
ศุภชัยย้อนปม IMF-ปรส.-ซักฟอกปี 39 จี้ผู้ตรวจสอบตอบอดีต
ศุภชัย ใจสมุทร ยกประเด็น IMF–แ ผลเลือกตั้ง และเอกสารอภิปรายปี 2539 ตั้งคำถามผู้ตรวจสอบทางการเมือง ขณะที่ประชาธิปัตย์เตรียมข้อมูลซักฟอกรัฐบาลช่วงปลาย ต.ค.–ต้น พ.ย.
KEY
POINTS
- นายศุภชัย ใจสมุทร ตอบโต้ทางการเมืองโดยย้อนประเด็นหนี้ IMF และการดำเนินงานขององค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) ที่สร้างความเสียหายในอดีต
- หยิบยกการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีในปี 2539 มาตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของเอกสารที่นำมาใช้ในสภา
- เรียกร้องให้ผู้ที่ตรวจสอบรัฐบาลใช้มาตรฐานเดียวกันกับตนเอง และตอบคำถามเกี่ยวกับผลงานในอดีตก่อนจะวิจารณ์ผู้อื่น
เมื่อวันที่ 16 ต.ค.2569 นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ตอบโต้ประเด็นการตรวจสอบและพาดพิงทางการเมือง ด้วยการย้อนถึงการบริหารเศรษฐกิจช่วงวิกฤต การดำเนินงานของ ปรส. ผลการเลือกตั้งตลอด 30 ปี และเอกสารอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีปี 2539 พร้อมเรียกร้องให้ผู้ตรวจสอบผู้อื่นใช้มาตรฐานเดียวกันกับตัวเอง
นายศุภชัยเปิดข้อความด้วยคำถามว่า “พรรคอะไร….?” ก่อนแบ่งคำวิจารณ์เป็น 3 ประเด็นภายใต้ถ้อยคำ “โง่–ห่วย–เลว” โดยไม่ได้ระบุชื่อพรรคที่กล่าวถึง
ประเด็นแรก เขากล่าวถึงภาระหนี้ IMF จำนวน 5.1 แสนล้านบาท และวิจารณ์การขายหนี้ผ่าน ปรส. ซึ่งมองว่าสร้างความเสียหายต่อประเทศ
ส่วนประเด็นที่สอง ได้ยกผลการเลือกตั้ง โดยระบุว่าพรรคที่กล่าวถึงไม่เคยกลับมาชนะเลือกตั้งทั่วไปเป็นอันดับหนึ่งนับจากปี 2539 พร้อมเปรียบเทียบจำนวน สส. จากมากกว่า 100 คน เหลือ 20 คน
ส่วนประเด็นที่สาม นายศุภชัยย้อนถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีในปี 2539 โดยกล่าวถึงการนำเอกสารหนึ่งแผ่นมาแสดงในสภา และตั้งข้อสงสัยถึงความถูกต้องของเอกสาร รวมถึงการไม่มีผู้รับผิดชอบตามข้อสังเกตของเขา
นายศุภชัยย้ำว่า ผู้ใช้มาตรฐานตรวจสอบทางการเมืองกับผู้อื่นควรใช้มาตรฐานเดียวกันกับตัวเอง พร้อมระบุว่า ก่อนตรวจสอบผู้อื่นควรตอบคำถามจากประวัติศาสตร์ของตัวเองให้ชัดเจน
ประชาธิปัตย์เตรียมอภิปราย
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ที่ห้องแถลงข่าวพรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช และ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค กล่าวถึงความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน
นายกรณ์ระบุว่า พรรคและพรรคร่วมฝ่ายค้านรวบรวมข้อมูลมาตั้งแต่ช่วงยื่นญัตติ และมีผู้อภิปรายหลายคนเตรียมตัวไว้ โดยข้อมูลที่จะเปิดเผยจะทำให้ประชาชน “ถึงกับอึ้ง” เขาย้ำว่าการอภิปรายเป็นหน้าที่ตรวจสอบธรรมาภิบาล ความถูกต้องตามกฎหมาย และผลกระทบต่อปากท้องประชาชน
ด้าน ดร.การดีระบุกรอบอภิปราย 3 ประเด็น ได้แก่ ขีดความสามารถของทีมผู้บริหาร การรับมือภัยพิบัติและวิกฤตการณ์ ตลอดจนจริยธรรมและธรรมาภิบาล โดยอธิบายเป็นคำสั้น ๆ ว่า “โง่ ห่วย เลว” ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าช่วงวันอภิปรายยังอยู่ในกรอบปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน 2569







