posttoday
ผ่าเกมซักฟอกรัฐบาล ผ่านมุมมองณัฐวุฒิ จับสมการตั้งรัฐบาล 2 ใน 3 ขั้ว

ผ่าเกมซักฟอกรัฐบาล ผ่านมุมมองณัฐวุฒิ จับสมการตั้งรัฐบาล 2 ใน 3 ขั้ว

04 พฤศจิกายน 2569

ณัฐวุฒิมองฝ่ายค้านเสียจังหวะหลังวอล์กเอาต์ เปิดทางรัฐบาลคุมวันซักฟอก ชี้สมการ 3 ขั้วกำหนดทิศทางตั้งรัฐบาล ปฏิเสธดีลทักษิณแลกเสียงโหวต

KEY

POINTS

  • ณัฐวุฒิมองว่าการวอล์กเอาต์ทำให้ฝ่ายค้านเสียอำนาจต่อรองเรื่องวันซักฟอก และเสี่ยงรักษาความสนใจของประชาชนไม่ต่อเนื่อง
  • เสนอกรอบการเมือง 3 ขั้ว ได้แก่ เพื่อไทย ภูมิใจไทย และประชาชน โดยประเมินว่าการตั้งรัฐบาลยังต้องอาศัยการจับคู่สองขั้ว
  • ปฏิเสธกระแสข่าวนำคำร้องของทักษิณมาต่อรองเสียงโหวต พร้อมชี้ว่าเพื่อไทยต้องเร่งสร้างผลงานเพื่อฟื้นความนิยม

 

วอล์กเอาต์กับจังหวะที่ฝ่ายค้านเสียไป

 

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี วิเคราะห์ว่า ฝ่ายค้านเสียจังหวะทางการเมืองในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังตัดสินใจวอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุม เปิดทางให้รัฐบาลเป็นฝ่ายกำหนดกรอบเวลา ขณะที่การแข่งขันระหว่างพรรคใหญ่ยังอยู่ภายใต้โครงสร้าง “3 ขั้ว” ซึ่งมีผลต่อทั้งการตั้งรัฐบาลและการต่อรองในสภา

 

ในมุมของนายณัฐวุฒิ จุดอ่อนของฝ่ายค้านอยู่ที่การรักษาแรงส่งจากกระแสสังคม เดิมฝ่ายค้านต้องการอภิปรายรัฐมนตรี 18 คน เป็นเวลา 5 วัน ส่วนรัฐบาลเสนอ 3 วัน ก่อนขยับมาเป็น 4 วันและฝ่ายค้านยอมรับ แต่การวอล์กเอาต์ทำให้ฝ่ายค้านเสียโอกาสกำหนดจังหวะ จนกรอบการอภิปรายและลงมติไปอยู่ระหว่างวันที่ 7–11 ธันวาคม 2569 แทนช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ต้องการ

 

นายณัฐวุฒิ ประเมินว่า ระยะเวลาที่ทอดออกไปอาจลดแรงกดดันต่อรัฐบาล เพราะประชาชนเริ่มเตรียมกิจกรรมและการพักผ่อนปลายปี ขณะที่ข่าวอื่น เช่น ความเคลื่อนไหวขบวนรถของกำนันมโน เข้ามาแบ่งความสนใจ ความท้าทายจึงอยู่ที่ฝ่ายค้านจะรักษาน้ำหนักของประเด็นตรวจสอบจนถึงวันอภิปรายได้อย่างไร

 

มาตรา 152 จะช่วยประคองกระแสหรือไม่

 

ต่อแนวคิดเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 คั่นก่อนศึกไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ณัฐวุฒิตั้งข้อสังเกตว่า การหยิบปัญหาปากท้องและนโยบายเศรษฐกิจมาอภิปรายก่อน แล้วเก็บประเด็นคดีฮั้ว สว. ไว้ในเวทีซักฟอก อาจทำให้ประชาชนสับสนและลดความเข้มข้นของการตรวจสอบ แทนที่จะช่วยเรียกความสนใจกลับมา

