
“อัญชลี” ปักธง RAYA ดันรามเกียรติ์สู่ศิลปะใต้สมุทรโลก
สมาคมศิลป์ภูเก็จเปิดโครงการ RAYA ที่เกาะราชา นำรามเกียรติ์ตอนหนุมานถมทะเลสร้างประติมากรรมใต้น้ำ หวังดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพและฟื้นฟูทะเล
สมาคมศิลป์ภูเก็ตเดินหน้าผลักดันภูเก็ตสู่เมืองศิลปะและวัฒนธรรมระดับโลก เปิดตัวโครงการ “RAYA – Underwater ART Museum” พิพิธภัณฑ์ศิลปะใต้สมุทรบริเวณเกาะราชา ถ่ายทอดเรื่องราวจากวรรณคดีรามเกียรติ์ ตอน “หนุมานถมทะเล” ผ่านประติมากรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เตรียมติดตั้งใต้น้ำในเดือนพฤศจิกายน 2569
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 นางอัญชลี วานิช เทพบุตร นายกสมาคมศิลป์ภูเก็จ เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนจังหวัดภูเก็ตให้ก้าวสู่การเป็นเมืองศิลปะและวัฒนธรรมระดับโลก ควบคู่กับการเป็นเมืองสร้างสรรค์ โดยใช้ศิลปะสร้างมูลค่าเพิ่มด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และวัฒนธรรม
โครงการนี้ต่อยอดจากการที่ภูเก็ตเป็นเจ้าภาพจัดงาน Thailand Biennale, Phuket 2025 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการผลักดันจังหวัดให้เป็นศูนย์กลางศิลปะร่วมสมัยระดับนานาชาติ โดยหลังจากนี้ศิลปะจะเป็นอีกหนึ่งเสาหลักในการพัฒนาเมือง เชื่อมโยงศิลปะ วัฒนธรรม ธรรมชาติ และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน
พิพิธภัณฑ์ RAYA จะจัดแสดงงานประติมากรรมใต้น้ำที่ผสมผสานแนวคิดด้านศิลปะเข้ากับการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล ประติมากรรมแต่ละชิ้นจะผลิตจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีค่าความเป็นกรด-ด่างเป็นกลาง และสามารถทำหน้าที่เป็นแนวปะการังเทียม รวมถึงเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล
นางอัญชลีกล่าวว่า เป้าหมายสำคัญคือการสร้างแหล่งท่องเที่ยวด้านศิลปะใต้น้ำระดับโลกให้แก่ภูเก็ต เช่นเดียวกับ Museum of Underwater Art บริเวณเกรตแบร์ริเออร์รีฟ ประเทศออสเตรเลีย และ Museo Subacuático de Arte เมืองแคนคูน ประเทศเม็กซิโก
ขณะเดียวกัน โครงการต้องการนำเสนอเรื่องราวความเป็นไทยผ่านงานศิลปะร่วมสมัย เพื่อให้ RAYA กลายเป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจศิลปะ ธรรมชาติ และกิจกรรมทางทะเล
ประติมากรรมภายในโครงการจะถ่ายทอดเรื่องราวจากรามเกียรติ์ ตอน “หนุมานถมทะเล” โดยมีประติมากรรมหนุมานเป็นซุ้มประตูทางเข้าสู่พื้นที่จัดแสดง ส่วนภายในประกอบด้วยพระราม ทศกัณฐ์ สุพรรณมัจฉา และก้อนหินที่สะท้อนเรื่องราวการถมทะเล
โครงการได้รับความร่วมมือจากศิลปินและผู้เชี่ยวชาญหลายราย โดยมีอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เป็นที่ปรึกษาโครงการ ประติมากรรมพระรามออกแบบโดยอาจารย์สัมฤทธิ์ เพชรคง และปั้นโดยนายภาณุพัฒน์ วิบูลรุ่งเรือง ส่วนทศกัณฐ์ออกแบบโดยอาจารย์วรภพ ตันตินันทกุล และปั้นโดยนายธีระพงษ์ โพธิสาร
สำหรับก้อนหินออกแบบโดยอาจารย์สัมฤทธิ์ เพชรคง และปั้นโดยอาจารย์อำนาจ บุญสนิท ขณะที่ประติมากรรมสุพรรณมัจฉาออกแบบโดยนายวิษณุพงษ์ หนูนันท์
ด้านงบประมาณ ประติมากรรมหนุมานได้รับการสนับสนุนวงเงิน 5 ล้านบาทจากสโมสรโรตารีเหมืองแร่และองค์กรระดับสากลจากเกาหลี พร้อมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติจากบริษัท เอสซีจี
ส่วนประติมากรรมพระรามและทศกัณฐ์ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ชิ้นละ 5 ล้านบาท ขณะที่สุพรรณมัจฉาและก้อนหินใช้งบประมาณจากรายได้การจำหน่ายผลงานเบียนนาเล่ของสมาคมฯ โดยบริษัท เคที สคัลป์เจอร์ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการผลิต
พื้นที่จัดแสดงบริเวณเกาะราชาได้รับอนุญาตจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแล้ว คาดว่าการผลิตประติมากรรมจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569 ก่อนนำลงติดตั้งใต้น้ำในเดือนพฤศจิกายน 2569 ภายหลังสิ้นสุดฤดูมรสุม
นางอัญชลีกล่าวว่า โครงการมีเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพและกลุ่มที่มีกำลังซื้อให้พำนักในภูเก็ตนานขึ้น พร้อมเชื่อมโยงศิลปะเข้ากับธรรมชาติ วัฒนธรรมเพอรานากัน และอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับภูเก็ตสู่ศูนย์กลางศิลปะและวัฒนธรรมระดับโลกอย่างยั่งยืน







