
นายกฯ เตรียมเยือนอินโดนีเซียรอบ 15 ปี ดันการค้า-ลงทุนหุ้นส่วนยุทธศาสตร์
นายกฯ เตรียมเยือนอินโดนีเซีย 3–4 ส.ค. 2569 หารือผู้นำ เปิดตลาดการค้า-ลงทุน เชื่อมธุรกิจไทย พร้อมประกาศวิสัยทัศน์อาเซียน
KEY
POINTS
- นายกรัฐมนตรีเตรียมเดินทางเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 15 ปี เพื่อหารือกับประธานาธิบดีอินโดนีเซีย
- มีเป้าหมายหลักเพื่อยกระดับความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ และส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจ
- รัฐบาลมุ่งใช้ความสัมพันธ์ระดับผู้นำเพื่อเปิดโอกาสให้สินค้าและบริการของไทยเข้าสู่ตลาดอินโดนีเซียซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในอาเซียน
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 3–4 สิงหาคม 2569 เพื่อหารือกับนายปราโบโว ซูบียันโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย นับเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยในรอบ 15 ปี
การเยือนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายต่างประเทศเชิงรุกของรัฐบาล โดยใช้ความสัมพันธ์ระดับผู้นำเปิดประตูทางเศรษฐกิจ และยกระดับความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย–อินโดนีเซียให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ความมั่นคง อาหาร พลังงาน การศึกษา และความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ
อินโดนีเซียมีประชากรราว 280 ล้านคน และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในอาเซียน จึงเป็นทั้งตลาดขนาดใหญ่ แหล่งลงทุนสำคัญ และหุ้นส่วนที่มีศักยภาพสำหรับผู้ประกอบการไทย การกระชับความสัมพันธ์จะช่วยเพิ่มโอกาสให้สินค้าและบริการของไทยเข้าสู่ตลาดอินโดนีเซีย เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน และส่งเสริมการลงทุนระหว่างกัน
รัฐบาลคาดหวังว่าภารกิจครั้งนี้จะสร้างประโยชน์ถึงประชาชน ทั้งการขยายตลาดสินค้าเกษตรและอาหาร การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว การสร้างงาน การพัฒนาทักษะแรงงาน ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและองค์ความรู้ในสาขาที่ทั้งสองประเทศมีศักยภาพ
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า การเยือนครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงกระชับความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำ แต่ต้องการเปลี่ยนความสัมพันธ์ที่ดีให้เป็นโอกาสด้านการค้า การลงทุน และการสร้างรายได้ พร้อมใช้การต่างประเทศเป็นเครื่องมือเพิ่มความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทย
ในมิติภูมิภาค ไทยและอินโดนีเซียต่างเป็นประเทศผู้ร่วมก่อตั้งอาเซียน การหารือจึงเป็นโอกาสผลักดันให้อาเซียนมีเอกภาพและเข้มแข็ง สามารถรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก อาชญากรรมข้ามชาติ และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งสองฝ่ายจะแลกเปลี่ยนแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง การเชื่อมโยงในภูมิภาค ความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน และการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ
นายกรัฐมนตรียังมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์แสดงวิสัยทัศน์ด้านการต่างประเทศของไทย ณ สำนักเลขาธิการอาเซียน เพื่อแสดงบทบาทของไทยในการร่วมกำหนดอนาคตภูมิภาค และเตรียมความพร้อมสู่การเป็นประธานอาเซียนในปี 2571 โดยเน้นอาเซียนที่มีเอกภาพ มีภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน
สำหรับวันที่ 3 สิงหาคม นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางไปยังกรุงจาการ์ตา เข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ หารือกลุ่มเล็กและหารือเต็มคณะกับผู้นำอินโดนีเซีย ก่อนร่วมแถลงข่าว ณ ทำเนียบประธานาธิบดีอินโดนีเซีย
วันที่ 4 สิงหาคม นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมพิธีเปิดงาน Business Forum ซึ่งจัดโดยสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งประเทศอินโดนีเซีย หรือ KADIN ร่วมกับหอการค้าไทยในอินโดนีเซีย เพื่อเชื่อมโยงภาคธุรกิจและผลักดันโอกาสการลงทุนระหว่างสองประเทศ
จากนั้นจะเดินทางไปยังสำนักเลขาธิการอาเซียน เพื่อหารือกับเลขาธิการอาเซียนและกล่าวสุนทรพจน์แสดงวิสัยทัศน์ของไทย ก่อนพบภาคเอกชนอินโดนีเซียเพื่อแสวงหาโอกาสต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจ และเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงเย็น







