posttoday
ก.พ.อันตราย ชี้ชะตาแม้ว-มาร์ค

ก.พ.อันตราย ชี้ชะตาแม้ว-มาร์ค

02 กุมภาพันธ์ 2553

ก.พ.ฝีการเมืองที่บ่มมานานอาจยังไม่แตกทีเดียว แต่พอจะมองเห็นอนาคตได้ว่า หากเสื้อแดงทำไม่สำเร็จ อนาคตทักษิณคงวูบทันที

ก.พ.ฝีการเมืองที่บ่มมานานอาจยังไม่แตกทีเดียว แต่พอจะมองเห็นอนาคตได้ว่า หากเสื้อแดงทำไม่สำเร็จ อนาคตทักษิณคงวูบทันที

โดย...ทีมข่าวการเมือง

กุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรักปีนี้ คนไทยน่าจะมีความสุขฉลองวันวาเลนไทน์กันถ้วนหน้า ด้วยการมอบดอกกุหลาบสีแดงแบ่งปันให้กัน พร้อมกับฉลองเทศกาลตรุษจีน ด้วยสัญลักษณ์ “สีแดง”

แต่สำหรับการเมืองไทย เดือนก.พ. ปี 2553 กลับเป็นช่วงสถานการณ์ที่ล่อแหลมที่สุดอีกช่วงหนึ่งของวิกฤตการเมืองที่ขัดแย้งมาเกือบ 4 ปี คนเสื้อแดงเดือดพล่าน เพราะการต่อสู้ของฝั่งทักษิณกำลังเข้าสู่จุดหมายปลายทาง นั่นคือ คดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของู้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 26 ก.พ.

คดีดังกล่าวเป็น “หัวใจ” ที่ทักษิณรบยืดเยื้อจนถึงทุกวันนี้ เหตุเพราะต้องการทวงคืนขุมทรัพย์มหาศาล และกลับมายึดครองอำนาจรัฐอีกครั้ง

ล่าสุด ทักษิณโฟนอินที่ จ.ขอนแก่น เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ด้วยสไตล์ก้าวร้าวเหมือนเดิม โดยเรียกร้องให้พี่น้องเสื้อแดงรวมกันต่อสู้เพื่อความยุติธรรมต่อไป ซึ่งจากนี้มีแผนต่อสู้กับอำมาตย์ โดยได้บอกผ่านสามเกลอไว้แล้ว ส่วนเงิน 7.6 หมื่นล้านบาทเป็นเงินบริสุทธิ์ มาจากการปันผล ดอกเบี้ย และเป็นทรัพย์สินที่ได้มาก่อนเล่นการเมือง

เริ่มต้นปีเสือ ในเดือนม.ค. ม็อบเสื้อแดงของทักษิณจึงเคลื่อนไหว ระดับแรก จากปฏิบัติการดาวกระจาย กระหน่ำไม่เว้น แต่สัปดาห์ โดยใช้ประเด็น “รุกที่ดิน” มาถล่มอำมาตย์ บนวาทกรรม “สอง มาตรฐาน”

เสื้อแดงบุกทะลวงเขายายเที่ยง จ.นครราชสีมา จน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี หมดสภาพต้องยอมคืนที่ให้กับกรมป่าไม้

ไฟเขายายเที่ยงที่กำลังร้อนฉ่า เสื้อแดงจึงไม่พลาดโอกาสซ้ำยุทธวิธีเดิม ด้วยการเคลื่อนทัพบุกไปตั้งเวทีที่สนามกอล์ฟเขาสอยดาว จ.จันทบุรี ที่มีปัญหาสร้างรุกที่เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า คราวนี้กระทบชิ่งไปที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ในฐานะอดีตประธานที่ปรึกษาธนาคารกรุงเทพ ซึ่งผู้บริหารธนาคารบัวหลวงหลายคนถือหุ้นในสนามกอล์ฟแห่งนี้

การนวดคลึงโดยใช้ยุทธวิธี “ป่าล้อมเมือง” กับประเด็น บังคับใช้กฎหมายไม่เป็นธรรม เหมือนที่ทักษิณต่อสู้มาตลอดปีที่ผ่านมาถล่มไปที่กลุ่มอำมาตย์ที่เชื่อว่าอยู่เบื้องหลังของการยึดอำนาจ 19 ก.ย. 2549 นับว่าได้ผล

เพราะสามารถบ่มเพาะความเคียดแค้นเรื่อง “สองมาตรฐาน” ให้กับคนเสื้อแดงได้ต่อเนื่อง เพื่อรอวันให้มวลชน ออกมาแสดงพลังชุมนุมใหญ่กดดันคดียึดทรัพย์

นอกจากเขายายเที่ยง เขาสอยดาวแล้ว แกนนำเสื้อแดงยังมีคิวเดินสายกดดัน “ปมรุกที่” อีกที่ จ.เชียงใหม่ และภูเก็ต

ระหว่างการเลี้ยงกระแส ก็ปลุกปั่นเรื่องการปฏิวัติควบคู่ไป

โดยเริ่มจากหัวเชื้อที่เกิดระเบิดเอ็ม 79 หยามถิ่น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ท่าม กลางข้อสงสัยว่า พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล “เสธ.แดง” ทหารบ้าบิ่นของทักษิณอยู่เบื้องหลัง
จากนั้นมาเครือข่ายทักษิณ “เพื่อไทยเสื้อแดง” ก็ปูดข่าวทหารจะยึดอำนาจ พุ่งเป้าไปที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ. เบอร์สองในกองทัพ

