
ขบวนแห่พระอ๊ามจุ้ยตุ่ยเริ่มเคลื่อน 16 ต.ค. กินเจภูเก็ตคึกคัก
ททท. คาดเงินสะพัดเฉพาะในภูเก็ตทะลุ 1,430 ล้านบาท จากเทศกาลถือศีลกินผักที่ผู้คนสวมชุดขาวร่วมกันสืบทอดประเพณีกว่า 200 ปี ผสานศรัทธากับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ลงตัว
KEY
POINTS
- พิธีแห่พระรอบเมือง (อิ้วเก้ง) ของศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย ซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญของประเพณีกินเจภูเก็ต จะเริ่มเคลื่อนขบวนในวันที่ 16 ตุลาคม
- ขบวนแห่ของศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยถือเป็นขบวนที่ใหญ่ที่สุด มีม้าทรงจำนวนมากร่วมพิธีใช้อาวุธทิ่มแทงร่างกายตามความเชื่อเพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย
- เทศกาลกินเจภูเก็ตสร้างบรรยากาศที่คึกคักและเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยคาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้มหาศาลให้จังหวัด
ศรัทธาเต็มเมือง เศรษฐกิจคึกคัก ภูเก็ตเปิดฉากกินเจปี 2569
เมื่อเดือนตุลาคมมาถึง ถนนทุกสายในจังหวัดภูเก็ตจะประดับด้วยธงสีเหลืองและโคมไฟ ผู้คนพร้อมใจกันสวมชุดขาวเพื่อชำระล้างจิตใจใน "ประเพณีถือศีลกินผัก" หรือ "เจี๊ยะฉ่าย" เทศกาลที่สืบทอดกันมานานกว่า 200 ปี
ไฮไลต์ที่หลายคนรอคอยตรงกับวันที่ 16 ตุลาคม 2569 คือพิธีแห่พระรอบเมือง หรือ "อิ้วเก้ง" ของศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง
ขบวนแห่พระอ๊ามจุ้ยตุ่ย: ภาพที่ต้องเห็นด้วยตา
ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเป็นศูนย์รวมศรัทธาขนาดใหญ่ของเทศกาล ขบวนอิ้วเก้งของที่นี่ขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุด เริ่มเคลื่อนออกจากอ๊ามตั้งแต่ 08.00 น. ผ่านเส้นทางสำคัญในตัวเมือง
สิ่งที่ดึงสายตานักท่องเที่ยวคือ "ม้าทรง" ที่มาร่วมพิธีจำนวนมาก พวกเขาใช้อาวุธเหล็กแหลมและของมีคมทิ่มแทงร่างกาย
ตามความเชื่อเรื่องการรับเคราะห์และปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายแทนผู้ร่วมประเพณี บรรยากาศสองฝั่งถนนเต็มไปด้วยเสียงประทัดดังสนั่น และมวลชนชุดขาวที่ตั้งโต๊ะรับพร
จากพิธีปัดเป่าโรคภัย สู่มรดกวัฒนธรรม
รากฐานของประเพณีนี้ย้อนไปถึงยุคที่คณะงิ้วเดินทางมาแสดงในภูเก็ตและเกิดโรคระบาด จึงมีการทำพิธีกินผักเพื่อปัดเป่าโรคภัย ก่อนกลายเป็นประเพณีที่ชาวภูเก็ตและผู้มาเยือนร่วมสืบทอดต่อกันมา
ความหมายและความเชื่อ
- การรับเคราะห์แทนผู้ถือศีล: ม้าทรง (ร่างทรงของเทพเจ้าจีน) เชื่อว่าเป็น "กิ๋วม้า" หรือพาหนะของเทพเจ้า ที่ยอมรับเคราะห์กรรม ความเจ็บป่วย และสิ่งอัปมงคลแทนผู้เข้าร่วมถือศีลกินผักและคนในชุมชน
- การแสดงอิทธิฤทธิ์และปกป้องคุ้มครอง: เป็นการแสดงถึงพลังและความคุ้มครองของเทพเจ้าที่มาประทับร่าง โดยมีความเชื่อว่าม้าทรงจะไม่รู้สึกเจ็บปวดขณะที่เหล็กหรืออาวุธต่างๆ ทิ่มแทง
- ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย: ขบวนแห่พระและม้าทรงที่ใช้อาวุธทิ่มแทงร่างกายจะเดินไปตามถนน พร้อมกับการจุดประทัดเพื่อปัดเป่าสิ่งไม่ดี และนำความเป็นสิริมงคลมาสู่บ้านเรือนและร้านค้าที่มีการตั้งโต๊ะรับพระ
ลักษณะของพิธีกรรม
- อาวุธที่ใช้: นอกเหนือจากเหล็กแหลมแทงกระพุ้งแก้มแล้ว ม้าทรงบางส่วนอาจใช้อาวุธอื่น ๆ เช่น มีด ดาบ ขวานเฉือนลิ้น หรือวัตถุในตำนานและนอกตำนานตามความเชื่อของแต่ละศาลเจ้า
- ความเชื่อเรื่องบาดแผล: ตามความเชื่อดั้งเดิม บาดแผลจากพิธีกรรมดังกล่าวจะหายได้อย่างอัศจรรย์ หรือมีการดูแลรักษาตามแพทย์และแนวทางของศาลเจ้าหลังเสร็จสิ้น
ศรัทธาที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
เทศกาลกินเจไม่ได้เป็นเพียงเรื่องความเชื่อหรือไลฟ์สไตล์งดเนื้อสัตว์ แต่ยังดึงเม็ดเงินเข้าสู่จังหวัดด้วย
ตัวเลขจาก ททท. ระบุว่า เมื่อปี 2568 เทศกาลดึงนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ได้กว่า 3.8 แสนคน สร้างเงินสะพัดรวมกับจังหวัดใกล้เคียงกว่า 4,104 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 31%
สำหรับปี 2569 ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานภูเก็ต ระบุถึงแนวโน้มที่คึกคักขึ้น และคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติเดินทางมาเพิ่ม
ดันเงินสะพัดเฉพาะในภูเก็ตทะลุ 1,430 ล้านบาท โรงแรมในย่านใจกลางเมืองมีการจองล่วงหน้า ส่วนร้านอาหารเจทั้งสูตรดั้งเดิมและสไตล์ฟิวชัน (ผสมผสานหลายรสชาติ) ก็มียอดขายเติบโต
จุดตัดของศรัทธา ไลฟ์สไตล์ และเศรษฐกิจ
เทศกาลกินเจภูเก็ตจึงเป็นจุดตัดระหว่างความศรัทธาที่หยั่งรากลึก ประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ที่หาชมได้ยาก และการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ทำให้เมืองเกาะแห่งนี้มีชีวิตชีวาในทุกปี







