
เศรษฐกิจบนความขัดแย้ง ปัญหาสุมชายแดนตะวันตก
8...ทีมข่าวภูมิภาค
ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ชายแดนตะวันตกด้าน จ.ตาก มีเรื่องราวทั้งดีและร้ายเกิดขึ้นหลายเหตุการณ์ ซึ่งล้วนแต่น่าสนใจติดตามว่าจะส่งผลอย่างไรต่อเมืองชายแดนความหวังของการเป็นหน้าด่านเศรษฐกิจ
เหตุการณ์แรกที่เกิดขึ้นคือ หลังจากคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองแม่สอดหมดวาระลง จังหวัดตากได้ประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่ พร้อมกับกระทรวงมหาดไทยยกฐานะขึ้นเป็นเทศบาลนครแม่สอด ซึ่งทำให้ความหวังของภาคส่วนต่างๆ ที่ฝันถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษใกล้ความจริงมากขึ้น
ถัดมาเพียงไม่กี่วัน หน่วยทหารชุดควบคุมชายแดน แจ้งแก่ตัวแทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอชซีอาร์ และตัวแทนผู้หนีภัยการสู้รบชาวกะเหรี่ยงว่า จะส่งผู้หนีภัยสงครามที่สมัครใจกลับไปยังภูมิลำเนาเดิมในประเทศพม่า ในวันที่ 5 ก.พ.นี้ แต่ถูกยูเอ็นเอชซีอาร์คัดค้าน เนื่องจากไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบความปลอดภัยของผู้ลี้ภัยที่เดินทางกลับไปในพม่าได้
จากนั้นก็เกิดเหตุการณ์แรงงานพม่า 9 คน ถูกยิงเสียชีวิตในพื้นที่ อ.พบพระ ผลการสืบสวนสอบสวนสรุปว่า ผู้ก่อเหตุคือ ด.ต.สมชาย ปิ่นแก้ว หัวหน้าตู้ยามกิโลเมตรที่ 48 สังกัดสภ.พบพระ ซึ่งแขวนคอตายหนีความผิดไปแล้ว โดยร่วมกับพวกอีก 5 คน ดักรอจับแรงงานต่างด้าวเพื่อเรียกเงิน แต่แรงงานต่างด้าววิ่งหนี เมื่อติดตามจับตัวมาได้จึงฆ่าทิ้ง
และล่าสุดเที่ยงคืนวันที่ 2 ก.พ. คนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธสงครามยิงถล่มป้อมตำรวจกิโลเมตรที่ 60 ถนนอุ้มผางแม่สอด ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ ทำให้ จ.ส.ต.วิโรจน์ พรมวงศ์ป้อ เสียชีวิต
พล.ต.ท.สุรสีห์ สุนทรศารทูล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (ผบช.ภ.6) กล่าวว่า แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่ป้อมตำรวจดังกล่าวเป็นจุดตรวจสกัดยาเสพติดและการนำแรงงานต่างด้าวเข้าเมือง เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำลายไร่ฝิ่น 25 ไร่ ห่างจากจุดตรวจประมาณ 2 กิโลเมตร
พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเก็บข้อมูลศึกษาเปรียบเทียบการพัฒนาชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก และ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เห็นว่า ตราบใดที่ยังไม่มีระบบบริหารจัดการคนโดยให้สิทธิอย่างสมบูรณ์ ปัญหาเหล่านี้ก็จะไม่หมดไปจากแม่สอด
“
ชายแดนมิใช่ชายขอบอีกต่อไป แต่เป็นศูนย์กลาง ซึ่งรัฐมีนโยบายที่จะใช้พื้นที่เหล่านี้แสวงหาความเจริญทางการค้า อย่าลืมว่ากลไกในการผลักดันความเจริญเติบโตของพื้นที่นี้คือความรุนแรง เศรษฐกิจเติบโตจากสงคราม แรงงานราคาถูก”เขาเห็นว่านโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดนของรัฐบาล ทำเพียงแค่การลดหย่อนภาษีให้แก่ผู้ประกอบการและลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นที่ แต่ไม่ได้ตอบโจทย์สำคัญของปัญหา ซึ่งเป็นเรื่องการบริหารจัดการคนโดยคำนึงถึงความเป็นมนุษย์ มิใช่การกดให้เชื่องที่สุด เพื่อทำให้เป็นแรงงานราคาถูกที่สุดเพื่อลดต้นทุน
ข้อค้นพบจากการศึกษาของพิชญ์ ท้าทายอย่างยิ่งต่อการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจชายแดนที่กำลังคืบหน้า