สร้างสถานการณ์ให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังคุมสภาพไม่ได้ ทำให้ทหารเตรียมเข็นรถถังออกมาจัดการรัฐบาลอภิสิทธิ์เพื่อกระชับอำนาจอีกรอบ

แม้รัฐบาลและบิ๊กกองทัพจะขำก๊ากกับข่าวปฏิวัติ เพราะคนที่ได้ประโยชน์คือ ทักษิณที่กุข่าวใช้เรื่องนี้เลี้ยงกระแสมวลชน แต่คนเสื้อแดงก็เห็นว่าประเด็นนี้ สามารถก่อกวน ทำลายบรรยากาศการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลได้

ขณะเดียวกัน ลึกๆ ก็ยังเชื่อว่าหลังมีคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ ซึ่งทักษิณน่าจะถูกยึดหมด การเมืองจากนี้จะเข้าสู่ภาวะแตกหัก สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดจลาจล สงครามการเมือง จนรัฐบาลอภิสิทธิ์คุมเกมไม่อยู่ เป็นเหตุให้ทหารต้องออกมายึดอำนาจซ้ำอีกรอบ

เมื่อดูฝ่ายรัฐ มีการประเมินสถานการณ์ว่า 15 วัน ก่อนถึงวันพิพากษาหรือหลังเทศกาลตรุษจีน กลุ่มทักษิณจะสร้างสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้นเพื่อสร้างเงื่อนไขให้กับม็อบเสื้อแดง
ทว่า วันนี้ การปั่นกระแสดูจะหนักหน่วงกว่าที่คิด “เสธ.แดง” ปูดข่าวลอบฆ่าผู้พิพากษา คตส. ป.ป.ช. จนเต้นกันทั้งเมือง

“อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง” ปลุกคนเสื้อแดงให้นำขวดแก้วบรรจุน้ำมันติดตัวไปด้วย หวังราดกทม.เป็นทะเลเพลิง ต่อรองเอารัฐธรรมนูญ 2540 กลับมาใช้

นี่อาจเป็นการ “เขียนเสือให้วัวกลัว” แต่ทุกอย่างต้องจับตาไม่กะพริบ เพราะเริ่มมีสัญญาณอันตรายให้เห็น ทั้งระเบิดเอ็ม 79 หรือการวอร์มอัพ ปาระเบิดอุจจาระใส่บ้าน นายกฯ
ซึ่งหลังโหมโรงได้ที่ ไฮไลต์ใหญ่หนีไม่พ้นการชุมนุมใหญ่เผด็จศึก หนึ่งสัปดาห์ก่อนวันพิพากษาคดียึดทรัพย์

แน่นอน ถ้าสถานการณ์อยู่ในภาวะปกติ การอ่านคำพิพากษาคดียึดทรัพย์คงไม่สะดุด

แต่หากมีการใช้ความรุนแรง ไม่ว่า ระเบิดเอ็ม 79 หรือเกมใต้ดินของเครือข่ายทหารแก่ หรือกลุ่มนักรบเสื้อดำของเสธ.แดง หวังขุดหลุมให้รัฐบาลจัดการกับคนเสื้อแดง และถ้ารัฐบาลตกหลุมด้วยแล้ว ก็อาจเป็นปัจจัยให้เกิดลุกฮือจนกระทบต่อการอ่านคำพิพากษาขององค์คณะคดียึดทรัพย์

ที่สำคัญสิ่งที่ทำให้ทักษิณวิตกคือ หากมีคำตัดสินว่าซุกหุ้นจริง ไม่เฉพาะเงินจะถูกยึดแล้ว แต่จะมีผลต่อเนื่องไปยังคดีอื่นด้วย เช่น คดีเอ็กซิมแบงก์ คดีแจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จ ซึ่งมีความผิดถึงขั้นจำคุกอีกหลายปี

ตลอดทั้งเดือนก.พ. จึงเป็นเดือนแดงเดือดที่ชวนระทึกขวัญ!!

หันมาดูมรสุมในรัฐบาล วันที่ 3 ก.พ. พรรคร่วมรัฐบาลเตรียมยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่วาระการพิจารณาของรัฐสภา

แม้การแก้ไขรัฐธรรมนูญคงสำเร็จยาก เพราะประชาธิปัตย์ไม่เล่นด้วย แต่การยื่นคาสภาไว้ก็ยังเป็นระเบิดเวลาอีกลูก เพราะเท่ากับ “ปมแก้รัฐธรรมนูญ” ยังไม่ได้ถูกปิดเกมเสียทีเดียว
กระนั้นความขัดแย้งในรัฐบาลผสม เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจไม่ถึงขั้นแตกหัก เพราะพรรคร่วมรัฐบาลยังต้องการฟูมฟักตัวเองให้แข็งแกร่งกว่านี้ โดยรองบไทยเข้มแข็งและการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการใหญ่อีกครั้งในเดือนก.ย.

ก.พ.ฝีการเมืองที่บ่มมานานอาจยังไม่แตกทีเดียว แต่พอจะมองเห็นอนาคตได้ว่า หากเสื้อแดงทำไม่สำเร็จ อนาคตทักษิณคงวูบทันที อภิสิทธิ์อยู่ครบวาระ ในทางกลับกัน หากเสื้อแดงทำสำเร็จ ทักษิณก็สดใส อภิสิทธิ์ก็ต้องตกเก้าอี้

แต่ทั้งหมดจะชี้ขาดอนาคตกันจริงต้องเดือนมี.ค. เพราะมีศึกใหญ่รอรัฐบาลอยู่ คือศึกการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถึงตรงนั้น ใครจะอยู่ ใครจะดับ รู้กัน

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร