบเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมไม่ให้เกิดกรณีช่องซุปเปอร์เช็ง ซึ่งกระทบต่อผู้บริโภค
ด้านพล.อ.ชูชาติ พรหมประสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวว่า ไม่สามารถมีคำตอบที่ชัดเจนเรื่องการออกใบอนุญาตให้บริการ(ไลเซนส์) 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้หรือไม่ ยอมรับว่ากทช.ยังไม่ชัดเจนเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่และรายละเอียดด้านกฎหมาย
ทั้งนี้ กทช.จำเป็นต้องรอการตีความจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อน ซึ่งกทช.ได้ส่งหนังสือไปสอบถามตั้งแต่เดือนพ.ย.ปีที่แล้ว โดยมีประเด็นหลักๆ คือ อำนาจของกทช.ในการออกไลเซ่นส์ใหม่ ว่าสามารถดำเนินการได้ทันที หรือต้องรอคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ โทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงานกฤษฎีกาได้เรียกตัวแทนจากกทช.ไปตอบข้อซักถาม 2 ครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด
สำหรับกรณีการโรมมิงของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กับบริษัท ทีโอที นั้นได้กำชับไปยังคณะทำงานที่จะเจรจากับเอไอเอสและทีโอทีแล้วว่า ภายในวันที่ 9 ก.พ.นี้ ปัญหาการโรมมิงต้องได้ข้อสรุป ไม่ให้ผู้ประกอบการรายใดตัดสัญญาณจนให้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบ







