posttoday
“ไอซ์ รักชนก” ยื่น ป.ป.ช. สอบ TH-AI Passport ชี้ 3 ปมพิรุธ TOR

“ไอซ์ รักชนก” ยื่น ป.ป.ช. สอบ TH-AI Passport ชี้ 3 ปมพิรุธ TOR

01 กันยายน 2569

ฝ่ายค้านยื่นหลักฐานขอสอบโครงการ TH-AI Passport ตั้งข้อสังเกตผู้ใช้จริงต่ำ เงื่อนไขประชาสัมพันธ์ส่อจำกัดการแข่งขัน และโครงสร้างจ่ายเงินเอื้อเอกชน

KEY

POINTS

  • น.ส.รักชนก ศรีนอก ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport หลังพบข้อพิรุธ 3 ประเด็น
  • ตั้งข้อสังเกตถึงจำนวนผู้ใช้งานจริงที่ต่ำมาก (ไม่ถึง 10%) แต่ยังเดินหน้าโครงการระยะที่ 2 และเงื่อนไข TOR ด้านประชาสัมพันธ์ที่อาจจำกัดการแข่งขัน
  • ขอให้ตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทคู่สัญญา (Human Intelligent) กับบริษัทเจ้าของสื่อโฆษณาที่อาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน

 

น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณฯ ยื่นหลักฐานต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport หลังพบข้อพิรุธเกี่ยวกับผลการใช้งาน การกำหนดขอบเขตงาน หรือ TOR และความเชื่อมโยงของบริษัทคู่สัญญากับธุรกิจสื่อโฆษณา

 

ผู้ที่ถูกขอให้ตรวจสอบประกอบด้วย นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประธานคณะกรรมการร่าง TOR และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัท Human Intelligent

 

น.ส.รักชนกระบุว่า การยื่นเรื่องครั้งนี้ต้องการให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องปฏิบัติหน้าที่โดยชอบหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีที่รัฐมนตรีไม่ได้ระงับโครงการ แม้มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องความคุ้มค่าและความโปร่งใส

 

 

 

 

 

 

 

ผู้ใช้จริงไม่ถึง 10% แต่เดินหน้าโครงการระยะที่ 2

ประเด็นแรกคือจำนวนผู้ใช้งานจริง โดยข้อมูลที่นำมายื่นระบุว่า โครงการมีผู้ลงทะเบียนประมาณ 1.3 ล้านคน แต่มีผู้ใช้งานจริงประมาณ 100,000 คน หรือไม่ถึง 10% ของผู้ลงทะเบียนทั้งหมด

ฝ่ายค้านจึงตั้งคำถามต่อการผลักดันโครงการระยะที่ 2 โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมอ้างว่าโครงการประสบความสำเร็จ ทั้งที่ตัวเลขการใช้งานจริงยังอยู่ในระดับต่ำ และอาจไม่สอดคล้องกับงบประมาณที่รัฐเตรียมใช้

ข้อสังเกตอีกด้านอยู่ที่รูปแบบการจ่ายเงิน เดิมสัญญากำหนดให้จ่ายแบบเหมารวม วงเงิน 1,600 ล้านบาท โดยไม่ได้ผูกกับจำนวนผู้ใช้งานจริง ก่อนจะปรับเป็นการจ่ายตามการใช้งานภายหลังมีการทักท้วง

น.ส.รักชนกประเมินว่า หากยังใช้เงื่อนไขเดิม เอกชนอาจได้รับเงินเต็มวงเงิน แม้ประชาชนใช้งานต่ำกว่าเป้าหมาย และอาจเกิดส่วนต่างจากมูลค่าการใช้งานจริงประมาณ 1,500 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อกล่าวหาและข้อสังเกตที่ต้องรอการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

 

จับตา TOR ประชาสัมพันธ์ ส่อจำกัดการแข่งขัน

ประเด็นที่ 2 คือเงื่อนไขใน TOR หมวดประชาสัมพันธ์ ซึ่งกำหนดจำนวนและประเภทของสื่อไว้อย่างเฉพาะเจาะจง ได้แก่ จอบิลบอร์ดทั่วประเทศไม่น้อยกว่า 400 จุด จอโฆษณาในร้านสะดวกซื้อไม่น้อยกว่า 6,000 จอ ครอบคลุมไม่น้อยกว่า 1,500 สาขา และจอโฆษณาในห้างสรรพสินค้าไม่น้อยกว่า 200 จุด

ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่า เงื่อนไขดังกล่าวอาจทำให้มีผู้ประกอบการเพียงไม่กี่รายที่สามารถดำเนินงานได้ครบถ้วน จึงควรตรวจสอบว่าการกำหนดคุณสมบัติมีเหตุผลรองรับหรือเป็นการจำกัดการแข่งขันและเอื้อประโยชน์แก่เอกชนบางราย

นอกจากนี้ ยังกล่าวหาว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมส่งมอบเอกสารให้คณะกรรมาธิการฯ ไม่ครบถ้วน จากเอกสารหลายสิบฉบับที่ร้องขอได้รับเพียง 9 ฉบับ และส่วนหนึ่งเป็นเอกสารที่เปิดเผยต่อสาธารณะอยู่แล้ว

ส่วนเอกสารสำคัญ เช่น ข้อเสนอทางเทคนิคของบริษัทที่เข้าร่วมประมูล และเอกสารแนบท้ายสัญญาฉบับล่าสุด ยังไม่ได้รับมอบอย่างครบถ้วน จึงทำให้การตรวจสอบรายละเอียดโครงการทำได้อย่างจำกัด

 

ขอสอบสายสัมพันธ์บริษัทคู่สัญญากับเจ้าของสื่อ

ประเด็นที่ 3 คือความเชื่อมโยงระหว่างบริษัท Human Intelligent ซึ่งเป็นเอกชนคู่สัญญา กับบริษัทที่ถือสิทธิหรือครอบครองเครือข่ายจอโฆษณาตามคุณสมบัติที่กำหนดใน TOR

ข้อมูลที่ฝ่ายค้านนำมายื่นกล่าวอ้างว่า บริษัททั้ง 2 แห่งมีผู้รับผลประโยชน์สุดท้ายเป็นบุคคลกลุ่มเดียวกัน และจดทะเบียนตั้งอยู่ในสถานที่เดียวกัน จึงขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่าการกำหนด TOR และการคัดเลือกเอกชนมีความโปร่งใสและเปิดให้แข่งขันอย่างเป็นธรรมหรือไม่

ฝ่ายค้านยังตั้งข้อสงสัยว่า โครงสร้างสัญญาแบบเหมารวมอาจเปิดช่องให้เงินของรัฐไหลไปยังเอกชนที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายการเมืองที่เรียกว่า “กลุ่มทุนสีน้ำเงิน” แต่ข้อกล่าวหานี้ยังไม่มีข้อยุติและต้องผ่านกระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริง

การยื่นเรื่องครั้งนี้จึงมุ่งให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบตั้งแต่ขั้นตอนจัดทำ TOR การคัดเลือกคู่สัญญา รูปแบบการจ่ายเงิน ตลอดจนบทบาทของเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดยังมีสิทธิชี้แจงและนำหลักฐานเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบต่อไป

ข่าวล่าสุด

ครม.ไฟเขียวประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ตั้งเป้า 30 ล้านครัวเรือน

ครม.ไฟเขียวประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ตั้งเป้า 30 ล้านครัวเรือน