posttoday

เม็กซิโกและประเทศไทย มิตรภาพเหนือคาบมุทร

19 เมษายน 2554

อะไรคือความเหมือนของประเทศไทยและเม็กซิโกที่อยู่ห่างกันคนละซีกโลก?

อะไรคือความเหมือนของประเทศไทยและเม็กซิโกที่อยู่ห่างกันคนละซีกโลก?

จากประสบการณ์ของดิฉัน ประเทศทั้งสองของเรามีสิ่งที่เหมือนกันมากมาย

ดิฉันเพิ่งเดินทางกลับจากการเดินทางเยือนประเทศไทยครั้งแรกในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเม็กซิโก แม้ว่าทั้งสองประเทศของเราจะถูกกั้นกลางด้วยมหาสมุทรกว้างไกล แต่กลับมีความเหมือนกันหลายอย่างจนทำให้ดิฉันรู้สึกเหมือนอยู่บ้านเมื่อมาที่เมืองไทย

ประเทศของเราได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตมายาวนานกว่า 35 ปี และความผูกพันทางการเมืองระหว่างทั้งสองประเทศก็แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดถึงความเคารพ ความร่วมมือและความอบอุ่นที่ต่างมีให้แก่กันมาอย่างต่อเนื่อง จากการประชุม 4 ครั้งในปีที่ผ่านมา ประเทศของเราได้ตระหนักดีว่าความสัมพันธ์อันยาวนานของเราจะยังคงเจริญก้าวหน้าและลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นต่อไป

ละตินอเมริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่เศรษฐกิจมีการพัฒนาก้าวหน้ามากที่สุดในโลก อีกทั้งยังมีศักยภาพในการเติบโตทางเศรษฐกิจและการแลกเปลี่ยนทางการค้าที่มหาศาล เม็กซิโกและประเทศไทยก็นับเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาคที่ประเทศตั้งอยู่ แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจของโลกที่ผ่านมา แต่ทั้งสองประเทศก็ยังคงสร้างสรรค์ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างกันได้อย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเช่น ในปี 2552 ที่ผ่านมา เม็กซิโกและประเทศไทยถือเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับที่ 6 ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือเป็นอันดับที่ 18 ของโลก นอกจากนี้ ในปี 2553 มูลค่าการค้าของสองประเทศจะมีรวมกันถึง 2,900 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งนับเป็นการเติบโตถึง 36.6% จากปี 2552

ประชาคมธุรกิจของเม็กซิโกและประเทศไทยยังมีโอกาสในการที่จะสร้างความสัมพันธ์ทางกลยุทธ์ร่วมกันเป็นการพิเศษในหลายด้าน อาทิ ด้านธุรกิจยานยนต์และชิ้นส่วน อาหาร สาธารณูปโภค และธุรกิจก่อสร้าง ดิฉันจึงขอถือโอกาสอันดีนี้เชิญชวนนักลงทุนจากประเทศไทยได้พิจารณาหาลู่ทางได้รับสิทธิประโยชน์จากการลงทุนที่ประเทศเม็กซิโกจะมอบให้ ในฐานะที่เป็นเมืองยุทธศาสตร์ที่เป็นประตูสู่ตลาดอเมริกาเหนือและละตินอเมริกา เม็กซิโกมีโครงข่ายภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีที่กว้างไกลที่ทำให้เข้าถึงประเทศต่างๆ ในทวีปอเมริกาและภูมิภาคอื่นๆ ได้มากมาย

ประเทศไทยในฐานะที่เป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจหลักแห่งหนึ่งของภูมิภาค ได้มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนกลยุทธ์สร้างความสัมพันธ์ของเม็กซิโกในภูมิภาคนี้ ทั้งสองประเทศได้มีการร่วมเจรจาแบบถาวรและมีการสื่อสารกันอย่างต่อเนื่องบนเวทีและกลไกที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อาทิ องค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (AsiaPacific Economic Cooperation : APEC) สภาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในแปซิฟิก (The Pacific Economic Cooperation CouncilPECC) สภาเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Pacific Basin Economic Council : PBEC) การประชุมรัฐสภาภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก (The AsiaPacific Parliamentary Forum) และการประชุมความร่วมมือละตินอเมริกาและเอเชียตะวันออก (The Cooperation Forum Latin America – East Asia (FOCALAE) ซึ่งเวทีดังกล่าวทำให้เกิดช่องทางความร่วมมือที่มีผลดีตามมาอย่างมากมาย

