posttoday
กะเทาะ 3 ปีวุฒิสภา ดุเหมือนดีแต่ไม่ถึงไหน

กะเทาะ 3 ปีวุฒิสภา ดุเหมือนดีแต่ไม่ถึงไหน

21 กุมภาพันธ์ 2554

...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

ผ่านไปแล้ว 3 ปีเต็มสำหรับวุฒิสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งที่มาในสองรูปแบบ คือ การเลือกตั้งและการสรรหา ซึ่งล่าสุดตอนนี้ได้มี สว.สรรหาได้ทยอยลาออกไปแล้ว 67 คน ตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้สว.สรรหาชุดแรกต้องลาออกหลังจากดำรงตำแหน่งมาเป็นเวลา 3 ปี เพื่อเข้ารับการสรรหาใหม่ตามรัฐธรรมนูญ

สำหรับการทำงานของสว.ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา นับได้ว่ามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์พอสมควร สะท้อนได้จากฉายาวุฒิสภาที่สื่อมวลชนตั้งในสองปีล่าสุด คือ “ตะแกรงก้นรั่ว” (พ.ศ. 2552) และ “อัมพฤกษ์รับจ๊อบ” (พ.ศ. 2553)

เพื่อให้เห็นภาพรวมของวุฒิสภาทั้งหมดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จึงเป็นโอกาสที่ดีที่ “นิคม ไวยรัชพานิช” รองประธานวุฒิสภา ในฐานะคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) ซึ่งต้องคอยทำหน้าที่เป็นคนกลางในการประสานงานภายในของ สว.ทั้งหมด ได้สรุปและสะท้อนภาพการทำงานของสภาสูงในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาไว้อย่างน่าสนใจ

นิคม มองว่า การทำงานของวุฒิสภาร่วมกันทั้งในส่วนที่มาจากการสรรหาและการเลือกตั้งเปรียบก็เหมือนกับน้ำ 2 สีที่มีที่มาแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เพียงแต่ว่ามีจุดหมายเดียวกัน คือ การแก้ไขปัญหาให้กับประเทศและทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาล

“ที่ผ่านมาไม่ค่อยพอใจการทำงานของวุฒิสภาเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ด้านหนึ่งอาจเป็นเพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ให้เครื่องมืออะไรมากนัก แต่ขณะเดียวกันดูๆ เหมือนจะดีแต่เอาจริงไม่มีประสิทธิภาพอะไร บางคนที่เคยมีจุดยืนที่ตรวจสอบรัฐบาลมาตลอดพอมาในระยะหลังๆ กลับหายไป ไม่รู้ว่าเกรงใจอะไรใครกันหนักหนา”

เมื่อถามถึงอุปสรรคของวุฒิสภามาจากการแบ่งพรรคแบ่งพวกกันภายในใช่หรือไม่ นิคม ได้ให้คำตอบว่า ยอมรับว่าเรื่องการแบ่งกลุ่มก๊วนใน สว.มีอยู่จริง เท่าที่ได้สัมผัสก็มีอยู่ 3 กลุ่มด้วยกัน คือ 1.กลุ่มสนับสนุนรัฐบาล2.กลุ่มค้านรัฐบาล และ 3.กลุ่มกลางๆ ที่อันดีก็ว่าดีอันไหนดีก็ว่าไม่ดี

โดยนับตั้งแต่เข้ามาทำหน้าที่ประธานวิปวุฒิสภาได้พยายามประสานทุกฝ่ายให้เกิดการรอมชอมให้ได้มากที่สุดเพื่อให้การทำงานเดินหน้าไปได้

“สว.บางกลุ่มก็ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัวเองมากจนเกินไป บางเรื่องควรทำในนามของประชาชนทั้งประเทศก็ไม่ทำ และบางกลุ่มก็เหมือนดูดีแต่เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่ได้ทำอะไรเลย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนภายนอกยังมองไม่เห็น แต่ก็ยังดีที่บางครั้งยังสามารถหาจุดร่วมกันได้เพื่อประโยชน์ของประเทศ”

ส่วนเรื่องตำแหน่งประธานวุฒิสภาที่มักจะถูกโยงว่าอยู่เบื้องหลังในการเลื่อยขาเก้าอี้ประธานวุฒิสภาคนปัจจุบันมาในโอกาสนี้ นิคม ได้ยืนยันชัดเจนว่าไม่เคยเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน

“ที่ผ่านมามีแต่การคิดไปเองมองเป็นแบบ 1+1 ต้องเท่ากับ 2 ที่ผ่านมาก็ทำงานร่วมกันทั้งท่านประสพสุข บุญเดช และท่านทัศนา บุญทอง รองประธานวุฒิสภา ได้เป็นอย่างดีไม่มีปัญหา ใครจะคิดอย่างไรก็ช่าง ผมขอทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายตรงนี้ให้ดีที่สุด”

อย่างไรก็ตาม นิคมยอมรับชัดเจนว่าถึงเวลาแล้วที่ตำแหน่งประธานวุฒิสภาควรให้ สว.ที่มาจากการเลือกตั้งได้มีโอกาสทำหน้าที่บ้าง เพราะประธานวุฒิสภาที่มาจากสว.สรรหาได้ปฏิบัติหน้าที่เรียบร้อยแล้ว และ สว.จากการเลือกตั้งจะหมดวาระลงในอีก3 ปี

“ตามหลักการมันต้องเป็นอย่างนั้น ต้องให้โอกาสกันบ้าง สว.เลือกตั้งไม่ได้เป็นแต่นักการเมืองหรือนักเลือกตั้งอย่างเดียว เพราะบางท่านก็เคยผ่านการเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในหน่วยงานราชการสำคัญมากมาย หรือแม้แต่ภาคเอกชนที่มีผลงานให้เห็น ดังนั้นคงมาบอกว่า สว.เลือกตั้งไม่มีความหลากหลายไม่ได้ คนที่คิดแบบนี้เป็นพวกที่ไม่ดูตัวเองไม่รู้คิดได้อย่างไร”

โดยส่วนตัวยืนยันพร้อมที่จะลงชิงชัยในตำแหน่งประธานวุฒิสภาเพราะถือว่าในเมื่อขันอาสาประชาชนมาเป็น สว.เพื่อประชาชนแล้ว ทำไมเราจะขออาสาตัวต่อเพื่อวุฒิสมาชิกเพื่อเป็นประธานวุฒิสภาไม่ได้ แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับเพื่อน สว.ให้ความไว้วางใจหรือไม่เท่านั้น

ทั้งหมดนี้เพียงภาพสะท้อนหนึ่งที่ให้เห็นถึงการทำงานของวุฒิสภาผ่านมุมมองจากคนวงใน แต่ที่สุดแล้วการทำงานของวุฒิสภาที่ผ่านมาจะเป็นคุนูปการต่อประเทศหรือไม่สังคมจะเป็นผู้ตัดสิน

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร