กทม. ล้ำ! ใช้ AI และ LiDAR วิเคราะห์ฝุ่น PM2.5 แบบเรียลไทม์
มก. เปิดตัว Super Station สถานีอัจฉริยะแห่งแรกในอาเซียน ผสาน AI และเทคโนโลยี LiDAR เจาะลึกแหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5 เพื่อการแก้ปัญหามลพิษอย่างตรงจุดด้วยข้อมูล
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เดินหน้ายกระดับการจัดการมลพิษทางอากาศ ด้วยการเปิดตัว “Super Station” สถานีวิเคราะห์คุณภาพอากาศขั้นสูงแห่งแรกของอาเซียน โดยผสานเทคโนโลยีสุดล้ำเพื่อเจาะลึกปัญหาฝุ่น PM2.5 ในเขตเมืองแบบเรียลไทม์ ครอบคลุมการวิเคราะห์ทั้งโครงสร้างบรรยากาศและองค์ประกอบทางเคมีอย่างละเอียด
หัวใจสำคัญของ Super Station คือการทำงานร่วมกันของระบบเซนเซอร์พื้นผิวและเทคโนโลยี LiDAR ที่สามารถสแกนโครงสร้างชั้นบรรยากาศในแนวดิ่งได้อย่างแม่นยำ ข้อมูลมหาศาล (Big Data) เหล่านี้จะถูกส่งเข้าสู่แพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อประมวลผลสภาวะการกักตัวของมลพิษและระบุแหล่งกำเนิดฝุ่นได้อย่างทันท่วงที
ที่ผ่านมา สถานีตรวจวัดทั่วไปรายงานได้เพียงค่าความเข้มข้นของฝุ่นชั่วขณะ แต่เทคโนโลยีใหม่นี้เข้ามาอุดช่องโหว่โดยให้ข้อมูลเชิงลึกระดับโมเลกุล การนำแนวทาง Data-driven มาใช้ จะช่วยให้ภาครัฐเข้าใจกลไกการเกิดฝุ่นอย่างถ่องแท้ เปลี่ยนจากการคาดเดาเป็นการวิเคราะห์ที่แม่นยำและจับต้องได้จริง
โปรเจกต์ล้ำยุคนี้เกิดจากการผนึกกำลังของ 5 ภาคีเครือข่าย นำโดย กทม. มก. สถาบันวิจัยจากจีน (CRAES) สภาอุตสาหกรรมฯ และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบระบบ พร้อมระบุว่านี่คือก้าวสำคัญในการใช้ข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาฝุ่นอย่างตรงจุด
รศ. ดร.สุรัตน์ บัวเลิศ หัวหน้าโครงการ ย้ำว่าการมีฐานข้อมูลสภาพอากาศที่สมบูรณ์แบบ จะช่วยประเมินประสิทธิภาพของมาตรการควบคุมฝุ่นตามแหล่งกำเนิดได้อย่างเป็นรูปธรรม เทคโนโลยีนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือวัด แต่เป็นโซลูชันระยะยาวสู่การบริหารจัดการอากาศบริสุทธิ์อย่างยั่งยืน


