posttoday

เกาะติดโผครม.อนุทิน2สะพัดเพื่อไทยเปลี่ยนตัวขุนพลโคราชหลังสุดาวรรณวืด

27 มีนาคม 2569

ทำเนียบรัฐบาลป่วนหลังผลตรวจคุณสมบัติเบื้องต้นทำนางสาวสุดาวรรณส่อชวดเก้าอี้รัฐบาลอนุทิน 2 ส่งผลให้พรรคเพื่อไทยต้องเร่งส่งนายนิกรโสมกลางเสียบแทนในโควตาเดิม

KEY

POINTS

  • การปรับเปลี่ยนโควตาเพื่อไทย: นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ส่อวืดเก้าอี้รัฐมนตรีหลังไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติเบื้องต้น ทำให้พรรคต้องส่ง นายนิกร โสมกลาง เข้าตรวจสอบแทนเพื่อรักษาโควตาตระกูลหวังศุภกิจโกศล
  • โครงสร้างรัฐบาลเน้นความปลอดภัยทางกฎหมาย: การตั้งนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย (วิษณุ 2) สะท้อนเจตนาของรัฐบาลอนุทิน 2 ที่ต้องการความรัดกุมด้านระเบียบกฎหมายเป็นพิเศษ
  • การผสานพลังรุ่นเก่าและรุ่นใหม่: โผ ครม. ชุดนี้มีจุดเด่นที่การดึงทายาทนักการเมืองรุ่นใหม่ (ลูกเทพ) เข้ามาเสริมทัพ ในขณะที่ตำแหน่งคุมบังเหียนหลักยังคงเป็นนักการเมืองรุ่นเก๋าที่มีประสบการณ์สูงเพื่อให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ

แรงกระเพื่อมในโควตาเพื่อไทย: เมื่อตระกูลดังต้องขยับหมาก
บรรยากาศการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เริ่มมีความชัดเจนและเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวภายในพรรคเพื่อไทย เมื่อมีรายงานด่วนว่า นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล แคนดิเดตรัฐมนตรีคนสำคัญ มีแนวโน้มที่จะพลาดตำแหน่งเนื่องจากปัญหาด้านการตรวจสอบคุณสมบัติที่ไม่ผ่านเกณฑ์เบื้องต้น

เหตุการณ์นี้ส่งผลให้เกิดการหารืออย่างเร่งด่วนที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา โดยนายกรัฐมนตรีได้เรียกแกนนำพรรคเพื่อไทย ทั้งนายจุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เข้าพบเพื่อแจ้งผลการตรวจสอบดังกล่าวและหาทางออกร่วมกัน

การปรับเปลี่ยนตัวบุคคลในโควตาของตระกูลหวังศุภกิจโกศลกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไข เพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่กระทบต่อภาพรวมและความเชื่อมั่น แหล่งข่าวระดับสูงระบุว่า "พรรคจำเป็นต้องพิจารณาส่งชื่อบุคคลใหม่ในโควตาเดิมเพื่อให้การจัดตั้ง ครม.ดำเนินต่อไปได้" นำมาสู่การปรากฏชื่อของ นายนิกร โสมกลาง และ นายอาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล เป็นสองแคนดิเดตหลักที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทนในสัดส่วนนี้ โดยนายนิกรถือเป็นตัวเต็งอันดับต้นๆ เนื่องจากมีความใกล้ชิดกับนางสาวสุดาวรรณและเป็นทายาทนักการเมืองที่มีฐานเสียงเข้มแข็งในพื้นที่นครราชสีมา
 

เปิดโฉมหน้า "อนุทิน 2": การผสมผสานระหว่างรุ่นเก๋าและสายเลือดใหม่
โครงสร้างของ ครม. อนุทิน 2 ไม่ได้มีเพียงแค่การปรับเปลี่ยนในปีกเพื่อไทย แต่ยังเผยให้เห็นยุทธศาสตร์การวางตัวบุคคลที่น่าสนใจ โดยมีการดึงกลุ่ม "ลูกเทพ" หรือนักการเมืองรุ่นใหม่เข้ามารับหน้าที่สำคัญหลายตำแหน่ง อาทิ นายไชยชนก ชิดชอบ, นายภราดร ปริศนานันทกุล และนางสาวปิยรัตน์ ติยะไพรัช สะท้อนถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับการเมืองยุคใหม่ ขณะที่ตำแหน่งหลักยังคงยึดโยงกับขุนพลมืออาชีพ โดยนายอนุทินจะควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อดูแลกลไกการปกครองทั่วประเทศด้วยตนเอง

นอกจากนี้ การวางตัว นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ให้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กลายเป็นจุดโฟกัสที่สำคัญยิ่ง โดยเขาถูกขนานนามว่าเป็น "วิษณุ 2" ที่จะเข้ามาทำหน้าที่กลั่นกรองข้อกฎหมายและระวังหน้าหลังให้กับรัฐบาลอย่างรัดกุม

ขณะที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ถูกวางตัวให้ดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นกระทรวงยุทธศาสตร์ในการดูแลฐานรากของประเทศ ควบคู่ไปกับ นายทรงศักดิ์ ทองศรี ที่ถูกเสนอชื่อขึ้นเป็นรองนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งแรก ตอกย้ำภาพลักษณ์รัฐบาลที่เน้นทั้งการบริหารพื้นที่และการจัดการทางกฎหมายอย่างเป็นระบบ

บทสรุปและทิศทางต่อไป: ด่านสุดท้ายก่อนการทูลเกล้าฯ
สถานการณ์ในขณะนี้ถือเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการตรวจสอบคุณสมบัติรายบุคคลอย่างละเอียดผ่าน 18 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นด่านสำคัญที่จะชี้ขาดว่ารายชื่อทั้งหมดจะสามารถผ่านการคัดกรองได้ครบถ้วนหรือไม่ โดยเฉพาะนายนิกร โสมกลาง ที่ต้องรับภาระในการรักษาพื้นที่ฐานเสียงโคราชแทนตระกูลหวังศุภกิจโกศล การปรับหมากในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของพรรคเพื่อไทยที่พร้อมเปลี่ยนตัวผู้เล่นเพื่อรักษาเสถียรภาพของพรรคร่วมรัฐบาลและป้องกันปัญหาข้อกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

สำหรับแนวโน้มในอนาคต หากการตรวจสอบคุณสมบัติเสร็จสิ้นตามกรอบเวลา คาดว่าจะมีการนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ภายในสัปดาห์นี้ ผลกระทบจากการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีอาจส่งผลต่อการบริหารจัดการในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่างบ้างในช่วงแรก แต่ด้วยบารมีของตระกูลโสมกลางและหวังศุภกิจโกศลที่ยังคงแนบแน่น คาดว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มสูบเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานรากตามที่วางนโยบายไว้ 

ข่าวล่าสุด

'เพชร' ซัดรัฐบริหารน้ำมันล้มเหลว ทำต้นทุนพุ่ง จี้ออกมาตรการช่วย 5 ข้อ