“สีหศักดิ์” ย้ำไทยพร้อมเจรจาชายแดนกัมพูชา รอความพร้อมกลไก ไม่สนการกดดัน
“สีหศักดิ์” ยืนยันไทยไม่ปฏิเสธการเจรจาชายแดนกัมพูชา แต่ชี้ต้องรอความพร้อมทั้งคณะกรรมการ JBC และกลไกภายใน หวังให้การหารือมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ใช่เกิดจากเงื่อยไขฝ่ายเดียวหรือแรงกดดัน
KEY
POINTS
- “สีหศักดิ์” ยืนยันไทยไม่ปฏิเสธการเจรจาชายแดนกัมพูชา
- แต่ชี้ต้องรอความพร้อมทั้งคณะกรรมการ JBC และกลไกภายใน
- หวังให้การหารือมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ใช่เกิดจากเงื่อยไขฝ่ายเดียวหรือแรงกดดัน
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาในประเด็นการเจรจาปัญหาชายแดน โดยยืนยันว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการเข้าสู่กระบวนการเจรจา และไม่มีความวิตกกังวลต่อการหารือดังกล่าวแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม การกำหนดกรอบระยะเวลาและวันนัดหมายในการเจรจาควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเห็นชอบร่วมกันของทั้งสองฝ่าย มิใช่การกำหนดเงื่อนไขฝ่ายเดียวเพื่อเร่งรัดหรือสร้างแรงกดดัน เนื่องจากฝ่ายไทยยังอยู่ระหว่างดำเนินกระบวนการภายในที่มีความสำคัญและจำเป็นต้องแล้วเสร็จก่อน
รองนายกรัฐมนตรีระบุว่า หนึ่งในขั้นตอนสำคัญคือการแต่งตั้งคณะกรรมการปักปันเขตแดนทางบก (JBC) ฝ่ายไทยชุดใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทสถานการณ์ปัจจุบัน โดยต้องเป็นไปตามกระบวนการทางราชการภายหลังการจัดตั้งรัฐบาลและการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
ทั้งนี้ การที่ฝ่ายกัมพูชาพยายามเร่งรัดให้มีการเจรจาในช่วงเวลาอันสั้นหลังรัฐบาลใหม่ของไทยเริ่มปฏิบัติหน้าที่ อาจสะท้อนถึงความไม่สอดคล้องกับบริบทและกลไกภายในของไทย ซึ่งการเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้านถือเป็นปัจจัยสำคัญไม่น้อยไปกว่าสาระของการเจรจา
ในปัจจุบัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยอยู่ระหว่างการหารือเชิงลึก โดยคำนึงถึงสถานการณ์ด้านความมั่นคงบริเวณชายแดนที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ การดำเนินงานจึงต้องอาศัยการบูรณาการข้อมูลระหว่างกระทรวงการต่างประเทศกับหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยเฉพาะกองทัพไทยและกองทัพบก เพื่อกำหนดท่าทีร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ
นายสีหศักดิ์ย้ำว่า ไทยยังคงเปิดกว้างต่อการสื่อสารและการหารือกับกัมพูชา โดยอาจเริ่มจากการพูดคุยในระดับเตรียมความพร้อม ก่อนเข้าสู่การเจรจาอย่างเป็นทางการในกรอบ JBC พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนภายในประเทศร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ยึดมั่นในหลักกฎหมายและกติกาสากล เพื่อให้การแก้ไขปัญหาชายแดนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืน.


