posttoday
หมดโอกาสมั่วทรง เมื่อ Claude ฝังลายน้ำแม้กระทั่งในข้อความ

หมดโอกาสมั่วทรง เมื่อ Claude ฝังลายน้ำแม้กระทั่งในข้อความ

19 สิงหาคม 2569

Anthropic เตรียมฝังลายน้ำในข้อความจาก Claude ตามกฎ EU AI Act หวังแยก AI ออกจากมนุษย์ แต่ยังเผชิญข้อจำกัดและความเสี่ยงตรวจผิดพลาด

ตั้งแต่การมาถึงของ AI หนึ่งในปัญหาที่เราต้องประสบคือ ไม่แน่ใจว่าเนื้อหาที่เห็นสร้างจากมนุษย์หรือไม่ ตั้งแต่ภาพ เสียง คลิปวีดีโอ ตลอดจนข้อความที่กำลังคุยตอบโต้ ที่บางครั้งร่างมายาวเหยียดแต่เป็นเพียงข้อความที่เกิดจาก AI สร้างความหงุดหงิดรำคาญใจแก่ผู้อ่าน พาลจะทำหลายท่านเบื่อหน่ายโลกออนไลน์ขึ้นทุกวัน

 

ล่าสุดเริ่มมีความพยายามแก้ไขเรื่องนี้ในหลายส่วน โดยเฉพาะกับบริษัทชั้นนำอย่าง Anthropic

 

หมดโอกาสมั่วทรง เมื่อ Claude ฝังลายน้ำแม้กระทั่งในข้อความ

 

เมื่อข้อความที่สร้างจาก Claude จะมีลายน้ำ

 

Anthropic บริษัทเจ้าของโมเดล AI ชื่อดังได้ออกมาเปิดเผยว่า เนื้อหาทุกชนิดที่สร้างจากโมเดลตระกูล Claude จะมีฝังเทคโนโลยีลายน้ำ ลงในไฟล์ทุกชนิดรวมถึงเนื้อหาประเภทข้อความทั้งหมดที่สร้างขึ้นด้วยโมเดลของบริษัท เพื่อให้สามารถนำมาตรวจสอบย้อนหลังได้ว่า ผลงานดังกล่าวมาจาก AI ไม่ใช่มนุษย์

 

จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้จะไม่ได้ทำการฝังโค้ดหรือเนื้อหาไว้ในข้อความแบบเดียวกับเนื้อหาประเภทอื่น แต่จะอาศัยการตรวจสอบลายน้ำผ่านโครงสร้างคำและภาษาเป็นหลัก โดยตรวจสอบรูปแบบการใช้ภาษาและคำภาษาและคำภายในเนื้อหา แล้วนำมาตรวจสอบว่าเนื้อหานั้นสร้างจาก AI หรือไม่

 

หลักการทำงานของมันคือการอ้างอิงจาก กลุ่มคำที่ใช้ในโทเคนการเขียน โดยมากเนื้อหาเหล่านี้จะมีกลุ่มคำที่ถูกนำมาใช้งานบ่อยครั้ง เมื่อนำเนื้อหาเหล่านั้นมาสร้างเป็นประโยคที่มีเนื้อหายาว รูปแบบการเลือกคำจะกลายเป็นแพทเทิร์นและรูปแบบทางสถิติให้สามารถตรวจจับและตรวจสอบได้ว่า เนื้อหาดังกล่าว Claude เป็นผู้ทำการเขียนหรือไม่

 

จุดเด่นสำคัญของกลไกนี้คือ ลายน้ำที่ใช้ตรวจสอบอยู่ในเนื้อหา ในรูปแบบคำศัพท์และรูปประโยค ทำให้การคัดลอกเนื้อหาแบบ Plain Text ก็ไม่สามารถลบล้างได้ เพราะคำศัพท์ที่ใช้และรูปแบบของประโยคที่เป็นหลักเกณฑ์ยังคงอยู่ อีกทั้งยังเป็นรายละเอียดในระดับเล็กน้อยที่ยากต่อการพบเห็น

 

นโยบายนี้จะถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ทุกรูปแบบของบริษัท เช่น API, Chatbot, Claude Code, Cowork ฯลฯ และผลิตภัณฑ์อื่นที่ถูกพัฒนาขึ้นมาในอนาคต ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการแยกแยะเนื้อหาที่สร้างขึ้นมาจาก AI หรือมนุษย์ ที่จะช่วยเพิ่มความโปร่งใสในการใช้งาน AI ต่อไป

 

หมดโอกาสมั่วทรง เมื่อ Claude ฝังลายน้ำแม้กระทั่งในข้อความ

 

เมื่อ EU บังคับให้บรรดาบริษัท AI ทำให้โปร่งใส

 

อันที่จริงไม่ใช่เพียง Anthropic บริษัท AI หลายแห่ง นอกจากกรณี SynthID หรือระบบการฝัง Metadata ของ C2PA ที่อาศัยการฝังลายน้ำที่มองไม่เห็นลงไปในเนื้อหาประเภทภาพ เสียง หรือวีดีโอ ที่เป็นมาตรฐานซึ่งเริ่มใช้งานใน Google, OpenAI, Midjourney แล้ว เจ้าอื่นก็เริ่มขยับตัวเช่นกัน

 

หนึ่งในนั้นคือ Suno แพลตฟอร์ม AI สร้างเพลงชื่อดัง ที่มีการฝังลายน้ำลงบนแทร็กเพลงที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อให้สามารถระบุตัวตนและตามรอยย้อนหลังได้ เช่นเดียวกับ Spotify ที่แม้จะเป็นแพลตฟอร์มเผยแพร่เพลงเป็นหลัก แต่ก็เริ่มมีการติดป้ายกำกับเนื้อหา AI อย่างจริงจัง

 

สาเหตุสำคัญของความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้มาจาก EU AI Act แม่แบบกฎหมายควบคุมดูแล AI ของสหภาพยุโรป โดยเฉพาะมาตรา 50 ที่เน้นย้ำในความโปร่งใส ระบุให้ AI ต้องระบุตัวตนต่อคู่สนทนาเสมอว่ากำลังคุยกับ AI, ต้องมีการติดป้ายเนื้อหาที่สร้างจาก AI อย่างชัดเจน พร้อมทำเครื่องหมายให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่า สร้างจาก AI เจ้าไหน

 

ปัจจุบันกฎหมายฉบับนี้เริ่มทยอยได้รับการบังคับใช้เป็นทางการไปทีละส่วน ล่าสุดวันที่ 2 สิงหาคม 2026 เริ่มมีการควบคุมโมเดลอเนกประสงค่ที่ใช้งานกันทั่วไป และควบคุมในด้านความโปร่งใสตามที่กล่าวถึงข้างต้นอย่างเต็มรูปแบบ เป็นเหตุผลให้บริษัทมากมายต้องทยอยปรับตัว

 

กฎหมายนี้ไม่ได้ส่งผลแค่เพียงกับบริษัทผู้ผลิต AI เท่านั้น แม้แต่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Facebok, Instagram หรือ Tiktok ก็ถูกสั่งให้คุมเข้มเรื่องเฟคนิวส์ ต้องยกระดับตรวจสอบข้อเท็จจริงของเนื้อหา ในทีนี้มีจำนวนไม่น้อยที่สร้างขึ้นจาก AI นำมาทำเป็น Deepfake ที่ใช้ในการปลุกปั่น จึงต้องเร่งแก้ไขเพื่อคืนความเรียบร้อยแก่สังคม

 

ในทางหนึ่งนี่จึงถือเป็นความพยายามในการควบคุม AI อย่างจริงจังเป็นครั้งแรกด้วยกติกาสากลเลยทีเดียว

 

จุดบอดสำคัญของลายน้ำฝังข้อความ

 

เรื่องนี้ไม่ได้เรียกเพียงเสียงชื่นชมแต่สร้างความไม่พอใจแก่ผู้ใช้งานบางกลุ่มเช่นกัน เนื่องจากระบบฝังลายน้ำในเนื้อหาข้อความ Anthropic ออกแบบเพื่อรับมือข้อความ AI ป้องกันการคัดลอกไปเฉพาะเนื้อหาตัวอักษร จึงไม่ได้ทำการฝังโค้ดลงไปโดยตรง เพื่อให้สามารถตรวจจับได้แม้จะถูกส่งต่อผ่านแพลตฟอร์มอื่น แต่กลไกนี้เองก็ยังมีข้อจำกัดในการตรวจสอบ

 

ประเด็นแรกคือ การตรวจสอบรูปแบบคำและแพทเทิร์นเนื้อหา สิ่งนี้สามารถแก้ไขได้ง่ายโดยการปรับในเชิงรายละเอียด ทั้งยังมีข้อจำกัดในด้านการถูกป้อนคำสั่งหลีกเลี่ยงชุดคำดังกล่าวโดยเฉพาะ หรือกรณีเนื้อหาสั้นเกิน ก็อาจจะไม่สามารถตรวจสอบอย่างมีประสิทธิภาพ

