posttoday
รับมือเงินเฟ้อ

รับมือเงินเฟ้อ

22 กุมภาพันธ์ 2554

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แสดงความเป็นห่วงเรื่องจิตวิทยาเงินเฟ้อของประชาชน ที่มองไปในทางเดียวกันว่าราคาสินค้าในอนาคตจะแพงขึ้น จึงเกิดการกักตุนสินค้าทำให้ราคาสินค้าแพงขึ้นจริง

เมื่อครั้งที่ ธปท.พูดนั้น น้ำมันปาล์มยังไม่ขาดตลาดอย่างรุนแรง แต่ต่อมาก็มีการปั่นตลาดทำให้น้ำมันปาล์มหายไป แม้ในเรื่องนี้จะมีกลไกตลาดที่ผิดเพี้ยนต้องแก้ไขกันไป แต่รัฐบาลจะต้องหาทางป้องกันไม่ให้ลามไปยังสินค้าชนิดอื่น เพราะหากผู้ประกอบการสินค้าอื่นเห็นว่าคนกลุ่มนี้ทำได้ สินค้าอื่นก็ทำได้ แล้วทีนี้ปัญหาจะบานปลายกันไปใหญ่

ขณะนี้เงินเฟ้อไม่ได้เป็นเงินเฟ้อทางจิตวิทยาโดยไม่มีเหตุผลอีกแล้ว เพราะมีปัจจัยหลายประการทำให้เห็นได้ชัดเจนว่า แนวโน้มราคาสินค้าทำท่าจะพุ่งสูงขึ้นจริงๆ โดยเฉพาะปัญหาในตะวันออกกลาง ความวุ่นวายทางการเมือง ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างมากมาย และตลาดสินค้าล่วงหน้าได้มีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ปัจจัยเหล่านี้ ล้วนเป็นแรงกดดันให้ต้นทุนการผลิตสินค้าทุกชนิดเพิ่มสูงขึ้น มากหรือน้อยก็อยู่ที่สัดส่วนการใช้วัตถุดิบมากน้อยแค่ไหน

ยิ่งตัวเลขเงินเฟ้อที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงออกมาว่าปีที่แล้วเงินเฟ้อของประเทศไทยพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 7.8% เป็นเหตุให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย และธนาคารพาณิชย์ก็ขึ้นดอกเบี้ยตามทั้งเงินฝากและเงินกู้

สิ่งที่จะตามมาจากปัญหาเงินเฟ้อก็คือ การขึ้นดอกเบี้ยเพื่อชะลอการใช้จ่ายและทำให้เงินเฟ้อชะลอตัวลง แต่ผลกระทบจากการนี้คนที่รับไปก็คือประชาชนนั่นเอง โดยเฉพาะลูกค้าที่กู้เงินจากธนาคารจะเจอต้นทุนดอกเบี้ยสูงขึ้น จนไม่มีเงินไปใช้จ่ายด้านอื่น เงินเฟ้อก็จะลดลงเอง

หากพิจารณาจากสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เหมือนทฤษฎี 2 สูง ของนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานเครือเจริญโภคภัณฑ์ คือ หากราคาสินค้าสูงก็ปรับค่าแรงให้สูงตามเพื่อที่จะให้ประชาชนมีเงินมาซื้อสินค้าได้

แต่อย่างที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันล่วงหน้าไว้ว่า สินค้าราคาสูงและค่าแรงสูงก็จริง แต่สุดท้ายจะไม่มีใครได้อะไรเลย เพราะเราจะต้องควักเงินเยอะเพื่อไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

ฉะนั้นประชาชนเตรียมรับมือราคาสินค้าและอัตราดอกเบี้ยที่จะสูงขึ้นตามนโยบายการเงินของ ธปท. เพราะหากดูจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกแล้วโอกาสที่เงินเฟ้อในครึ่งปีแรกต่ำเป็นไปได้ยาก จากประสบการณ์รัฐบาลไม่เคยแก้ไขปัญหาได้ เราประชาชนคงต้องช่วยตัวเอง ให้อยู่รอดในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร