'เพชร' ซัดรัฐบริหารน้ำมันล้มเหลว ทำต้นทุนพุ่ง จี้ออกมาตรการช่วย 5 ข้อ
‘เพชร กรุณพล’ พรรคประชาชน เผยวิกฤตน้ำมันสะท้อนรัฐบริหารล้มเหลว ทำต้นทุนคนทำธุรกิจร้านอาหารพุ่ง รายย่อยกระทบหนัก พร้อมชูข้อเสนอให้รัฐช่วยเหลือ 5 เรื่อง
27 มี.ค.2569 กรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคประชาชน สะท้อนวิกฤตน้ำมันส่งผลกระทบธุรกิจร้านอาหาร ร้านค้ารายย่อย
กรุณพล กล่าวว่า คนทำธุรกิจทุกชนิดคงหนีไม่พ้น “ลูกค้าหาย ส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้น” สำหรับครอบครัวของตนก็ทำธุรกิจร้านอาหารมาแล้วกว่า 40 ปี ตนก็อยากจะสะท้อนเสียงจากผู้ได้รับผลกระทบถึงผู้ที่มีส่วนในการรับผิดชอบทุกคนในการแก้ไขวิกฤตครั้งนี้ ซึ่งการปล่อยให้ราคาน้ำมันพุ่งถึง 6 บาทในคืนเดียว จำทำให้ร้านอาหารไทยตกอยู่ในภาวะทางตัน
กรุณพลกล่าวว่า การประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร หลังนโยบายตรึงราคาล้มเหลวไม่เป็นท่า กำลังกลายเป็นวิกฤตที่บีบให้ร้านอาหารนับแสนรายต้อง "เลิกขาย" หรือ "แบกหนี้" ทันที รัฐบาลกำลังบีบจมูกผู้ประกอบการรายเล็กค่อยๆตาย
โดยวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันในปัจจุบันได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงใน 3 ระดับ ดังนี้ ระดับผู้ประกอบการรายย่อย ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ผลกำไรที่เหลือน้อยอยู่แล้วลดลงอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการหลายรายจำเป็นต้องปิดกิจการเนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนก๊าซหุงต้มและน้ำมันได้
ขณะที่ระดับผู้ประกอบการขนาดกลาง เผชิญกับสภาวะกดดันจากทุกทิศทาง โดยมีต้นทุนคงที่ในระดับสูง ในขณะที่กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงเนื่องจากต้องสำรองเงินไว้สำหรับค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน
ส่วนระดับผู้ประกอบการรายใหญ่ ระบบการขนส่งหยุดชะงัก ภาวะขาดแคลนน้ำมันได้ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและสายการกระจายสินค้า ซึ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน
กรุณพล กล่าวต่อว่า ทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามานี้คือความล้มเหลวของการดำเนินนโยบาย การใช้นโยบายแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยการตรึงราคาจนทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขาดทุนอย่างมหาศาล และตามด้วยการปล่อยลอยตัวราคาอย่างฉับพลัน สะท้อนให้เห็นถึงการขาดวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการ การปรับราคาน้ำมันอย่างกะทันหันถือเป็นการทำลายระบบเศรษฐกิจอย่างรุนแรง การที่ภาครัฐเลือกที่จะฝืนกลไกตลาดจนเกิดความเสียหาย ได้สร้างภาระอันหนักหน่วงให้แก่ผู้ประกอบการที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูธุรกิจ
กรุณพลจึงได้เสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับภาครัฐ ดังนี้
1) มาตรการลดภาษีอย่างเร่งด่วน ดำเนินการลดหย่อนภาษีสรรพสามิตน้ำมันในทันทีและทำให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
2) การให้ความช่วยเหลือแบบเฉพาะเจาะจง สนับสนุนและอุดหนุนราคาพลังงานให้แก่กลุ่มผู้ผลิตอาหาร เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาอาหารและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
3) การปรับโครงสร้างอย่างทันท่วงที: ยุติการเอื้อประโยชน์แก่นายทุนด้านพลังงาน และหันมาให้ความสำคัญกับการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
4) การส่งเสริมการเข้าสู่ระบบภาษี ใช้โอกาสนี้จูงใจให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษีที่ถูกต้อง โดยการสนับสนุนแหล่งเงินทุนให้แก่ผู้ที่เข้าร่วม
5) การปรับลดภาระภาษี เพิ่มสัดส่วนการหักค่าใช้จ่ายเหมาสำหรับการคำนวณภาษี จากร้อยละ 60 เป็นร้อยละ 90 เพื่อช่วยลดภาระให้แก่ผู้ประกอบการ
นอกจากนี้กรุณพลยังได้กล่าวถึงข้อเสนอแนะสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารในการรับมือวิกฤต
1) การบริหารจัดการรายการอาหาร ยกเลิกรายการอาหารที่มีผลกำไรต่ำและมีต้นทุนแฝงสูงในทันที
2) การจัดหาวัตถุดิบในพื้นที่ ลดการพึ่งพาผู้จัดจำหน่ายที่อยู่ห่างไกล และหันมาใช้วัตถุดิบในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อลดต้นทุนการขนส่ง
3) การเพิ่มประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงานในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน และนำเทคโนโลยีประหยัดพลังงานมาปรับใช้อย่างจริงจัง
"หากภาครัฐยังคงบริหารงานในลักษณะการแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นแล้ว ธุรกิจร้านอาหารทั่วประเทศอาจต้องเผชิญกับภาวะซบเซาอย่างหนัก และความไม่พอใจของประชาชนจะเป็นผลลัพธ์ที่สร้างความเสียหายอย่างประเมินค่ามิได้แก่รัฐ" กรุณพล กล่าวทิ้งท้าย


