
หุ้นไทยไปต่อ! เงินไหลออกจากดอลลาร์เข้าตลาดเกิดใหม่ ดัน SET ลุ้น 1,640 จุด ชูพลังงาน-Domestic Playเด่น
ตลาดหุ้นไทยยังสวยแม้ความเสี่ยงระยะสั้นเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันทรงตัวสูงจากข้อจำกัดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ กลุ่มพลังงานต้นน้ำ–โรงกลั่น–ปิโตรเคมีได้แรงส่ง ด้านค้าปลีก-ท่องเที่ยว-โรงพยาบาลผ่านพ้นช่วง Low Season เริ่มฟื้นตัว บล.ยูโอบี เคย์เฮียน แนะจับตาเงินลงทุนไหลออกจากหุ้นเทคสหรัฐฯ หันหาสินทรัพย์เสี่ยงนอกสหรัฐฯ ดันไทยโดดเด่น ปันผลสูง EPS พุ่ง วางกรอบ SET แนวรับ 1,605 จุด แนวต้าน 1,633-1,640 จุด ชู DELTA–CRC–CENTEL–CBG เด่น
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทยยังสวยแม้ความเสี่ยงระยะสั้นเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันทรงตัวสูงกลุ่มพลังงานต้นน้ำ–โรงกลั่น–ปิโตรเคมีได้แรงส่ง
- บล.ยูโอบี เคย์เฮียน แนะจับตาเงินลงทุนไหลออกจากหุ้นเทคสหรัฐฯ หันหาสินทรัพย์เสี่ยงนอกสหรัฐฯ ดันไทยโดดเด่น ปันผลสูง EPS พุ่ง
- วางกรอบ SET แนวรับ 1,605 จุด แนวต้าน 1,633-1,640 จุด ชู DELTA–CRC–CENTEL–CBG เด่น
บทวิเคราะห์ บล.ยูโอบีเคย์เฮียน ระบุว่า ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย และปัจจัยแวดล้อมอาจดีกว่าที่เราประเมิน จาก 1) หุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ (PTTEP), โรงกลั่น (BCP, TOP, SPRC) และปิโตรเคมี (PTTGC) อาจยังขับเคลื่อนต่อไปได้ในระยะสั้น แม้ว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน จะผ่อนคลายมากขึ้น
แต่ปัญหาสำคัญ คือ ช่องแคบฮอร์มุซ ยังไม่ได้มีการเปิดให้เรือเดินผ่านได้เต็มที่ ส่งผลให้อุปทานน้ำมันใหม่ ยังไม่กลับมาเท่าเดิม ประกอบกับน้ำมันในคลังสำรองของแต่ละประเทศไม่ได้สูงเท่าช่วงก่อน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มคงระดับสูงต่อเนื่อง
2) กลุ่มอิงเศรษฐกิจในประเทศ อาทิค้าปลีก ท่องเที่ยว และโรงพยาบาล ผ่านจุดที่เป็น low season ไปแล้ว ขณะที่ปัจจัยกดดันต่างๆ เริ่มผ่อนคลาย
และ 3) การกระจายเงินลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศ เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเงินลงทุนไปกระจุกตัวอยู่ในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ในสหรัฐฯ ค่อนข้างมาก ยังคงมองว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะยังขับเคลื่อนไปได้
อย่างไรก็ตามความไม่แน่นอนในช่วงสั้นอาจมากขึ้น ทั้งในเชิงของ Valuation, กระแสเงินสด และอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิ ที่ตลาดคาดหวังไว้สูง ดังนั้นฝ่ายวิเคราะห์ประเมินจะมีนักลงทุนบางส่วนที่ตัดสินใจ เพิ่มน้ำหนักในหุ้นนอกตลาดสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นได้ ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจจากทั้งอัตราเงินปันผลที่สูง และ EPS ของ SET Index ในปีนี้ยังถูกปรับประมาณการขึ้นต่อเนื่อง
เงินเริ่มไหลออก USD หาสินทรัพย์เสี่ยง
ค่าเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง โดยหลักมาจากการที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนตัวลง หลังช่วงก่อนหน้านักลงทุนตัดสินใจนำเงินไปถือดอลลาร์จำนวนมาก เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดผันผวนจากภาวะสงคราม
ทั้งนี้เมื่อสถานการณ์ค่อยๆ ผ่อนคลายลง ทั้งในด้านของสงคราม และความกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed หลังอัตราเงินเฟ้อ สะท้อนการผ่านจุดที่แย่ไปสุดไปแล้ว เราประเมินเงินลงทุนที่อยู่ใน USD จะเริ่มคลายออกมา ซึ่งจะเป็นบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง
ภาพรวมกลยุทธ์ การรายงานผลประกอบการในประเทศที่แข็งแกร่ง ยังเป็นปัจจัยบวกและ ส่งผลดีต่อบรรยากาศลงทุนและเก็งกำไร ภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่ดีขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญช่วยหนุนการเปลี่ยนผ่านมายังกลุ่ม Domestic แนวรับ 1,605 แนวต้าน 1,633-1,640 จุด สัดส่วนลงทุน เงินสด 50% vs พอร์ตหุ้น 50%
หุ้นแนะนำ
หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ นักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาเข้าซื้อ
DELTA (300) : การทำ securitization ของ compute power บวกต่อ hardware supply chain หุ้นฟื้นตัวทางเทคนิคจากเส้น 200 วัน ตัดขาดทุน 258 บาท
CRC (33) : ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ดีกว่าที่ consensus คาดไว้มาก ขณะที่แนวโน้มช่วงที่เหลือสดใสต่อเนื่อง ตัดขาดทุน 26.50 บาท
CENTEL (42) : ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติเร่งตัวขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตัดขาดทุน 38.00 บาท
CBG (65) : ยอดขายเครื่องดื่มในประเทศ เติบโตเด่น ขณะที่ปัจจัยลบเริ่มผ่อนคลาย ตัดขาดทุน 54 บาท.







