
ทองคำและเงินถูกกดดันจากดอกเบี้ยสูง
ทองคำยังไม่ไปไหน! ตลาดโลหะมีค่ายังเผชิญความผันผวน โดยทองคำถูกกดดันจากแนวโน้มดอกเบี้ยสูง เงินเฟ้อ และค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า ทำให้ราคายังเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด ขณะที่ Silver กลับโดดเด่นกว่า หลังได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี AI, Data Center และรถยนต์ไฟฟ้า จนกลายเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนจับตามองมากขึ้นในระยะยาว
KEY
POINTS
- ทองคำยังไม่ไปไหน! ตลาดโลหะมีค่ายังเผชิญความผันผวน โดยทองคำถูกกดดันจากแนวโน้มดอกเบี้ยสูง เงินเฟ้อ และค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า
- ขณะที่ Silver กลับโดดเด่นกว่า หลังได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี AI, Data Center และรถยนต์ไฟฟ้า
- จนกลายเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนจับตามองมากขึ้นในระยะยาว
ข้อมูลจากทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่า ตลาดโลหะมีค่าในเดือนพฤษภาคมยังคงอยู่ในภาวะผันผวน โดยทองคำยังขาดแรงหนุนจากปัจจัยพื้นฐาน
ขณะที่ Silver แม้มีความผันผวนสูงกว่า แต่ปรับตัวขึ้นได้จากแรงสนับสนุนด้านอุตสาหกรรมและกระแสการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ทองคำยังถูกกดดันจากดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ
ราคาทองคำปรับตัวลดลงราว 2.1% เทียบเดือนก่อน และยังต่ำกว่าจุดสูงสุดช่วงต้นปีประมาณ 13 - 15% โดยแรงกดดันหลักมาจากความกังวลเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายใต้ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้นักลงทุนปรับลดคาดการณ์การลดดอกเบี้ย และให้น้ำหนักกับภาวะดอกเบี้ยสูงต่อเนื่องมากขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรและค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าจึงกดดันราคาทองคำอย่างต่อเนื่อง
เคลื่อนไหวในกรอบ สะท้อนตลาดยังไม่เลือกทิศทาง
ราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบบริเวณ 4,450 - 4,770 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ และยังอยู่ในรูปแบบสามเหลี่ยมทางเทคนิค ซึ่งสะท้อนว่าตลาดยังรอปัจจัยชี้นำใหม่ นักลงทุนยังคงชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงเงินเฟ้อกับความหวังต่อการคลี่คลายความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้จะมีสัญญาณบวกจากแนวโน้มการเจรจา แต่สถานการณ์ยังเปราะบาง ทำให้การฟื้นตัวของราคาทองคำยังไม่แข็งแรง
ในด้านพฤติกรรมการลงทุน สถานะการถือครองในตลาดฟิวเจอร์สและเงินลงทุนในกองทุน ETF ยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน บ่งชี้ว่าตลาดยังอยู่ในช่วงสร้างฐานมากกว่าการเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่
แรงหนุนระยะกลางจากธนาคารกลางยังแข็งแกร่ง
แม้ภาพระยะสั้นยังผันผวน แต่แรงสนับสนุนเชิงโครงสร้างยังมาจากการเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก โดยในไตรมาส 1 ปี 2569 มียอดซื้อสุทธิ 244 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน สะท้อนบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์สำรอง ขณะที่จีนยังคงซื้อสะสมต่อเนื่อง ซึ่งช่วยพยุงอุปสงค์ในระยะยาว
อินเดียขึ้นภาษีนำเข้า กดอุปสงค์ระยะสั้น
การปรับขึ้นภาษีนำเข้าทองคำและ Silver จาก 6% เป็น 15% ของอินเดีย มีเป้าหมายเพื่อลดแรงกดดันต่อค่าเงินและดุลการค้า มาตรการดังกล่าวกดดันอุปสงค์ระยะสั้นจากต้นทุนนำเข้าที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อราคาทองคำโลกยังจำกัด เนื่องจากอุปสงค์จากนักลงทุนและธนาคารกลางยังแข็งแกร่ง
Silver ได้แรงหนุนจากอุตสาหกรรมและธีม AI
Silver ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 3.2% เทียบเดือนก่อน แม้มีความผันผวนสูง โดยได้รับแรงหนุนจากบทบาทในภาคอุตสาหกรรมซึ่งคิดเป็นสัดส่วนหลักของอุปสงค์โลก โครงสร้างอุปสงค์กำลังเปลี่ยนจากการพึ่งพาอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ไปสู่การใช้งานใน Data Center, โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และยานยนต์ไฟฟ้า
แม้อุปสงค์จาก Solar มีแนวโน้มชะลอลงจากการลดการใช้ Silver ต่อหน่วยและการพัฒนาเทคโนโลยีทดแทน แต่กระแสการลงทุนใน AI และ Electrification เริ่มมีบทบาทมากขึ้น และกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนราคาและความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ภาพความต้องการใช้ Silver ในภาคอุตสาหกรรม
มุมมองการลงทุน
ประเมินว่าราคาทองคำในระยะสั้นยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวแบบแกว่งตัว โดยขึ้นอยู่กับทิศทางเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก หากสามารถปรับขึ้นทะลุกรอบด้านบนได้จะเป็นสัญญาณบวกต่อแนวโน้มระยะถัดไป
ในขณะที่ Silver มีแนวโน้มได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากธีมการเติบโตระยะยาว โดยเฉพาะ AI และการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม ราคายังคงผันผวนสูงจึงยังต้องติดตามปัจจัยมหภาคควบคู่ไปด้วย
ที่มา : บทวิเคราะห์ Cross Asset Strategy ฉบับเดือนมิถุนายน 2569







