posttoday
เลือกตั้งใหม่พรรคเล็กตัวแปรตั้งรัฐบาล

เลือกตั้งใหม่พรรคเล็กตัวแปรตั้งรัฐบาล

08 มีนาคม 2554

ปี่กลองการเมืองเริ่มดังขึ้นเป็นระยะๆ แล้วสำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาในเร็วๆ นี้ หลังจากช่วงหลังๆ มานี้รัฐบาลเองได้เร่งคลอดนโยบายออกมาอย่างต่อเนื่อง  

ปี่กลองการเมืองเริ่มดังขึ้นเป็นระยะๆ แล้วสำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาในเร็วๆ นี้ หลังจากช่วงหลังๆ มานี้รัฐบาลเองได้เร่งคลอดนโยบายออกมาอย่างต่อเนื่อง  

โดย...ทีมข่าวการเมือง

ปี่กลองการเมืองเริ่มดังขึ้นเป็นระยะๆ แล้วสำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาในเร็วๆ นี้ หลังจากช่วงหลังๆ มานี้รัฐบาลเองได้เร่งคลอดนโยบายออกมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การทำงานในสภาผู้แทนราษฎรก็เร่งเครื่องทำงานแบบข้ามวันหลายคืนมาหลายสัปดาห์เพื่อพิจารณากฎหมายสำคัญหลายฉบับ ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงินเพื่อการดำเนินนโยบายประชาวิวัฒน์ให้เป็นรูปธรรมโดยเฉพาะกฎหมายขึ้นเงินเดือนให้กับข้าราชการ

เลือกตั้งใหม่พรรคเล็กตัวแปรตั้งรัฐบาล

ยังไม่นับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่นายกรัฐมนตรีประกาศว่าถ้าเรียบร้อยจะนำไปสู่การยุบสภาก็เรียบร้อยแล้วด้วยสูตร 375+125 แม้ว่าจะมีอาการงอแงจากพรรคร่วมรัฐบาล แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยดีเมื่อพรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาลสามารถตกลงผลประโยชน์ได้อย่างลงตัว

จะมีแต่เหตุการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่สงบเท่าที่ควรทั้งเสื้อเหลืองและเสื้อแดง อย่างในกรณีของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ยังคงปักหลักการชุมนุมอย่างต่อเนื่อง แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถขอพื้นที่บางส่วนคืนได้มาบางส่วนโดยไม่มีการปะทะ แต่สถานการณ์แบบนี้ก็ไม่สามารถไว้วางใจได้หลังจากกลุ่ม พธม.ได้ประกาศยกระดับอีกครั้ง โดยที่ยังไม่มีใครเดาใจออกว่าพลพรรคเสื้อเหลืองจะหาทางลงให้กับตัวเองอย่างไร

ส่วนเสื้อแดงก็เริ่มออกปฏิบัติการราวี “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี ให้เห็นหลายครั้งแล้วตามงานที่นายกฯ ไปปรากฏ อย่างกรณีไปร่วมงานศพที่ จ.ปทุมธานี หรือล่าสุดกับมวลชนไม่ทราบฝ่ายที่เข้ามาประชิดตัวระหว่างการไปร่วมงานวันสตรีสากลที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มเป็นสัญญาณในเบื้องต้นว่าการหาเสียงในพื้นที่อีสานและเหนือของพรรคประชาธิปัตย์ต้องเจอกับกระบวนการต่อต้านแน่นอน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเงื่อนไขของการยุบสภาจะมีลุล่วงแค่ 2 ข้อ คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญและปัญหาเศรษฐกิจ จะติดก็เพียงเรื่องการเมืองอย่างเดียวที่ยังเป็นอุปสรรค แต่จะว่าไปแล้วประเด็นนี้คงไม่มีผลให้การยุบสภาเลือกตั้งใหม่ต้องสะดุดลงเพราะดูจะเป็นเรื่องหยุมหยิมเกินไปหากจะเอาเรื่องแค่นี้มาเป็นเงื่อนไขไม่ยุบสภา

โดยสัญญาณที่ปรากฏให้เห็นเด่นชัด คือ ท่าทีของนายกฯ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งทั้งสองฝ่ายเตรียมหารือถึงการกำหนดวันเลือกตั้ง สส.ใหม่ เป็นการการันตีเกือบ 100% แล้วว่าการเลือกตั้งมีขึ้นแน่ แต่จะเร็วหรือช้าเท่านั้น แต่ที่สุดแล้วประชาชนคนไทยคงได้หย่อนบัตรช่วงกลางปีค่อนข้างแน่

เมื่อทุกอย่างเริ่มลงตัวตลาดการเมืองก็เริ่มคึกคักอย่างเห็นได้ชัด “พรรคร่วมรัฐบาล” กำลังถูกจับตาเป็นอย่างมากว่าจะเป็นตัวแปรสำคัญในการเป็นอะไหล่ให้ขั้วการเมืองระหว่าง “ประชาธิปัตย์” หรือ “เพื่อไทย” ได้เป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง

