posttoday
ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ครบ 2 เดือน เงินสะพัด 8.64 หมื่นล้าน

ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ครบ 2 เดือน เงินสะพัด 8.64 หมื่นล้าน

02 สิงหาคม 2569

รัฐบาลเผยโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ครบ 2 เดือน มีผู้ใช้สิทธิกว่า 26 ล้านราย ร้านค้าร่วม 1.19 ล้านแห่ง เงินหมุนเวียน 8.64 หมื่นล้านบาท 

KEY

POINTS

  • โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" ดำเนินการครบ 2 เดือน สร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากกว่า 8.64 หมื่นล้านบาท
  • มีประชาชนเข้าร่วมโครงการและใช้สิทธิกว่า 26 ล้านคน และมีร้านค้าเข้าร่วมมากกว่า 1.19 ล้านร้านค้า
  • ยอดใช้จ่ายรวมมาจากการร่วมจ่ายของภาครัฐ 4.96 หมื่นล้านบาท และภาคประชาชน 3.68 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยลดค่าครองชีพและสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” หลังดำเนินการครบ 2 เดือน พบมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากแล้ว 86,442.6 ล้านบาท ประชาชนใช้สิทธิกว่า 26 ล้านราย และร้านค้าเข้าร่วมมากกว่า 1.19 ล้านร้าน

 

ข้อมูล ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 23.00 น. ระบุว่า มีประชาชนเข้าร่วมโครงการจำนวน 26,040,623 ราย ขณะที่ร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้วมีจำนวน 1,192,636 ร้าน

 

 

ร้านค้าที่เข้าร่วมแบ่งเป็น ร้านค้าเดิมจากโครงการคนละครึ่ง พลัส ซึ่งยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” จำนวน 977,059 ร้าน และร้านค้าใหม่ที่ลงทะเบียนผ่านธนาคารกรุงไทยจำนวน 215,577 ร้าน คิดเป็นประมาณ 18.1% ของร้านค้าทั้งหมด

 

รัฐบาลมองว่า ตัวเลขร้านค้าใหม่สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการดังกล่าวช่วยผลักดันผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ระบบการค้าและการชำระเงินแบบดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับยอดใช้จ่ายรวม 86,442.6 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ภาครัฐร่วมจ่าย 49,601.6 ล้านบาท และเงินที่ประชาชนร่วมจ่าย 36,841 ล้านบาท โดยการใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไปยังเป็นช่องทางหลัก คิดเป็นประมาณ 96.6% ส่วนการใช้จ่ายผ่านผู้ให้บริการขนส่งอาหาร หรือ Food Delivery Platform คิดเป็นประมาณ 3.4%

 

นางสาวลลิดากล่าวว่า เม็ดเงินจากโครงการกระจายลงสู่ร้านอาหาร ร้านค้าปลีกรายย่อย หาบเร่ แผงลอย และผู้ประกอบการรายเล็ก ช่วยเพิ่มกำลังซื้อและพยุงการบริโภคภาคเอกชนในช่วงที่กำลังซื้อชะลอตัว

 

รูปแบบการร่วมจ่ายในสัดส่วนภาครัฐ 60% และประชาชน 40% ยังทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจสูงกว่าวงเงินที่รัฐบาลสนับสนุน พร้อมช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

 

ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการยังสามารถใช้แอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ซึ่งนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาช่วยวิเคราะห์ต้นทุน สินค้าคงคลัง สภาพคล่อง และยอดขาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารกิจการและสร้างข้อมูลทางการเงินสำหรับการเข้าถึงแหล่งทุนในอนาคต

 

ประชาชนสามารถใช้สิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ได้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยรัฐบาลร่วมจ่าย 60% สำหรับค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่เข้าร่วมรายการ ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน

 

ทั้งนี้ วงเงินที่เหลือในแต่ละเดือนจะไม่สามารถสะสมไปใช้ในเดือนถัดไปได้ รัฐบาลจึงขอให้ประชาชนวางแผนใช้สิทธิภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อช่วยลดค่าครองชีพและสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยในประเทศ
 

ข่าวล่าสุด

นายกฯ เตรียมเยือนอินโดนีเซียรอบ 15 ปี ดันการค้า-ลงทุนหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ 

นายกฯ เตรียมเยือนอินโดนีเซียรอบ 15 ปี ดันการค้า-ลงทุนหุ้นส่วนยุทธศาสตร์