posttoday
สส.ปชน. ภัณฑิลจี้ กกต.ส่งฮั้ว สว.ศาลฎีกา เตือนยื่นบางรายเสี่ยง ม.157

สส.ปชน. ภัณฑิลจี้ กกต.ส่งฮั้ว สว.ศาลฎีกา เตือนยื่นบางรายเสี่ยง ม.157

18 สิงหาคม 2569

ภัณฑิล สส.พรรคประชาชน จี้ กกต.ส่งสำนวนฮั้ว สว.ให้ศาลฎีกาชี้ขาด ชี้หลักฐานมีมากพอ เตือนหากยื่นเพียงบางราย กมธ.พร้อมเรียกเอกสารตรวจสอบต่อ

KEY

POINTS

  • สส.พรรคประชาชน ภัณฑิล น่วมเจิม เรียกร้องให้ กกต. ส่งสำนวนคดีฮั้วเลือก สว. ทั้งหมดให้ศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัย
  • ชี้ว่ามีพยานหลักฐานจำนวนมากแล้ว ทั้งเส้นทางการเงิน ตั๋วเครื่องบิน และโพย ซึ่งเพียงพอที่จะส่งเรื่องให้ศาล
  • เตือนว่าหาก กกต. เลือกส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาเพียงบางราย อาจเสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157

 

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน เรียกร้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งสำนวนคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้ศาลฎีกาพิจารณา หลังระบุว่ามีพยานหลักฐานและสำนวนจำนวนมาก พร้อมเตือนว่า หาก กกต.ส่งศาลเพียงผู้ถูกกล่าวหาบางราย อาจเผชิญการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

 

นายภัณฑิลกล่าวว่า ความน่าเชื่อถือของ กกต.อยู่ในภาวะที่ถูกตั้งคำถาม จึงไม่ควรวินิจฉัยข้อเท็จจริงในคดีแทนศาล หากพยานหลักฐานอยู่ในระดับ “อันควรเชื่อ” ตามกฎหมาย กกต.ควรส่งเรื่องให้ศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัย

 

นายภัณฑิลระบุว่า สำนวนคดีมีเอกสารหลายหมื่นหน้า รวมถึงพยานหลักฐานที่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ ทั้งเส้นทางการเงิน ตั๋วเครื่องบิน โพย และข้อมูลเกี่ยวกับพฤติการณ์ในการเลือก สว. จึงตั้งคำถามว่า หลักฐานดังกล่าวยังไม่เพียงพอให้ กกต.ส่งคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกาหรือไม่

 

 

 

ทั้งนี้ นายภัณฑิลอ้างถึงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา โดยระบุว่า เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อ กกต.สามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาได้ ดังนั้น หน้าที่ในการวินิจฉัยข้อกล่าวหาขั้นสุดท้ายควรเป็นของศาล ไม่ใช่ กกต.

สำหรับกรณีที่นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการ กกต.ระบุว่า หากสำนวนมีน้ำหนักก็สามารถส่งศาลฎีกาได้ โดยกรรมการ กกต.จะใช้สำนวนของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 เป็นหลัก และนำสำนวนของคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 มาประกอบการพิจารณานั้น นายภัณฑิลเห็นว่า ยังมีหลักฐานจากฝ่ายค้านที่ควรถูกนำมาพิจารณาร่วมด้วย

นายภัณฑิล ยกตัวอย่างข้อมูลที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เคยนำมาเปิดเผย ทั้งเส้นทางการเงิน ตั๋วเครื่องบิน โพย และพฤติการณ์อื่น ๆ พร้อมตั้งคำถามว่า กกต.ยังต้องการพยานหลักฐานเพิ่มเติมในส่วนใดอีก

 

นายภัณฑิลยังกล่าวอ้างถึงหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับบุคคลชื่อ “สุบิน” ซึ่งระบุว่าเป็นผู้ช่วย สส.พรรคภูมิใจไทย และเชื่อว่าหากมีการตรวจสอบต่อเนื่อง อาจเชื่อมโยงไปถึงบุคคลระดับแกนนำทางการเมืองในพื้นที่ภาคใต้ได้ อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวเป็นข้อกล่าวอ้างของนายภัณฑิลที่ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

 

นอกจากนี้ นายภัณฑิลยังวิจารณ์กรณี กกต.นำ นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ “ดร.ณัฏฐ์” มาเป็นพยานในคดีเกี่ยวกับบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง โดยตั้งข้อสังเกตถึงประวัติและความเกี่ยวข้องกับบุคคลใน กกต. ซึ่งเขามองว่ายิ่งทำให้เกิดคำถามต่อความน่าเชื่อถือขององค์กร

 

นายภัณฑิลกล่าวทิ้งท้ายว่า หากท้ายที่สุด กกต.มีมติส่งศาลฎีกาเฉพาะผู้ถูกกล่าวหาบางราย การตัดสินใจดังกล่าวจะไม่ทำให้เรื่องสิ้นสุด เพราะคณะกรรมาธิการของรัฐสภายังมีอำนาจเรียกเอกสารและพยานหลักฐานมาตรวจสอบต่อ โดยทุกมติและเหตุผลของ กกต.อาจถูกนำมาตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ในภายหลัง
 

ข่าวล่าสุด

เจาะลึกอนาคตของดาต้าเซ็นเตอร์ไทย ยกระดับพลังงานยั่งยืน

เจาะลึกอนาคตของดาต้าเซ็นเตอร์ไทย ยกระดับพลังงานยั่งยืน