 

นายณัฐวุฒิ ยังวิจารณ์ความต่อเนื่องของพรรคประชาชนในการตรวจสอบคดีฮั้ว ส.ว. โดยย้อนถึงการอภิปรายรัฐบาลแพทองธารที่มุ่งไปยังนายกรัฐมนตรี การสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยจัดตั้งรัฐบาลภายใต้ข้อตกลง MOA ระหว่างที่กระบวนการตรวจสอบดำเนินอยู่ ตลอดจนคำอธิบายของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคในช่วงที่ผ่านมา

 

ข้อสังเกตเหล่านี้เป็นเหตุผลที่ณัฐวุฒิใช้ตั้งคำถามต่อยุทธศาสตร์ฝ่ายค้าน แม้เขายอมรับว่าคดีฮั้ว ส.ว. เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามกระบวนการตรวจสอบต่อไป

 

สมการสองในสามขั้ว

 

เมื่อขยายภาพจากศึกสภาไปสู่การจัดตั้งรัฐบาล ณัฐวุฒิแบ่งการเมืองออกเป็นสามขั้ว ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชน พร้อมประเมินว่า ยังไม่มีขั้วใดสามารถชนะเลือกตั้งจนตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ การรวมเสียงจึงต้องอาศัยสองในสามขั้วเป็นแกนหลัก

 

นายณัฐวุฒิ อธิบายการร่วมรัฐบาลของเพื่อไทยผ่านตัวเลขที่ระบุในบทสัมภาษณ์ว่า ภูมิใจไทยมี 192 เสียง และเพื่อไทยมี 74 เสียง ขณะที่พรรคประชาชนประกาศจุดยืนเป็นฝ่ายค้านหากไม่ได้เป็นแกนนำ การจับคู่ระหว่างภูมิใจไทยกับเพื่อไทยจึงเป็นทางออกตามสมการเสียงในสภาในทัศนะของเขา

 

ปัดดีลทักษิณ ชี้เพื่อไทยต้องตอบด้วยผลงาน

 

นายณัฐวุฒิปฏิเสธกระแสข่าวเชื่อมโยงคำร้องขอลบประวัติอาชญากรรมของนายทักษิณ ชินวัตร กับการต่อรองเสียงโหวตซักฟอก โดยให้เหตุผลว่า พรรคร่วมรัฐบาลยังทำงานร่วมกันได้ รัฐบาลมีเสียงสนับสนุนเพียงพอ และการยื่นคำร้องผ่านทนายความเป็นการดำเนินการอย่างเปิดเผยตามสิทธิที่เจ้าตัวอ้าง

 

นายณัฐวุฒิ ยังมองว่า หากเพื่อไทยใช้เรื่องดังกล่าวต่อรอง พรรคอาจเป็นฝ่ายเสียเปรียบเอง เพราะภูมิใจไทยมีทางเลือกในการรวบรวมเสียงจากพรรคอื่น จึงประเมินว่ากระแสข่าวนี้มุ่งสั่นคลอนรัฐบาลก่อนการอภิปราย

 

อย่างไรก็ดี  นายณัฐวุฒิยอมรับว่า เพื่อไทยเผชิญความท้าทายด้านความนิยมและแรงเสียดทานจากการบริหารประเทศ สิ่งที่ต้องเร่งทำคือสร้างผลงานให้ประชาชนเห็น ส่วนอนาคตของสมการสามขั้วยังขึ้นอยู่กับผลเลือกตั้งและการตัดสินใจของประชาชน โดยโจทย์เฉพาะหน้าคือฝ่ายค้านจะรักษาแรงส่งการตรวจสอบได้เพียงใด และรัฐบาลจะตอบคำถามด้วยผลงานได้มากแค่ไหน

ข่าวล่าสุด

AMD เผยธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์โต 97% หนุนรายได้ปี 2027 พุ่ง

AMD เผยธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์โต 97% หนุนรายได้ปี 2027 พุ่ง