”อนุทิน“ ขอโทษปมแม่ทัพภาค 4 ย้ำยุติธรรมคดีลอบสังหาร สส.กมลศักดิ์
นายกฯ อนุทิน ขอโทษกรณีแม่ทัพภาค 4 สื่อสารคลาดเคลื่อน ยืนยันเดินหน้าคดีลอบสังหาร กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ถึงที่สุด พร้อมสร้างความเชื่อมั่นและดันเศรษฐกิจชายแดนใต้โตยั่งยืน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) ลงพื้นที่ค่ายสิริธร จังหวัดปัตตานี เพื่อประชุมร่วมกับ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ติดตามสถานการณ์ความไม่สงบและการพัฒนาพื้นที่ พร้อมชี้แจงประเด็นร้อนกรณีคำพูดของแม่ทัพภาคที่ 4 ที่สร้างความไม่สบายใจให้แก่พี่น้องชาวมุสลิมและสถาบันปอเนาะในช่วงที่ผ่านมา
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ได้พูดคุยกับแม่ทัพภาคที่ 4 แล้ว ซึ่งท่านยอมรับว่าเป็นการสื่อสารที่ไม่ครบถ้วนภายใต้สภาวะความกดดันและการเร่งรัดภารกิจจากส่วนกลาง อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่ากองทัพมีความทุ่มเทในการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอด โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวขอโทษประชาชนด้วยความเต็มใจ ซึ่งตนในฐานะ ผอ.รมน. ก็ต้องขอโทษประชาชนที่ทำให้เกิดความกังวลใจเช่นกัน พร้อมย้ำว่ารัฐบาลไม่ได้มองสถาบันปอเนาะในแง่ลบ แต่อาจมีเพียงบางจุดที่ต้องเข้าไปดูแลตามกฎหมายเพื่อความสงบสุขของส่วนรวม
ส่วนความคืบหน้าคดียิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นายกรัฐมนตรียืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เกือบครบถ้วนแล้วและกำลังเร่งขยายผล โดยเน้นย้ำว่ากระบวนการยุติธรรมคือรากฐานสำคัญของสันติสุขในชายแดนใต้ รัฐบาลจะอำนวยความยุติธรรมให้แก่ทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุดเพื่อให้ประชาชนกลับมามีความเชื่อมั่นในระบบหลักของรัฐ
นอกจากมิติความมั่นคง นายอนุทินยังได้ชูวิสัยทัศน์ด้านเศรษฐกิจ โดยมองว่าท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลก พื้นที่ชายแดนภาคใต้มีศักยภาพสูงในการเป็น "คลังอาหาร" โดยเฉพาะอาหารฮาลาลเพื่อส่งออกไปยังกลุ่มประเทศตะวันออกกลางที่มีกำลังซื้อสูงแต่ขาดแคลนแหล่งผลิตอาหาร รัฐบาลจึงมุ่งสร้างความเชื่อมั่นระหว่างรัฐกับประชาชน เพื่อดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาในพื้นที่ ซึ่งจะนำไปสู่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของทุกเชื้อชาติศาสนา


