
ไอพีโอตัวที่ 3 ของปี 69 “FLE” เปิดเทรดวันแรก 1.45 บาท เหนือจอง 17.89%
ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง หรือ “FLE” ไอพีโอตัวที่ 3 ของปี 69 เปิดเทรด mai วันแรก 1.45 บาท พุ่ง 17.89% จากราคาไอพีโอ 1.23 บาท
KEY
POINTS
- หุ้น FLE (ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง) เปิดซื้อขายในตลาด mai วันแรกที่ราคา 1.45 บาท สูงกว่าราคาจอง 17.89%
- FLE เป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุน (IPO) ตัวที่ 3 ของปี 2569 ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
- บริษัทระดมทุนเพื่อใช้ขยายธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำ เพิ่มกำลังการผลิต ชำระหนี้เงินกู้ และเป็นเงินทุนหมุนเวียน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) วันนี้ (1 ก.ย.2569) เป็นวันแรก ในกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรม เป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO)ตัวที่ 3 ของปี 2569
โดยเปิดที่ราคา 1.45 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 0.22 บาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 17.89% จากราคาเสนอขาย IPO ที่ราคา 1.23 บาท
ล่าสุด เวลา 10.58 น. ปรับเพิ่มขึ้น 0.06 บาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 4.88% มาอยู่ที่ 1.29 บาท มูลค่าการซื้อขายรวม 232.16 ล้านบาท
ทั้งนี้ FLE ประกอบธุรกิจจัดหาและจำหน่ายเครื่องสูบน้ำ วาล์ว ท่อ สะพานเบลีย์ เรือขุด และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประกอบธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำ และธุรกิจรับเหมางานระบบไฟฟ้าและเครื่องกลสำหรับงานชลประทาน งานระบบส่งน้ำ และงานระบบพลังงานแสงอาทิตย์
FLE เสนอราคาขาย IPO ที่ 1.23 บาท/หุ้น จำนวน100,000,000 หุ้น คิดเป็น 33.33% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด โดยบริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 30% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลของงบการเงินเฉพาะกิจการและหลังหักสำรองตามกฎหมายและเงินสะสมอื่นๆ ตามที่บริษัทกำหนด
สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปใช้
1. เพื่อลงทุนในเครื่องมือ และเครื่องจักรสำหรับธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำ และธุรกิจบริการด้านน้ำ จำนวน 50 ล้านบาท
2. เพื่อเป็นเงินลงทุนสำหรับการขยายกำลังการผลิตของโรงงาน จำนวน 15 ล้านบาท
3. เพื่อการชำระหนี้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน จำนวน 10 ล้านบาท
4. เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินธุรกิจของบริษัท จำนวน 37.96 ล้านบาท
ทางด้านผลการดำเนินงานในปี 2566-2568 บริษัทมีรายได้รวม อยู่ที่ 634.68 ล้านบาท 504.28 ล้านบาท และ 580.33 ล้านบาท ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิ 84.08 ล้านบาท 30.22 ล้านบาท และ 37.10 ล้านบาท ตามลำดับ
ส่วนผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม อยู่ที่ 244.69 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ อยู่ที่ 9.28 ล้านบาท
นายภาณุ โชคอภิรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE เปิดเผยว่า บริษัทมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจระบบสูบน้ำขนาดใหญ่และระบบบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจรมาอย่างยาวนาน มีองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม บุคลากรที่มีประสบการณ์ รวมถึงความสามารถในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชันให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละโครงการ ทำให้สามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างครบวงจร
การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัทในการยกระดับศักยภาพทางธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่งของฐานเงินทุน เพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต
“เราเชื่อว่าการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และเปิดโอกาสให้ FLE สามารถต่อยอดไปสู่ตลาดที่มีขนาดใหญ่ได้มากยิ่งขึ้นในอนาคต” นายภาณุ กล่าว
สำหรับเงินที่ได้รับจากการระดมทุน FLE มีแผนนำไปใช้เพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจ โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือ การต่อยอดธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำ ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ชองบริษัทฯ ที่เริ่มดำเนินการในไตรมาส 4/2568 โดยเป็นธุรกิจที่บริษัทฯ มองว่ามีโอกาสเติบโตและสร้างรายได้แบบ Recurring Income
ปัจจุบันบริษัทได้รับสัญญามาแล้วกว่า 7 ฉบับ ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นโอกาสในการเพิ่มรูปแบบการให้บริการแก่ลูกค้า และสร้างรายได้ที่มีความต่อเนื่องมากขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนขยายฐานลูกค้าภาคเอกชน เพิ่มเติมจากฐานลูกค้าและโครงการที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญอยู่เดิม เพื่อสร้างความหลากหลายของแหล่งรายได้และเพิ่มโอกาสการเติบโตในระยะยาว
FLE ยังมองเห็นโอกาสจากการขยายตัวของ Data Center ในประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล Cloud และ AI โครงสร้างพื้นฐานของ Data Center มีความต้องการระบบสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือสูง
รวมถึงระบบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำและ Cooling System ซึ่ง FLE สามารถนำองค์ความรู้ด้านระบบสูบน้ำและงานวิศวกรรมที่มีอยู่มาต่อยอด เพื่อเข้าถึงโครงการภาคเอกชนขนาดใหญ่และอุตสาหกรรมในอนาคต
นอกจากนี้ ความต้องการด้านการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทยยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาเมืองและพื้นที่อุตสาหกรรม รวมถึงความจำเป็นในการรับมือกับปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง และการบริหารทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสนับสนุนโอกาสทางธุรกิจของ FLE ในระยะยาว