 

ปัญหาต่อมาคือ การใช้ AI สำหรับตรวจทาน บางท่านอาจใช้ AI แก้คำผิดหรือตรวจไวยกรณ์ ในกรณีนี้ลายน้ำจะยังคงถูกใส่ในชิ้นงานจนอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือในกรณีเนื้อหางานที่มีแพทเทิร์นตายตัวแบบเขียนโค้ด กลอน ตลอดจนบทกวี ก็อาจทำให้เกิดการสับสนได้ง่ายเช่นกัน

 

ตามมาด้วยคุณภาพของเนื้อหางาน การบังคับให้ AI เขียนด้วยคำ ชุดข้อความ หรือแพทเทิร์นเนื้อหาเดิม โดยไม่มีการปรับคลังศัพท์ อาจทำให้เนื้อหางานมีความแข็งกระด้าง บริบทผิดเพี้ยน หรืองานที่ต้องเคร่งด้านการใช้คำโดยเฉพาะจำพวกเอกสารทางกฎหมายและธุรกิจ ก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายได้

 

อีกส่วนที่จะไม่มีวันแก้ตกคือ ผลตรวจผิดพลาด ในกรณีเนื้อหาดังกล่าวถูกเขียนมาจากน้ำพักน้ำแรง แต่กลับถูก AI ตีตราผิดๆ ว่าเป็นงานที่สร้างขึ้นจาก AI ก็อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด การเสื่อมเสียชื่อเสียง และผลประโยชน์ที่บุคคลดังกล่าวควรได้รับ ทั้งที่การตรวจลายน้ำเองก็ไม่ได้มีประสิทธิภาพแน่นอนเชื่อถือได้ขนาดนั้น จนอาจมีปัญหาในด้านความเป็นธรรมได้

 

นั่นทำให้แม้จะมีการฝังลายน้ำลงไปในเนื้อหา ก็ยังอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาเนื้อหา AI ในปัจจุบัน กลับกันยังอาจเป็นการสร้างปัญหาให้ทวีความซับซ้อนขึ้นอีก

 

 

 

อย่างไรก็ตามการยืนยันตัวตนในเนื้อหาตัวอักษรเป็นเรื่องยากมาตั้งแต่ต้น เนื่องจากมันเป็นเพียงชุดตัวอักษรที่สามารถล้างฟอร์แมตออกได้อย่างง่ายดาย ทำให้หลายบริษัทรวมถึง Google หรือ Adobe ที่เคยเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงเรื่องลายน้ำ ก็ไม่เคยเข้ามากำหนดกฎเกณฑ์เรื่องเนื้อหาข้อความอย่างจริงจัง

 

คงต้องรอดูต่อไปว่าบริษัท AI จะมีแนวทางการปรับตัวรับมือ หรือ EU จะมีการกำหนดมาตรการอย่างไร

 

 

 

 

ที่มา

 

https://support.claude.com/en/articles/16266773-how-claude-marks-ai-generated-content

 

https://techcrunch.com/2026/08/11/anthropic-says-it-will-watermark-text-generated-by-its-ai-models/

 

https://techcrunch.com/2026/08/06/amid-legal-battles-suno-says-it-will-start-watermarking-songs/

 

https://newsroom.spotify.com/2026-08-11/ai-persona-badges-transparency/

 

https://www.straitstimes.com/world/europe/eu-tells-meta-tiktok-to-boost-monitoring-fact-checking

 

https://medium.com/@isaakmwangi2018/anthropic-just-put-a-secret-watermark-on-everything-claude-writes-no-opt-out-option-8eef3b542242

 

https://agentsroom.dev/th/blog/claude-watermark-code-detection

 

https://www.hindustantimes.com/ht-explainers/claudes-watermark-knows-ai-was-used-but-not-how-detection-limits-101786541724581.html

 

ข่าวล่าสุด

หุ้นไทยไปต่อ! เงินไหลออกจากดอลลาร์เข้าตลาดเกิดใหม่ ดัน SET ลุ้น 1,640 จุด ชูพลังงาน-Domestic Playเด่น

หุ้นไทยไปต่อ! เงินไหลออกจากดอลลาร์เข้าตลาดเกิดใหม่ ดัน SET ลุ้น 1,640 จุด ชูพลังงาน-Domestic Playเด่น