
นพ.ตุลย์นัดยื่น กกต. จี้ส่งคดีฮั้ว สว.ให้ศาลฎีกาวินิจฉัย
นพ.ตุลย์ พร้อม คปท. นัดยื่นหนังสือ กกต. 19 ส.ค. จี้ส่งคดีฮั้ว สว.ให้ศาลฎีกาชี้ขาด หลังความเห็นอนุกรรมการ 2 ชุดสวนทางกัน
KEY
POINTS
- นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ พร้อมเครือข่าย นัดยื่นหนังสือถึง กกต. เพื่อเรียกร้องให้ส่งสำนวนคดีทุจริตเลือกตั้ง สว. หรือ "คดีฮั้ว สว." ให้ศาลฎีกาวินิจฉัย
- การยื่นเรื่องครั้งนี้เกิดจากข้อสงสัยต่อการทำงานของ กกต. ที่ใช้เวลาสอบสวนคดีมาแล้ว 2 ปี และมีความเห็นของอนุกรรมการ 2 ชุดที่ขัดแย้งกัน
- เป้าหมายหลักคือการกดดันให้ กกต. ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยส่งสำนวนคดีทั้งหมดให้ศาลฎีกาเป็นผู้ชี้ขาดข้อเท็จจริง
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 กระแสเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งสำนวนคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ “คดีฮั้ว สว.” ให้ศาลฎีกาวินิจฉัยยังคงถูกจับตา หลัง นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เตรียมยื่นหนังสือต่อ กกต. เพื่อเรียกร้องให้เดินหน้าคดีตามกระบวนการกฎหมาย
นพ.ตุลย์ ระบุว่า กกต.สอบสวนคดีดังกล่าวมาประมาณ 2 ปี โดยอนุกรรมการสอบสวนชุดที่ 26 มีความเห็นให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ขณะที่อนุกรรมการชุดที่ 36 มีความเห็นไม่ดำเนินคดีกับผู้ใด จึงทำให้เกิดข้อสงสัยต่อทิศทางการพิจารณาสำนวนในขั้นสุดท้ายของ กกต.
นพ.ตุลย์ พร้อมเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท. จึงนัดหมายประชาชนเข้ายื่นหนังสือต่อ กกต. วันที่ 19 สิงหาคม เวลา 10.00 น. ที่สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการ อาคารบี โดยเรียกร้องให้ กกต.ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และส่งสำนวนให้ศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัยข้อเท็จจริง
ขณะที่นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีดังกล่าว โดยมองว่า การที่ สว.ซึ่งถูกตั้งข้อสงสัยออกมาชี้แจงและโต้แย้งหลักฐานต่างๆ ทำให้สังคมมีข้อมูลประกอบการติดตามคดี และเห็นประเด็นข้อถกเถียงได้ชัดเจนขึ้น
อีกด้านหนึ่ง ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน แสดงความเห็นโต้แย้งน้ำหนักของพยานและข้อมูลบางส่วนที่ถูกนำเสนอในเวทีสาธารณะ โดยระบุว่า พยานบางรายไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ และไม่ได้เป็นพยานในสำนวนที่ กกต.ไต่สวน จึงเห็นว่าควรปล่อยให้กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมายเป็นผู้วินิจฉัยข้อเท็จจริง
ท่ามกลางความเห็นที่แตกต่างกัน การพิจารณาสำนวนคดีฮั้ว สว.ของ กกต.จึงอยู่ในความสนใจของสังคม โดยประเด็นสำคัญคือ กกต.จะให้น้ำหนักกับความเห็นของอนุกรรมการชุดใด และท้ายที่สุดจะส่งผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนให้ศาลฎีกาพิจารณาต่อไป