ในด้านการเมือง ประเทศทั้งสองของเราได้ดำเนินการอย่างดีที่สุดในการเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างสมบูรณ์แบบสำหรับประชาชนทุกคน และยังยึดถือเป็นแกนหลักของวิถีประชาธิปไตยที่องค์กรภาคสังคมมีบทบาทสำคัญ

เช่นเดียวกับในประเทศไทย เม็กซิโกได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องจริงจังในการหาทางแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีววิทยา ด้วยการสนับสนุนกองทุน Green Fund ที่เป็นกลไกด้านเงินทุนแห่งหนึ่งที่ประเทศไทยให้การสนับสนุนด้วย ดิฉันได้รับเกียรติในการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์แห่งสหประชาชาติด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและกฎบัตรเกียวโตที่จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีจุดประสงค์เพื่อร่วมผลักดันกระบวนการเจรจาและตอบรับที่ประเทศเม็กซิโกได้เป็นประธานของการประชุมอย่างเต็มรูปแบบ

ที่เมืองแคนคูน ประชาคมนานาชาติได้ร่วมกันวางรากฐานแห่งความร่วมมือยุคใหม่เพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน เราต้องทำให้ข้อตกลงต่างๆ เกิดเป็นจริง และได้รับการนำเสนอสู่การประชุมที่เมืองเดอร์บัน ประเทศแอฟริกาใต้ ในวาระการประชุม COP17/CMP7 ที่จะมาถึงนี้ให้ได้ เพื่อให้บรรลุข้อปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม กรุงเทพมหานครได้เปิดโอกาสให้ทั้งสองประเทศของเรารุกคืบในการจัดการแก้ปัญหาโลกร้อนและผลกระทบที่ตามมาโดยไม่รั้งรอ

สิ่งที่เหมือนกันของเม็กซิโกและประเทศไทยอีกประการหนึ่งก็คือ บทบาทของภาคธุรกิจท่องเที่ยวที่มีต่อโครงสร้างเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ เรายังสามารถขยายความร่วมมือแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างกันได้อีกมาก ในแต่ละปีเราได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาชื่นชมปูชนียวัตถุและปูชนียสถานที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันงดงามของแผ่นดินเรา พวกเขาได้มารู้จักสถาปัตยกรรมอันอลังการและซาบซึ้งกับศิลปะที่รุ่งเรืองและขนบประเพณี ตลอดจนวัฒนธรรมด้านอาหารที่วิจิตรบรรจงของชาติเรา ผู้รู้ด้านอาหารมากมายต่างให้การยอมรับว่าวัฒนธรรมการปรุงอาหารของไทยและเม็กซิโกนับเป็น 1 ใน 5 อันดับอาหารชั้นเลิศของโลก และมีความหลากหลายที่สุด ในระหว่างที่พักอยู่ในประเทศไทย ดิฉันโชคดีที่ได้มีโอกาสได้ลิ้มลองอาหารไทยจานพิเศษหลายอย่างด้วยเช่นกัน

การเยือนประเทศไทยครั้งนี้ ดิฉันได้สัมผัสกับการต้อนรับแบบไทยที่สืบทอดมายาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดิฉันได้เรียนให้ท่านทราบถึงสารแสดงความปรารถนาดีอย่างจริงใจที่ท่านประธานาธิบดี ฟิลิเป คาลเดโรน ฝากมาถึงท่าน รวมทั้งได้เรียนเชิญท่านให้เกียรติไปเยือนเม็กซิโกในโอกาสต่อไป และได้เข้าพบท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กษิต ภิรมย์ ที่ดิฉันนับถือว่าท่านเป็นเพื่อนที่ดีของชาวเม็กซิโก

ดิฉันเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนเม็กซิโกและชาวไทยจะมั่นคงสืบต่อไป เม็กซิโกจะยึดมั่นคำสัญญานี้ให้เป็นผลทางรูปธรรมเพื่อประโยชน์ของทั้งสองประเทศ

 

ข่าวล่าสุด

ราชกิจจาฯ ประกาศ “นิกร จำนง” นั่ง สส.แทน “ซาบีดา” หลังลาออก