
ราชทัณฑ์แจง ‘ป๋อง-ธง’ พ้นโทษตามกฎหมาย ก่อนก่อคดีฆ่า 5 ศพ
กรมราชทัณฑ์ชี้แจง 2 ผู้ต้องหาคดีฆ่า 5 ศพชลบุรีพ้นโทษตามคำพิพากษา โดย “ป๋อง” อยู่ภายใต้มาตรการ JSOC ขณะที่ศาลพัทยาไม่ให้ประกันตัว
KEY
POINTS
- กรมราชทัณฑ์ชี้แจงว่าการปล่อยตัวนายฑณา (ป๋อง) และนายธงชัย (ธง) เป็นไปตามกฎหมายและคำพิพากษาของศาล หลังทั้งคู่รับโทษครบตามกำหนด
- นายฑณาพ้นโทษในคดีพยายามฆ่าหลังจำคุกครบกำหนดโดยไม่ได้รับสิทธิพิเศษ และศาลได้มีคำสั่งให้ใช้มาตรการเฝ้าระวัง (JSOC) ต่ออีก 2 ปี
- ส่วนนายธงชัยพ้นโทษในคดีเสพยาเสพติดซึ่งไม่เข้าเกณฑ์มาตรการเฝ้าระวัง ก่อนที่ทั้งคู่จะตกเป็นผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฆ่า 5 ศพที่จังหวัดชลบุรี
กรมราชทัณฑ์ชี้แจงกรณีการปล่อยตัวนายฑณา หรือ “ป๋อง” และนายธงชัย หรือ “ธง” อดีตผู้ต้องขังซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมรวม 5 ศพที่จังหวัดชลบุรี โดยยืนยันว่าทั้ง 2 รายพ้นโทษตามกำหนดในหมายจำคุกและเป็นไปตามคำพิพากษาของศาล พร้อมระบุว่าได้ดำเนินมาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำตามอำนาจหน้าที่แล้ว
คดีดังกล่าวเป็นเหตุฆาตกรรม 2 พี่น้องชาวรัสเซีย และครอบครัวชาวไทยพ่อ แม่ และลูก รวมผู้เสียชีวิต 5 ราย ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี สร้างความสะเทือนใจและทำให้สังคมตั้งคำถามถึงกระบวนการปล่อยตัวและติดตามอดีตผู้ต้องขังคดีร้ายแรง
กรมราชทัณฑ์ระบุว่า นายฑณาเคยต้องโทษในคดีพยายามฆ่าผู้อื่น ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน และความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยมีกำหนดโทษจำคุก 7 ปี 7 เดือน 25 วัน ก่อนพ้นโทษเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569
ตลอดระยะเวลารับโทษ นายฑณาไม่ได้รับสิทธิประโยชน์เป็นกรณีพิเศษ ทั้งการพระราชทานอภัยโทษ การพักการลงโทษ หรือการลดวันต้องโทษ แต่เป็นการปล่อยตัวเมื่อครบกำหนดตามคำพิพากษาของศาล
ก่อนครบกำหนดโทษ คณะกรรมการระดับเรือนจำได้ประเมินความเสี่ยงและเสนอให้ใช้มาตรการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษ หรือ JSOC ตามพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. 2565
ต่อมาศาลจังหวัดระยองมีคำสั่งให้นายฑณาอยู่ภายใต้มาตรการเฝ้าระวังเป็นเวลา 2 ปี โดยห้ามทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยง ต้องรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือน และเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูตามที่พนักงานคุมประพฤติกำหนด
ภายหลังพ้นโทษ นายฑณาขอโอนการรายงานตัวไปยังสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดชลบุรี เพื่อพักอาศัยกับผู้อุปการะในตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ก่อนตกเป็นผู้ต้องหาในคดีล่าสุด
ส่วนนายธงชัย เป็นนักโทษเด็ดขาดในความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีน และพ้นโทษตามปกติจากเรือนจำพิเศษพัทยา เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 โดยความผิดดังกล่าวไม่อยู่ในข่ายที่ศาลจะกำหนดมาตรการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษตามกฎหมาย JSOC
สำหรับความคืบหน้าทางคดี เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยใหญ่ นำตัวนายฑณา นายธงชัย และผู้ต้องหาร่วม รวม 4 คน ไปขออำนาจศาลจังหวัดพัทยาฝากขัง ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อปกปิดความผิดอื่น ร่วมกันชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธ และแต่งเครื่องแบบตำรวจ
ศาลจังหวัดพัทยามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูงและมีพฤติการณ์ร้ายแรง ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เพราะเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี จึงมีคำสั่งยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราวทั้งหมด
กรมราชทัณฑ์ยืนยันว่าไม่ได้ปล่อยปละละเลยหรือยุติบทบาทในการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ แต่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ตั้งแต่การจำแนกผู้ต้องขัง การประเมินความเสี่ยง การเสนอให้ศาลกำหนดมาตรการเฝ้าระวัง ตลอดจนการส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานที่มีอำนาจติดตามและกำกับพฤติกรรมของผู้พ้นโทษ
พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และระบุว่าจะประสานข้อมูลเชิงลึกกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการดำเนินคดีและตรวจสอบช่องว่างของระบบติดตามผู้พ้นโทษ เพื่อยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน







