กรมบัญชีกลางแจงเกณฑ์ช่วยคู่สัญญา ปัดเอื้อกลุ่มผู้รับเหมา
กรมบัญชีกลางชี้แจงมาตรการช่วยคู่สัญญารัฐหลังถูกตั้งข้อสังเกตเอื้อกลุ่มผู้รับเหมา ยันปรับราคากลางตามจริงเพื่อรับมือวิกฤตพลังงานและสร้างความเป็นธรรม
เมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา อธิบดีกรมบัญชีกลางได้ออกมาชี้แจงประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับการเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างที่เป็นคู่สัญญากับภาครัฐ โดยยืนยันว่ามาตรการช่วยเหลือดังกล่าวครอบคลุมถึงผู้ประกอบการทุกประเภทที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างเท่าเทียม มิได้เป็นการเลือกปฏิบัติตามที่มีการตั้งข้อสังเกต
ทั้งนี้ คู่สัญญาที่ประสงค์จะขอรับความช่วยเหลือจำเป็นต้องแสดงหลักฐานที่ชัดเจนว่าได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง ส่วนประเด็นการขยายเพดานราคาน้ำมันดีเซลในการคำนวณราคากลางสูงสุดถึง 69.99 บาทต่อลิตรนั้น เป็นเพียงการปรับกรอบเพื่อรองรับความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลกให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน
กรมบัญชีกลางเน้นย้ำว่า การคำนวณราคากลางในทางปฏิบัติจะอ้างอิงจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงตามจริง ณ อำเภอเมืองที่ตั้งของโครงการก่อสร้างในวันที่มีการคำนวณราคากลางเท่านั้น โดยมิได้ใช้ราคาสูงสุดตามเพดานที่กำหนดไว้แต่อย่างใด ทั้งนี้เพื่อรักษาวินัยการเงินการคลังและเพื่อให้เกิดความโปร่งใสสูงสุดต่อโครงการของรัฐ
ก่อนหน้านี้ รองหัวหน้าพรรคประชาชนได้ตั้งข้อสังเกตผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับมาตรการดังกล่าว โดยมองว่าเป็นการให้สิทธิพิเศษแก่กลุ่มบริษัทรับเหมาก่อสร้างมากเกินไป อาทิ การอนุญาตให้ยกเลิกสัญญาหรือทิ้งงานได้โดยไม่ถูกริบหลักประกัน หากผู้ชนะการประมูลพิจารณาแล้วเห็นว่าโครงการนั้นไม่คุ้มค่าการลงทุน
นอกจากนี้ ยังมีการตั้งประเด็นถึงการอนุญาตให้เจรจาหยุดงานชั่วคราว หรือการให้สิทธิหน่วยงานรัฐใช้ดุลยพินิจยกเลิกสัญญาและคืนหลักประกันในกรณีที่ยังไม่ได้เริ่มงาน รวมถึงการขยายกรอบราคากลางที่อ้างอิงต้นทุนน้ำมันดีเซลในอัตราที่สูงกว่าราคาตลาด ซึ่งถือเป็นการเพิ่มอำนาจการต่อรองอย่างเสรีให้กับกลุ่มผู้รับเหมา
ข้อสังเกตดังกล่าวได้นำไปสู่การตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและความเป็นธรรมในการดำเนินนโยบายของรัฐบาล ว่าได้พิจารณาให้ความช่วยเหลืออย่างครอบคลุมเมื่อเทียบกับภาคธุรกิจอื่นและประชาชนทั่วไปที่เผชิญวิกฤตเช่นเดียวกันหรือไม่ ซึ่งประเด็นเหล่านี้อาจก่อให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนในระยะยาวได้


