กรมบัญชีกลาง แจงดูแลคู่สัญญารัฐทุกกลุ่ม เท่าเทียมไม่เลือกปฏิบัติ
กรมบัญชีกลาง ย้ำมาตรการช่วยคู่สัญญาภาครัฐครอบคลุมทุกกลุ่ม ไม่ได้เลือกปฏิบัติกับกลุ่มใดเป็นพิเศษ เปิดช่องช่วยตามผลกระทบจริง พร้อมปรับกรอบน้ำมันดีเซลสะท้อนต้นทุน
KEY
POINTS
- กรมบัญชีกลางชี้แจงว่ามาตรการช่วยเหลือคู่สัญญารัฐครอบคลุมทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้เฉพาะผู้รับเหมาก่อสร้าง
- มีการขยายเพดานราคาน้ำมันดีเซลในการคำนวณราคากลางงานก่อสร้างเป็น 69.99 บาทต่อลิตร เพื่อรองรับความผันผวน แต่การคำนวณจริงจะใช้ราคา ณ วันที่คำนวณในพื้นที่นั้นๆ
- คู่สัญญาที่ต้องการความช่วยเหลือต้องมีหลักฐานยืนยันว่าได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวจริงเพื่อประกอบการพิจารณา
ตามที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ากรมบัญชีกลางได้มีการดูแลคู่สัญญาของหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะบริษัทรับเหมาก่อสร้างเป็นพิเศษ โดยเปิดช่องให้สามารถยกเลิกสัญญาหรือทิ้งงานได้ อีกทั้งยังทำการปรับราคากลางเผื่อต้นทุนดีเซลพุ่งสูงถึง 69.99 บาทต่อลิตร นั้น
นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า มาตรการที่คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐได้ออกมานั้น เป็นการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบที่เป็นคู่สัญญาภาครัฐที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางในทุกประเภทงาน ไม่ว่าจะเป็นงานซื้อ งานจ้าง หรืองานจ้างก่อสร้าง เพราะคู่สัญญาทุกกลุ่มล้วนได้รับผลกระทบในบริบทที่แตกต่างกันไป โดยมิได้เลือกปฏิบัติกับกลุ่มใดเป็นพิเศษ
ทั้งนี้ คู่สัญญาภาครัฐที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือตามมาตรการนี้จะต้องแสดงเอกสารหรือหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาของหน่วยงานของรัฐด้วยว่าได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งนี้จริง
สำหรับกรณีการคำนวณราคางานก่อสร้างของโครงการของรัฐนั้น กรมบัญชีกลางได้ขยายช่วงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล จากเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกิน 50.99 บาทต่อลิตร เป็นไม่เกิน 69.99 บาทต่อลิตร เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในปัจจุบันที่ราคาน้ำมันมีความผันผวนสูง โดยในการคำนวณราคากลาง ต้องใช้ราคาน้ำมันตามราคาจริง ณ อำเภอเมือง ที่สถานที่ก่อสร้างตั้งอยู่ ในวันที่คำนวณราคากลางนั้น มิได้ใช้ราคาสูงสุดตามเพดานแต่อย่างใด


