posttoday
ค่าเงินแข็งสกัดเงินเฟ้อตลาดเกิดใหม่มีแต่ได้

ค่าเงินแข็งสกัดเงินเฟ้อตลาดเกิดใหม่มีแต่ได้

02 มีนาคม 2554

นับตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วจนถึงขณะนี้ ตลาดเกิดใหม่ต้องเผชิญกับกระแสทุนไหลบ่าเข้าประเทศ จนยังผลให้สกุลเงินต่างๆ แข็งค่าขึ้น  

นับตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วจนถึงขณะนี้ ตลาดเกิดใหม่ต้องเผชิญกับกระแสทุนไหลบ่าเข้าประเทศ จนยังผลให้สกุลเงินต่างๆ แข็งค่าขึ้น  

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

นับตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วจนถึงขณะนี้ ตลาดเกิดใหม่ต้องเผชิญกับกระแสทุนไหลบ่าเข้าประเทศ จนยังผลให้สกุลเงินต่างๆ แข็งค่าขึ้น และส่งผลกระทบต่อการส่งออก อันเป็นหัวใจหลักของตลาดเกิดใหม่ที่ยังผูกตัวเองกับภาคส่งออกอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จีน บราซิล นานาประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือแม้กระทั่งเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเทศที่คาบเกี่ยวระหว่างสถานะกำลังพัฒนาและพัฒนาแล้ว

ค่าเงินแข็งสกัดเงินเฟ้อตลาดเกิดใหม่มีแต่ได้

ปฏิกิริยาที่ติดตามมาคือประเทศเหล่านี้งัดมาตรการต่างๆ มาสกัดกั้นการแข็งค่าของสกุลเงินประจำชาติ ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นภาษีการลงทุน เพื่อชะลอกระแสทุนไหลเข้าประเทศ การขึ้นอัตราดอกเบี้ย หรือแม้กระทั่งลดค่าเงินอย่างสายฟ้าแลบ ซึ่งแม้จะก่อให้เกิดปฏิกิริยาในด้านลบตอบกลับจากประเทศคู่ค้า แต่ตลาดเกิดใหม่ที่ใช้วิธีนี้อ้างความอยู่รอดของตนเป็นสำคัญ

ช่วงระยะเวลาหนึ่งจวนเจียนที่ชาวโลกต้องตกอยู่ท่ามกลางสงครามค่าเงิน

เป็นที่น่าสนใจว่าปฏิกิริยาตอบกลับของประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะประเทศตะวันตก ต่อมาตรการสกัดทุนและปรับลดค่าเงินไม่รุนแรงมากนัก อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากองค์กรที่เป็นเสมือน “แขนขา” ของประเทศตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่ตอบรับการลดค่าเงินของเวียดนามเป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 15 เดือน

อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขของเวียดนามแตกต่างจากตลาดเกิดใหม่แห่งอื่นๆ เพราะขณะที่ประเทศส่วนใหญ่เผชิญกับภาวะเงินเฟ้อเพราะทุนนอกไหลทะลัก แต่ขณะเดียวกันดุลบัญชีของประเทศเหล่านี้ยิ่งเกินดุลและยิ่งแข็งแกร่ง ตรงกันข้ามกับเวียดนามที่เผชิญกับภาวะขาดดุลยืดเยื้อถึงติดลบกว่า 8,510 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 8.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ

เวียดนามจึงอยู่ในภาวะติดลบทั้งขึ้นทั้งล่อง หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปอาจถึงขั้นต้องล้มละลาย

ด้วยเหตุนี้ IMF จึงมีเหตุผลที่จะยินดีกับการลดค่าเงินของตลาดเกิดใหม่ของเวียดนาม เพราะหาไม่แล้ว IMF อาจต้องกระโจนเข้าช่วยประเทศนี้ ซึ่งในภาวะที่ IMF ต้องคอยพยุงวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรป นับว่าเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะต้องคอยพยุงชีพอีกหนึ่งประเทศใกล้ล้มละลายในเวลาเดียวกัน

ประเทศตะวันตกเองก็มีมูลเหตุให้ต้องสงวนท่าทีกับการชะลอกระแสของประเทศตลาดเกิดใหม่อื่นๆ นอกเหนือจากเวียดนาม เหตุผลสำคัญคือหากตลาดเกิดใหม่ประสบกับมรสุมทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ประเทศตะวันตกจะสูญสิ้นพลวัตการฟื้นตัว อีกทั้งยังเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกจะทรุดตัวอีกคำรบ

กระนั้นก็ตามขึ้นชื่อว่าการค้าและเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของแต่ละประเทศ ท้ายที่สุดแล้วสหรัฐก็ยังนำทัพประเทศตะวันตกเรียกร้องจีนให้ขึ้นค่าเงินหยวน แม้ว่าเงินหยวนจะแข็งค่าถึง 17% นับตั้งแต่เดือน มิ.ย.ปีที่แล้ว (ครั้งที่จีนประกาศเป็นครั้งแรกว่าจะปรับค่าเงินให้ยืดหยุ่นขึ้น)

ไม่เพียงเท่านั้น สหรัฐถึงกับเดินสายไปบราซิล พยายามชี้ชวนให้อีกหนึ่งยักษ์ใหญ่แห่งตลาดเกิดใหม่เห็นดีเห็นงามกับการกดดันจีน หลังจากที่บราซิลเคยแสดงท่าทีไม่พอใจเอเชียและบางประเทศในเอเชียที่ใช้มาตรการชี้นำค่าเงินทั้งทางตรงและทางอ้อม อย่างไรก็ตาม ถึงที่สุดแล้ว สหรัฐไม่ประสบความสำเร็จในการดึงบราซิลมาเป็นพันธมิตรกับตน

