
“ยศชนัน” เผย บอร์ดเด็กแห่งชาติ ไฟเขียวเบี้ยเด็กถ้วนหน้า 600 บาท
“ยศชนัน” เผย กดยช. เห็นชอบเบี้ยเด็กแรกเกิดถ้วนหน้า 600 บาท อายุ 0-6 ปี เริ่มปีงบฯ 2570 ดัน “มหัศจรรย์ 2,500 วัน” เป็นวาระแห่งชาติ พร้อมเคลื่อนยุทธศาสตร์เยาวชน 10 ปี
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (กดยช.) ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีคุณภาพ กลายเป็นภารกิจสำคัญของประเทศ
ที่ประชุมมีมติเห็นชอบหลักการจัดสวัสดิการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดแบบถ้วนหน้า สำหรับเด็กอายุแรกเกิดถึง 6 ปี ในอัตรา 600 บาทต่อคนต่อเดือน โดยกำหนดให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะเร่งเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติในขั้นตอนต่อไป
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ ยกเลิกขั้นตอนการติดประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินอุดหนุน เพื่อลดภาระการดำเนินงาน ลดระยะเวลาการลงทะเบียน และทำให้เด็กได้รับสิทธิประโยชน์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ดัน “มหัศจรรย์ 2,500 วัน” เป็นวาระแห่งชาติ
อีกหนึ่งมติสำคัญ คือ การผลักดันนโยบายส่งเสริมการเกิดและพัฒนาเด็กไทยคุณภาพ ภายใต้แนวคิด “มหัศจรรย์ 2,500 วัน” โดยกำหนดให้การพัฒนาเด็กตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนถึงช่วงปฐมวัย ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของการพัฒนาสมองและศักยภาพมนุษย์ เป็นวาระแห่งชาติ
นโยบายดังกล่าวมุ่งสร้างระบบดูแลเด็กแบบบูรณาการ ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคชุมชน และภาคสาธารณสุข เพื่อรับมือกับวิกฤตโครงสร้างประชากรและยกระดับคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ของประเทศในระยะยาว
พร้อมกันนี้ จะเร่งพัฒนาระบบฐานข้อมูลเด็กปฐมวัยแห่งชาติ (National Early Childhood Data Platform) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการดูแลเด็กระหว่างหน่วยงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการกำหนดนโยบาย
เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์เยาวชน 10 ปี
ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบแนวทางขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ 10 ปี ของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย (พ.ศ. 2568-2574) ซึ่งกำหนดเป้าหมายการพัฒนาเยาวชนใน 6 ด้านสำคัญ ได้แก่
-การพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับทักษะแห่งศตวรรษที่ 21
-การส่งเสริมสุขภาวะทางกายและสุขภาพจิต
-การขยายโอกาสด้านการจ้างงานและอาชีพ
-การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนในกระบวนการกำหนดนโยบาย
-การเตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
-การป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและเยาวชน
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการผลักดันการมีส่วนร่วมของเยาวชนในกระบวนการนิติบัญญัติ โดยสนับสนุนให้มีผู้แทนเยาวชนเข้าร่วมกลไกการทำงานของคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเปิดโอกาสให้เสียงของคนรุ่นใหม่มีบทบาทในการกำหนดนโยบายด้านการศึกษาและการพัฒนาประเทศมากยิ่งขึ้น.







