'สุดาวรรณ'ส่อวืดเก้าอี้ ครม.อนุทิน2 พท.ดัน'นิกร'เสียบแทน'อาทิตย์'รอลุ้น
'สุดาวรรณ' คุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์ พรรคเพื่อไทยเร่งส่ง 'นิกร' คนใกล้ชิดเข้าชิงตำแหน่งรัฐมนตรีในโควตาตระกูลหวังศุภกิจโกศลแทน โดยมี 'อาทิตย์' เป็นอีกแคนดิเดต
KEY
POINTS
- นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล อาจพลาดตำแหน่งรัฐมนตรีเนื่องจากปัญหาด้านการตรวจสอบคุณสมบัติ
- พรรคเพื่อไทยเตรียมส่งนายนิกร โสมกลาง เข้าตรวจสอบคุณสมบัติแทนในโควตาเดิมของตระกูลหวังศุภกิจโกศล
- มีชื่อนายอาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล เป็นอีกหนึ่งตัวเต็งที่อาจได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีแทนในสัดส่วนดังกล่าว
เพื่อไทยปรับโผด่วนหลังสุดาวรรณวืดเก้าอี้รัฐมนตรี
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลระบุว่า เมื่อวันที่ 26 มีนาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เรียกแกนนำพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นายจุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการพรรค เข้าหารือเป็นการเร่งด่วนที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อแจ้งผลการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นของบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี โดยพบว่า นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล มีแนวโน้มไม่ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบคุณสมบัติสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรี ส่งผลให้พรรคเพื่อไทยมีความจำเป็นต้องพิจารณาส่งชื่อบุคคลใหม่เพื่อเข้าดำรงตำแหน่งแทนในทันที เพื่อไม่ให้กระทบต่อการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีในภาพรวมที่กำลังดำเนินการอยู่ขณะนี้
เปิดตัวนิกรโสมกลางคนใกล้ชิดเตรียมเสียบแทนโควตา
ภายหลังจากการแจ้งข้อมูลดังกล่าว มีกระแสข่าวสะพัดว่าพรรคเพื่อไทยได้เตรียมการส่งชื่อ นายนิกร โสมกลาง ซึ่งเป็นบุคคลใกล้ชิดของนางสาวสุดาวรรณ ให้แก่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการส่งต่อไปยัง 18 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างละเอียดตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยนายนิกรถูกวางตัวให้เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีภายใต้โควตาการเมืองเดิมของตระกูลหวังศุภกิจโกศล ซึ่งนายนิกรมีภูมิหลังเป็นบุตรชายของ นายสมศักดิ์ โสมกลาง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา สังกัดพรรคไทยรักไทยในอดีต ทำให้มีความเชี่ยวชาญและฐานการเมืองในพื้นที่ที่ชัดเจนและเป็นที่ไว้วางใจของทางกลุ่มการเมือง
จับตาอาทิตย์ หวังศุภกิจโกศลแคนดิเดตสำรองชิงเก้าอี้
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากชื่อของนายนิกรแล้ว ยังปรากฏกระแสข่าวอีกด้านหนึ่งที่ระบุว่า ชื่อของ นายอาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล ซึ่งเป็นบุตรชายของ นายวีระศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเต็งที่มีการนำเสนอชื่อให้เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีทดแทนเช่นเดียวกัน สถานการณ์ในขณะนี้จึงถือเป็นการขับเคี่ยวกันภายในกลุ่มเพื่อคัดสรรบุคคลที่เหมาะสมที่สุดในการรักษาโควตารัฐมนตรีของตระกูล ซึ่งต้องรอผลการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานตรวจสอบและคำสั่งแต่งตั้งอย่างเป็นทางการต่อไป ท่ามกลางการจับตามองของหลายฝ่ายว่าใครจะเป็นผู้คว้าเก้าอี้รัฐมนตรีในสัดส่วนนี้ไปครองได้สำเร็จในท้ายที่สุด