ฝ่ายตลาดเกิดใหม่ยังไม่ยอมให้ภาคส่งออกต้องง่อยเปลี้ยเสียขา ดังจะเห็นได้จากคำประกาศของรัฐบาลชุดใหม่ และประธานาธิบดีคนใหม่ของบราซิล ที่ลั่นวาจาไว้เมื่อต้นเดือน ม.ค. ว่า จะทำทุกวิถีทางเพื่อสกัดกั้นการแข็งค่าของเงินเรียล

จะว่าบราซิลปากว่าตาขยิบที่โจมตีจีนเรื่องค่าเงินให้ต่ำกว่าความเป็นจริงก็มีเค้า แต่แท้จริงแล้วบราซิลเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนยิ่งของความพยายามของตลาดเกิดใหม่ที่จะเอาตัวรอดทุกวิถีทาง ไม่ว่าการกระทำเช่นนั้นจะขัดแย้งกับจุดยืนของตนหรือหลักการร่วมกันของประชาคมโลกหรือไม่

ในระยะหลังเงินเหรียญสหรัฐเริ่มแข็งค่าขึ้น ซึ่งยังผลให้สกุลเงินในตลาดเกิดใหม่เริ่มอ่อนค่าลง ลดแรงกดดันต่อภาคส่งออก แต่กลับไปกระทบต่อภาคการนำเข้าอยู่ดี เพราะการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐคราวนี้ มิได้เกิดขึ้นเพราะเศรษฐกิจของประเทศมหาอำนาจมีวี่แววที่ดี แต่เป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่ถีบตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจากวิกฤตในตะวันออกกลาง สถานการณ์ที่ผันผวนรุนแรง ช่วยกระตุ้นความต้องการเงินสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทองคำและเงินเหรียญสหรัฐ

เมื่อค่าเงินอ่อนลง บวกกับราคาน้ำมันที่แพงขึ้น กลายเป็นภาระหนักหน่วงในการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่กำลังคึกคัก

ประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันในสัดส่วนที่สูงกว่า 80% (ส่วนใหญ่อยู่ในแถบเอเชียตะวันออก) มีโอกาสที่จะขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าประเทศที่นำเข้าน้ำมันในสัดส่วนที่น้อยกว่า

การขึ้นดอกเบี้ยจะยังผลให้สกุลเงินในตลาดเกิดใหม่แข็งค่าขึ้นอีกครั้ง ขณะเดียวกันจะชะลอทุนไหลเข้าและกระทบต่อภาคส่งออก ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยกระตุ้นความคึกคัก

กระนั้นก็ตามไม่ใช่ตลาดเกิดใหม่ทุกแห่งที่ปรารถนาให้เศรษฐกิจของตนคึกคัก เพราะเสี่ยงกับระดับราคาสินค้าและบริการที่จะแพงขึ้นดังกรณีของตลาดอสังหาริมทรัพย์และราคาอาหารในจีน ซึ่งล่าสุด นายกรัฐมนตรี เวินเจียเป่า แห่งจีนปรับเป้าการขยายตัวจากเฉลี่ย 8% กว่า มาอยู่ที่ 7% ในช่วงปีต่อจากนี้

แม้แต่จีนที่พยายามใช้มาตรการที่สมดุลมาโดยตลอด โดยถ่วงน้ำหนักระหว่างการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพื่อสร้างงานกับความมั่งคั่งให้กับประชาชนกับสกัดกั้นภาวะเงินเฟ้อเพื่อเลี่ยงความไม่พอใจของประชาชน ถึงที่สุดแล้วยังไม่สามารถประคองความสมดุลได้ ด้วยอัตราเงินเฟ้อที่ไล่ตามอัตราการขยายตัวจนประชิดมากเกินไปที่กว่า 5.1%

แต่การอ่อนค่าของสกุลเงินยังมีส่วนช่วยไม่น้อยในการสกัดกั้นภาวะเงินเฟ้อ และจะเป็นข้ออ้างที่หนักแน่นให้จีนต้านทานแรงกดดันให้ปล่อยเงินหยวนเป็นอิสระ

ไม่เพียงเท่านั้น หลังจากที่หลายประเทศพยายามสกัดทุนนอกด้วยวิธีการลดดอกเบี้ย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตุรกีที่ลดลงในคราวเดียวถึง 0.50% แต่กลับเป็นการสนับสนุนเงินเฟ้อในประเทศรุนแรงขึ้น การขึ้นดอกเบี้ยในทันทีทันใดหลังจากเพิ่งปรับขึ้นได้ไม่นาน จึงไม่นับเป็นทางเลือกที่ดีนัก เพราะจะเป็นการบั่นทอนความน่าเชื่อถือทางการเงินของประเทศนั้นๆ แต่เมื่อค่าเงินอ่อนค่าลงตามวิกฤตตะวันออกกลาง กลายเป็นทางออกที่หลายฝ่ายคาดคิดไม่ถึงเช่นกัน

นอกจากนี้ การอ่อนค่ายังมีส่วนช่วยชะลอทุนไหลออกจากภายนอก ซึ่งล่าสุด กระแสทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่แล้วถึง 1,400 ล้านเหรียญสหรัฐ นับเป็นสัปดาห์ที่ 5 ติดต่อกัน แม้จะทำให้ตลาดทุนซบเซาลง แต่ก่อให้เกิดเสถียรภาพโดยรวมต่อระบบเศรษฐกิจ ในช่วงเวลาที่เกิดความแปรปรวนสูงทั้งทางการเมืองและด้านพลังงาน

นับเป็นสถานการณ์ที่ตลาดเกิดใหม่มีแต่ได้กับได้ แม้อาจเป็นช่วงระยะเวลาเพียงสั้นๆ ก็ตาม

 

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร