posttoday
รัฐเร่งดึงเอกชนลงทุน EEC เปิดทางนิติบุคคลใช้สิทธิภาษีเพิ่ม

รัฐเร่งดึงเอกชนลงทุน EEC เปิดทางนิติบุคคลใช้สิทธิภาษีเพิ่ม

04 พฤศจิกายน 2569

การลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ยังคงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ภาครัฐใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการดึงดูดเงินลงทุนจากภาคเอกชนและบริษัทที่ต้องการเข้ามาพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ล่าสุดภาครัฐยังเดินหน้าปรับมาตรการสนับสนุนการลงทุน ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ และสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อให้ EEC สามารถแข่งขันกับพื้นที่ลงทุนสำคัญในภูมิภาคได้

 

สำหรับภาคธุรกิจ ประเด็นที่น่าสนใจคือ สิทธิประโยชน์ด้านภาษีสำหรับนิติบุคคล ซึ่งมีหลายรูปแบบและไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่านั้น แต่ในบางกรณียังสามารถใช้มาตรการลดหย่อนหรือสิทธิในการนำเงินลงทุนมาหักจากกำไรสุทธิได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด

 

รัฐเร่งดึงเอกชนลงทุน EEC เดินหน้าสร้างระบบรองรับธุรกิจ

 

ทิศทางของ EEC ในปี 2569 ไม่ได้มุ่งเพียงการประกาศสิทธิประโยชน์เพื่อจูงใจนักลงทุนเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับการลงทุนจริง

 

หนึ่งในโครงการที่กำลังเดินหน้าคือ EECiti หรือโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ ซึ่งภาครัฐกำลังเตรียมพัฒนาให้เป็นพื้นที่รองรับกิจกรรมทางธุรกิจ การบริการ การท่องเที่ยว กีฬา และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยมีการวางแนวทางให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมผ่านรูปแบบ PPP

 

ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 มีการเห็นชอบแนวทางเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคของ EECiti รวม 10 ระบบ มูลค่าประมาณ 72,042 ล้านบาท โดยครอบคลุมระบบไฟฟ้าและพลังงานสะอาด ระบบน้ำ การจัดการน้ำเสียและขยะ ตลอดจนพื้นที่สีเขียวและสาธารณูปโภคส่วนกลาง 

 

แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่า รัฐเร่งดึงเอกชนลงทุน EEC ผ่านทั้งมาตรการด้านภาษีและการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาว

 

สิทธิภาษีสำหรับนิติบุคคลใน EEC มีอะไรบ้าง?

 

ผู้ประกอบการที่เข้าเกณฑ์และดำเนินกิจการในพื้นที่หรือโครงการที่ได้รับการส่งเสริม สามารถได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยรายละเอียดของสิทธิจะขึ้นอยู่กับประเภทกิจการ พื้นที่ลงทุน และเงื่อนไขของโครงการ ซึ่งสิทธิประโยชน์สำคัญ ได้แก่ การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิที่เกิดจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริม โดยสามารถยกเว้นได้ตั้งแต่ 1–15 ปี ตามเงื่อนไขที่กำหนด

 

นอกจากนี้ หากกิจการไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ก็อาจได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลได้สูงสุด 50% ของอัตราปกติเป็นระยะเวลา 1–10 ปี ส่วนกรณีที่ได้รับการยกเว้นภาษีไม่เกิน 8 ปี อาจมีสิทธิลดหย่อนภาษีในอัตราสูงสุด 50% ต่ออีก 1–5 ปีหลังสิ้นสุดช่วงยกเว้น ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และการอนุมัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

 

อีกมาตรการที่น่าสนใจคือ กรณีผู้ประกอบการไม่ได้รับทั้งการยกเว้นและลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล อาจได้รับสิทธินำเงินที่ใช้ลงทุนในกิจการมาหักออกจากกำไรสุทธิได้เพิ่มเติม โดยหลักเกณฑ์ของ EEC ระบุว่าสามารถพิจารณาให้หักได้ 1–70% ของเงินลงทุน และใช้สิทธิภายในระยะเวลาที่กำหนด 

 

ดังนั้น นิติบุคคลที่กำลังวางแผนลงทุนจึงควรพิจารณาโครงสร้างสิทธิประโยชน์ตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงการ เพราะประเภทสิทธิที่ได้รับอาจแตกต่างกันไปในแต่ละกิจการ

 

ไม่ใช่แค่ภาษี แต่ยังมีสิทธิประโยชน์ด้านการดำเนินธุรกิจ

 

จุดเด่นของการลงทุนใน EEC ยังครอบคลุมเรื่องอื่นนอกเหนือจากภาษี โดยข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกระบุว่า นักลงทุนในกิจการและพื้นที่ที่เข้าเกณฑ์สามารถได้รับสิทธิประโยชน์ เช่น การลดหรือยกเว้นอากรศุลกากร การอำนวยความสะดวกด้าน EEC Visa และใบอนุญาตทำงาน รวมถึงสิทธิด้านการถือครองที่ดินเพื่อประกอบธุรกิจและการเช่าที่ดินระยะยาวตามเงื่อนไขของกฎหมาย

 

ในด้านอุตสาหกรรม EEC ให้ความสำคัญกับ 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ การแพทย์และสุขภาพ ยานยนต์สมัยใหม่ ดิจิทัล เศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียนและสีเขียว หรือ BCG รวมถึงกลุ่มบริการมูลค่าสูง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ภาครัฐมองว่ามีศักยภาพต่อการเติบโตในอนาคต 

 

เอกชนต้องตรวจสอบเงื่อนไขก่อนใช้สิทธิภาษี

 

แม้สิทธิประโยชน์ของ EEC จะมีความน่าสนใจ แต่ไม่ได้หมายความว่านิติบุคคลทุกแห่งที่ตั้งอยู่ในจังหวัดภาคตะวันออกจะได้รับสิทธิภาษีโดยอัตโนมัติ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องตรวจสอบว่ากิจการเข้าเกณฑ์อุตสาหกรรมเป้าหมายหรือไม่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับการส่งเสริมหรือไม่ และผ่านขั้นตอนการขอรับสิทธิประโยชน์ตามที่กำหนดหรือไม่

 

ข้อมูล EEC ปี 2569 ระบุว่ามีเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ 46 แห่ง และการได้รับสิทธิประโยชน์จะพิจารณาตามพื้นที่ กิจการ และเงื่อนไขของโครงการ ผู้ประกอบการจึงควรประเมินตั้งแต่ต้นว่าเงินลงทุนประเภทใดสามารถนำมาใช้ประกอบการขอสิทธิได้ รวมถึงวางแผนด้านบัญชีและภาษีให้สอดคล้องกับเงื่อนไขของโครงการ

 

สรุป ทิศทางของ EEC ในปี 2569 แสดงให้เห็นว่าภาครัฐยังเดินหน้าสร้างแรงจูงใจเพื่อให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนมากขึ้น โดยใช้ทั้งมาตรการทางภาษี การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจควบคู่กัน

 

สำหรับนิติบุคคล สิทธิประโยชน์ที่ควรจับตามองมีทั้งการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 15 ปี การลดหย่อนภาษีสูงสุด 50% ในช่วงเวลาที่กำหนด และมาตรการนำเงินลงทุนบางส่วนมาหักจากกำไรสุทธิ โดยสิทธิที่ได้รับจริงขึ้นอยู่กับประเภทกิจการ พื้นที่ และเงื่อนไขของแต่ละโครงการ 

 

ขณะเดียวกัน การเปิดพื้นที่ให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ EECiti ก็เป็นอีกสัญญาณว่าภาครัฐต้องการให้ EEC เติบโตจากการลงทุนจริง ไม่ใช่พึ่งพาสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพียงอย่างเดียว

 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่  Inflow Accounting

ข่าวล่าสุด

AMD เผยธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์โต 97% หนุนรายได้ปี 2027 พุ่ง

AMD เผยธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์โต 97% หนุนรายได้ปี 2027 พุ่ง