
กต.แจง UN ชาวกัมพูชาบางส่วนรุกล้ำไทย ยืนยันไม่ขับแรงงาน
กระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงผู้เสนอรายงาน UN ย้ำข้อพิพาทเริ่มจากกัมพูชา คนชายแดนบางส่วนรุกล้ำเขตไทย พร้อมยืนยันไม่มีนโยบายผลักดันแรงงานกัมพูชา
KEY
POINTS
- กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงว่าชาวกัมพูชาที่ UN อ้างว่าเป็นผู้พลัดถิ่นนั้น แท้จริงคือผู้ที่รุกล้ำเข้ามาอาศัยในเขตแดนไทยและไม่ยอมย้ายออก
- ไทยยืนยันว่าไม่เคยมีนโยบายผลักดันหรือขับไล่แรงงานกัมพูชา โดยแรงงานเกือบ 9 แสนคนเดินทางกลับโดยสมัครใจหลังรัฐบาลกัมพูชาเชิญชวน
- กต. ระบุว่าความขัดแย้งชายแดนมีสาเหตุมาจากการโจมตีของฝ่ายกัมพูชา และเรียกร้องให้ UN พิจารณาข้อมูลอย่างเป็นกลางและรอบด้าน
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 กระทรวงการต่างประเทศออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีนายทอม แอนดรูวส์ ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา เผยแพร่แถลงการณ์ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจเยือนกัมพูชา ระหว่างวันที่ 20-31 กรกฎาคม 2569 โดยมีเนื้อหาพาดพิงถึงประเทศไทยและสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
กระทรวงการต่างประเทศย้ำว่า ความขัดแย้งและผลกระทบที่เกิดขึ้นระหว่างสองประเทศไม่ได้เริ่มต้นจากฝ่ายไทย แต่มีสาเหตุมาจากการโจมตีเป้าหมายพลเรือนในประเทศไทยโดยฝ่ายกัมพูช
กรณีผู้เสนอรายงานพิเศษฯ ระบุว่า กัมพูชามีผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ หรือ IDPs จำนวน 650,000 คน กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงว่า บุคคลบางส่วนในจำนวนดังกล่าวเป็นชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งไทยเคยเปิดเป็นพื้นที่พักพิงชั่วคราวในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1970 เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
อย่างไรก็ตาม หลังสถานการณ์คลี่คลาย กลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่ได้ย้ายออกจากพื้นที่ แม้ไทยจะประท้วงต่อฝ่ายกัมพูชาหลายครั้ง จึงถือเป็นผู้ที่รุกล้ำเข้ามาอยู่ในเขตแดนไทย และไม่เข้าข่ายผู้พลัดถิ่นภายในประเทศตามคำนิยามที่ผู้เสนอรายงานพิเศษฯ กล่าวอ้าง
กระทรวงการต่างประเทศเห็นว่า ประเด็นสิทธิในการเดินทางกลับคืนสู่มาตุภูมิไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือการโฆษณาชวนเชื่อ พร้อมระบุว่า รัฐบาลกัมพูชามีหน้าที่ดูแลและคุ้มครองประชาชนของตนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ให้สามารถเข้าถึงที่พักพิง อาหาร น้ำสะอาด สุขาภิบาล และบริการสาธารณสุขที่จำเป็น
ส่วนกรณีแรงงานกัมพูชาที่เดินทางกลับประเทศ ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่ามีจำนวน 900,000 คน ไทยชี้แจงว่า ประกอบด้วยทั้งแรงงานที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานอย่างถูกกฎหมายและผู้ที่ลักลอบเข้ามาทำงาน โดยทั้งหมดเดินทางกลับโดยสมัครใจ หลังได้รับการเชิญชวนจากรัฐบาลกัมพูชา
รัฐบาลไทยยืนยันว่าให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของแรงงานกัมพูชาในประเทศไทย และไม่เคยมีนโยบายผลักดันหรือขับไล่แรงงานกัมพูชาออกจากประเทศ
กระทรวงการต่างประเทศยังเรียกร้องให้กลไกพิเศษของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติยึดหลักความเป็นกลาง ความเที่ยงธรรม และพิจารณาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบได้ รวมถึงรับฟังข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน
ทั้งนี้ ไทยยืนยันความพร้อมฟื้นฟูความสัมพันธ์กับกัมพูชา แต่ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังจากทั้งสองฝ่าย ผ่านการปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ลดระดับความตึงเครียด และหลีกเลี่ยงการกระทำหรือข้อกล่าวหาที่อาจบั่นทอนความไว้วางใจ เพื่อเปิดทางสู่การแก้ไขปัญหาความมั่นคงตามแนวชายแดนด้วยสันติวิธีผ่านกลไกทวิภาคี







