
'ชัยชนะ' จี้มหาดไทยตรวจสถานบันเทิงทั่วประเทศ ผิดกฎหมาย-ไร้ใบอนุญาตสั่งปิด
'ชัยชนะ' แสดงความเสียใจเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ชี้บังคับใช้กฎหมายหละหลวม จี้มหาดไทยตรวจสถานบันเทิงทั่วประเทศ พบผิดกฎหมายหรือไร้ใบอนุญาตให้สั่งปิดทันที
นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องกระทรวงมหาดไทยเร่งตรวจสอบสถานบันเทิงและสถานประกอบการทั่วประเทศ หากพบว่าดัดแปลงอาคารผิดกฎหมายหรือเปิดโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้สั่งปิดกิจการทันทีจนกว่าจะดำเนินการให้ถูกต้อง
นายชัยชนะกล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก พร้อมระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความบกพร่องของกรุงเทพมหานครและการบังคับใช้กฎหมายที่หละหลวมของกระทรวงมหาดไทย
ทั้งนี้ อาคารที่ประกอบกิจการร้านอาหาร โรงแรม หรือสถานบันเทิง ต้องมีทางหนีไฟ พื้นที่จอดรถ และอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยอย่างครบถ้วน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เห็นว่าสถานประกอบการบางแห่งอาจไม่ได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และเชื่อว่ายังมีสถานบันเทิงทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่มีข้อบกพร่องในลักษณะเดียวกัน
นายชัยชนะกล่าวว่า สถานบริการตามกฎหมายมีทั้งหมด 6 ประเภท และที่ผ่านมาเคยเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายครั้งว่า ยังมีสถานประกอบการจำนวนหนึ่งดำเนินการไม่ถูกต้องหรือฝ่าฝืนระเบียบ แต่ไม่ทราบว่ากรุงเทพมหานครและกระทรวงมหาดไทยได้นำข้อทักท้วงดังกล่าวไปดำเนินการหรือไม่
นอกจากนี้ นายชัยชนะยังตั้งข้อสังเกตถึงร้านคาราโอเกะหรือ KTV บางแห่งที่อาจเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนจีนสีเทา โดยมีการลักลอบเปิดกิจการและดัดแปลงอาคารโดยไม่คำนึงถึงมาตรการป้องกันอัคคีภัย รวมถึงร้านอาหารบางแห่งที่ดัดแปลงอาคารจาก 2 ชั้นเป็น 3 ชั้น แต่ไม่มีทางหนีไฟที่เหมาะสม
“หน่วยงานราชการไทยต้องรอให้มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตก่อนหรือไม่ จึงจะออกมาแก้ไขปัญหา” นายชัยชนะกล่าว
นายชัยชนะระบุว่า เห็นใจนายกรัฐมนตรีที่ยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการทั่วประเทศอย่างเร่งด่วน
หากพบสถานประกอบการดัดแปลงอาคารผิดหลักหรือยังไม่ได้รับใบอนุญาต ต้องสั่งปิดกิจการไว้ก่อนจนกว่าจะได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวต้องเผชิญเหตุสูญเสียซ้ำอีก
พร้อมกันนี้ ขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ขออนุญาตเช่าหรือเปิดกิจการในรูปแบบ KTV ว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนจีนสีเทาหรือขบวนการสแกมเมอร์หรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องบ้าง







