posttoday
วิเชียรยกฎีกาเทียบคดีฆ่า 2 พี่น้องรัสเซีย ชี้รับสารภาพไม่ลดโทษเสมอ

วิเชียรยกฎีกาเทียบคดีฆ่า 2 พี่น้องรัสเซีย ชี้รับสารภาพไม่ลดโทษเสมอ

02 สิงหาคม 2569

อดีตนายกสภาทนายความชี้ คำรับสารภาพในคดีฆ่า 2 พี่น้องรัสเซียอาจไม่เป็นเหตุบรรเทาโทษ หากจำเลยเพียงจำนนต่อหลักฐาน ศาลมีดุลพินิจไม่ลดโทษได้

KEY

POINTS

  • ดร.วิเชียร ชี้ว่าการที่ผู้ต้องหาคดีฆ่า 2 พี่น้องชาวรัสเซียรับสารภาพ ไม่ได้หมายความว่าศาลจะต้องลดโทษให้เสมอไป
  • อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาว่า หากจำเลยรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐานที่แน่นหนา ไม่ใช่เพราะสำนึกผิด ศาลอาจเห็นว่าไม่มีเหตุสมควรลดโทษ
  • การรับสารภาพเป็นเพียงเหตุบรรเทาโทษประการหนึ่งตามกฎหมาย ซึ่งการลดโทษจะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล ไม่ใช่สิทธิอัตโนมัติของจำเลย

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 ดร.วิเชียร ชุบไธสง อดีตนายกสภาทนายความ กล่าวถึงคดีฆาตกรรมสองพี่น้องชาวรัสเซียในจังหวัดชลบุรี หลังตำรวจจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย และแจ้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 ซึ่งมีอัตราโทษประหารชีวิต รวมถึงข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง

 

ดร.วิเชียรระบุว่า แม้ผู้ต้องหาทั้งสองจะให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน แต่คำรับสารภาพไม่ได้หมายความว่าศาลจะต้องลดโทษให้เสมอไป เพราะเมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณา จำเลยยังสามารถให้การปฏิเสธหรือต่อสู้คดีในประเด็นอื่นได้

 

หากจำเลยอ้างว่าขณะกระทำความผิดไม่สามารถรู้ผิดชอบหรือควบคุมตนเองได้ เนื่องจากมีจิตบกพร่อง โรคจิต หรือจิตฟั่นเฟือน ศาลจะต้องพิจารณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 โดยอาศัยพยานหลักฐานหลายด้าน ทั้งประวัติการรักษา ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ผลตรวจทางนิติจิตเวช และพฤติการณ์แวดล้อม

 

กรณีผู้กระทำไม่สามารถรู้ผิดชอบหรือบังคับตนเองได้เลย กฎหมายกำหนดให้ไม่ต้องรับโทษ แต่หากยังสามารถรู้ผิดชอบหรือควบคุมตนเองได้บางส่วน ผู้กระทำยังต้องรับโทษ โดยศาลอาจใช้ดุลพินิจลงโทษต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดได้

สำหรับการรับสารภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ถือเป็นเหตุบรรเทาโทษประการหนึ่ง แต่การลดโทษขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล ไม่ใช่สิทธิที่จำเลยจะได้รับโดยอัตโนมัติ

 

ดร.วิเชียรยกคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2577/2563 ซึ่งวางหลักว่า คำรับสารภาพที่จะนำมาใช้เป็นเหตุบรรเทาโทษต้องให้ความรู้หรือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของศาล

 

หากฝ่ายโจทก์มีพยานบุคคล พยานวัตถุ พยานแวดล้อม และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่มั่นคงเพียงพอให้ศาลพิพากษาลงโทษได้ โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยคำรับสารภาพ อีกทั้งจำเลยรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน ไม่ใช่เพราะสำนึกผิด ศาลอาจเห็นว่าไม่มีเหตุสมควรลดโทษให้

 

ในกรณีที่ศาลพิพากษาประหารชีวิตและเห็นว่ามีเหตุบรรเทาโทษ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52 กำหนดว่า หากลดโทษหนึ่งในสาม ให้เปลี่ยนเป็นจำคุกตลอดชีวิต ส่วนการลดโทษกึ่งหนึ่ง ศาลสามารถเปลี่ยนเป็นจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 25–50 ปีได้

 

ดร.วิเชียรกล่าวเพิ่มเติมถึงมาตรการเพื่อความปลอดภัยว่า หากบุคคลเคยถูกจำคุกไม่น้อยกว่า 6 เดือนมาแล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง และกลับไปกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นภายใน 10 ปีนับจากวันพ้นโทษ ศาลอาจถือว่าเป็นผู้กระทำความผิดติดนิสัย และมีคำสั่งกักกันต่อหลังพ้นโทษเป็นเวลา 3–10 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 39 มาตรา 40 และมาตรา 41
 

 

สำหรับประเทศไทย การประหารชีวิตนักโทษครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2561 ขณะที่คดีฆาตกรรมสองพี่น้องชาวรัสเซียยังอยู่ในกระบวนการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของศาลต่อไป

ข่าวล่าสุด

ราชทัณฑ์แจง ‘ป๋อง-ธง’ พ้นโทษตามกฎหมาย ก่อนก่อคดีฆ่า 5 ศพ

ราชทัณฑ์แจง ‘ป๋อง-ธง’ พ้นโทษตามกฎหมาย ก่อนก่อคดีฆ่า 5 ศพ