อนาคตหลังการเลือกตั้งครั้งนี้การเมืองคงแบ่งออกเป็น 3 ขั้ว ได้แก่ ขั้วที่ 1 ประชาธิปัตย์ + ภูมิใจไทย ขั้วที่ 2 เพื่อไทย และขั้วที่ 3 พรรคร่วมรัฐบาล โดยที่ขั้วแรกคงหนีไม่พ้นที่ต้องกอดคอกันต่อไป เพราะเป็นการยากที่พรรคภูมิใจไทยจะไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยหลังจากผีไม่เผาเงาไม่เหยียบกันมาก่อนเมื่อครั้งออกจากพรรคพลังประชาชนมา

มองในมุมของพรรคเพื่อไทยได้ตัดภูมิใจไทยออกจากการส่งเทียบเชิญมาร่วมรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สะท้อนได้จากการเลือกตัวรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายโดยที่ไม่มีพรรคการเมืองอื่นเลยนอกจากประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย โดยจะเลือกพรรคร่วมรัฐบาลพรรคอื่นมาเป็นอะไหล่ให้กับพรรคเพื่อไทยหากได้เสียงข้างมากในสภา ความจำเป็นที่ต้องสานสัมพันธไมตรีกับพรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่ใช่ภูมิใจไทย เพราะไม่มีทางเลยที่พรรคเพื่อไทยจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ด้วยพรรคเดียว

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของพรรคร่วมรัฐบาลเองก็มีการขยับกันพอสมควร โดยมีความพยายามจะรวมกันเป็นพันธมิตรทางการเมืองทั้งทางตรงและทางอ้อม ปรากฏให้เห็นจากกลุ่ม 3พี พรรคเพื่อแผ่นดิน ได้มีการประกาศรวมกับ “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” แกนนำพรรครวมชาติพัฒนา แม้ว่าจะยังไม่มีรูปแบบว่าจะตั้งเป็นพรรคการเมืองร่วมกันหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ไปประกาศเป็นพันธมิตรเรียบร้อยแล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาฐานที่มั่นใน จ.นครราชสีมา เป็นสำคัญ

ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา ถือว่าเป็นพี่เบิ้มของพรรคร่วมรัฐบาล ก็เตรียมตัวกับการจัดระดมทุนพรรคการเมืองในสุดสัปดาห์นี้ เพื่อเป็นเสบียงสำหรับการเลือกตั้ง ไม่ต่างอะไรกับพรรคอื่นๆ เช่น กิจสังคม มาตุภูมิ ก็เริ่มขยับกันบ้างแล้ว เพียงแต่ว่ายังไม่มีความชัดเจนมากนัก

ประเมินจากความพร้อมของพรรคร่วมรัฐบาลในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ แน่นอนว่าไม่ได้หวังถึงการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพราะการขยับตัวที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นลักษณะของการประกาศขายนโยบายให้กับประชาชนได้เห็นถ้าเทียบกับประชาธิปัตย์และเพื่อไทย ในทางกลับกันความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นกลับเป็นลักษณะของการจับมือเป็นพันธมิตรทางการเมืองแทน

นอกจากนี้ กติกาเลือกตั้งที่ลด สส.เขตไม่ได้เอื้อให้พรรคร่วมรัฐบาลมี สส.ได้มากนัก จึงมีความจำเป็นที่ต้องสร้างความเป็นพันธมิตรให้แน่นแฟ้นเข้าไว้เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองหากประชาธิปัตย์หรือเพื่อไทยส่งเทียบเชิญมาขอเป็นอะไหล่เสริมร่วมรัฐบาลในอนาคต

คงไม่มีประโยชน์อะไรหากพรรคร่วมรัฐบาลเหล่านี้จะต่างคนต่างเดินในสนามเลือกตั้ง โดยที่ไม่หลบให้กัน ซึ่งคงได้เห็นการถ้อยทีถ้อยอาศัยกันเพื่อรักษาฐานที่มั่นตัวเองเอาไว้

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าบุคคลที่เป็นนายกรัฐมนตรีจะมาจากพรรคเพื่อไทยหรือประชาธิปัตย์เท่านั้น เป็นเพราะท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ขัดแย้งอยู่ในตอนนี้ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าถ้านายกฯ มาจากสองขั้วการเมืองนี้ปัญหาความรุนแรงจะกลับมาปะทุอีก ประหนึ่งว่า ถ้าเพื่อไทยเป็นรัฐบาลเสื้อเหลืองจะออกมาไล่ เช่นกันกับประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลหนีไม่พ้นเสื้อแดงยกขบวนมากดดันเช่นกัน

เท่ากับว่าปัญหาจะไม่จบไม่สิ้น สถานการณ์ลักษณะนี้เอื้อให้เกิดนายกรัฐมนตรีเสียงข้างน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคร่วมรัฐบาลแอบหวังไว้ลึกๆ อยู่เหมือนกัน แต่จะเป็นไปได้ในทางปฏิบัติหรือไม่ สถานการณ์ ณ เวลานั้นจะเป็นตัวกำหนดบุคคลที่จะมานั่งเป็นผู้นำประเทศอีกที

จากทั้งหมดนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าการเมืองไทยได้เข้าสู่โหมดของการเลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยพรรคร่วมรัฐบาลกำลังเป็นปัจจัยสำคัญต่อการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต อันเป็นการแสดงให้เห็นว่าการเมืองไทยในอนาคตคงหนีไม่พ้นรัฐบาลผสมที่มีเสถียรภาพไม่มั่นคงอย่างแน่นอน

 

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร