ชัยชนะจี้พาณิชย์แจงปมสต็อกปุ๋ยยูเรียสับสนหวั่นซ้ำเติมชาวนา
ชัยชนะ เดชเดโช จี้พาณิชย์แจงปมสต็อกปุ๋ยยูเรียสับสนหวั่นซ้ำเติมนา เปิดลิสต์สินค้าพุ่งคุมเข้มราคาเป็นธรรม ย้ำรัฐต้องจริงใจเผยข้อเท็จจริงช่วยเกษตรกรพ้นวิกฤตเศรษฐกิจ
KEY
POINTS
- นายชัยชนะ เดชเดโช เรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสต็อกปุ๋ยยูเรีย สูตร 46-0-0
- เกิดความสับสนเนื่องจากข้อมูลของรัฐบาลขัดแย้งกัน โดยเคยแจ้งว่ามีปุ๋ยถึงเดือนสิงหาคม แต่ล่าสุดระบุว่ามีใช้ถึงแค่เดือนเมษายน
- ความไม่ชัดเจนดังกล่าวสร้างความกังวลให้เกษตรกรว่าจะเกิดภาวะปุ๋ยขาดแคลนหรือราคาพุ่งสูงขึ้น เป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อน
ชัยชนะบี้รัฐแจงปมสต็อกปุ๋ยยูเรียสับสนหวั่นซ้ำเติมนา
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ณ ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาแถลงการณ์แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์วิกฤตค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะประเด็นการพุ่งสูงขึ้นของราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึงลิตรละ 6 บาท ซึ่งการขยับราคาดังกล่าวได้ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคหลายรายการปรับตัวสูงขึ้นทันทีในตลาด ส่งผลให้ภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่ากลัว
นายชัยชนะระบุว่าในฐานะตัวแทนของประชาชน ตนไม่อาจนิ่งเฉยต่อความเดือดร้อนที่ถาโถมเข้าใส่กลุ่มเกษตรกรและผู้บริโภคทั่วประเทศในขณะนี้ได้
ประเด็นสำคัญที่นายชัยชนะเน้นย้ำคือความสับสนในการให้ข้อมูลของรัฐบาลเกี่ยวกับ "ปุ๋ยยูเรีย สูตร 46-0-0" ซึ่งถือเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญที่สุดสำหรับชาวนาในฤดูกาลที่ข้าวกำลังเจริญเติบโต นายชัยชนะแฉว่ารัฐบาลให้ข้อมูลเรื่องสต็อกปุ๋ยกลับไปกลับมาอย่างมีพิรุธ
โดยก่อนหน้านี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เคยยืนยันต่อสาธารณชนว่ามีปริมาณปุ๋ยสำรองเพียงพอใช้ไปจนถึงเดือนสิงหาคม แต่ในทางปฏิบัติล่าสุดกลับมีการระบุว่าปุ๋ยจะมีใช้ได้ถึงเพียงแค่เดือนเมษายนเท่านั้น ความลักลั่นของข้อมูลนี้สร้างความกังวลใจให้แก่เกษตรกรอย่างมาก ว่าแท้จริงแล้วรัฐบาลกำลังปกปิดข้อเท็จจริงเรื่องการขาดแคลนปุ๋ยหรือราคาที่จะพุ่งสูงขึ้นในอนาคตหรือไม่ จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์ตอบความจริงต่อสังคมโดยด่วน
เปิดลิสต์สินค้าพุ่งตามน้ำมันจี้พณ.คุมเข้มราคาเป็นธรรม
นอกจากประเด็นเรื่องปุ๋ยแล้ว นายชัยชนะยังชี้ให้เห็นถึงผลกระทบจากการที่น้ำมันดีเซลปรับราคาขึ้นลิตรละ 6 บาท ที่ทำให้สินค้าจำเป็นหลายรายการปรับตัวสูงขึ้นตามอย่างรวดเร็ว เช่น ถุงพลาสติก น้ำมันพืช ถั่วลิสง และน้ำตาลทราย ซึ่งสินค้าเหล่านี้เป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตประจำวัน
นายชัยชนะจึงเสนอ 3 มาตรการเหล็กเพื่อให้รัฐบาลนำไปปฏิบัติประการแรก รัฐต้องมีมาตรการคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคทุกรายการที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างเข้มงวด โดยห้ามมิให้มีการปรับราคาขึ้นสูงเกินความเป็นจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสินค้าที่ไม่ได้มีต้นทุนผูกติดกับราคาน้ำมันโดยตรง รัฐบาลควรต้องเข้าไปพยุงราคาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วนที่สุด
ประการต่อมา นายชัยชนะได้ตั้งคำถามสำคัญถึงกลไกราคาในอนาคต โดยระบุว่ารัฐบาลต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่า หากในวันข้างหน้าราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ราคาสินค้าที่เคยปรับขึ้นไปแล้วนั้นจะต้องมีการปรับลดราคาลงตามสัดส่วนต้นทุนที่ลดลงทันทีหรือไม่
ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการอาศัยช่วงวิกฤตฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภคในระยะยาว และประการสุดท้าย รัฐบาลจำเป็นต้องมีแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจในระดับโครงสร้าง มากกว่าการออกมาแก้ปัญหาแบบวัวหายล้อมคอกหรือแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ เพื่อให้ประเทศมีเกราะป้องกันที่ยั่งยืน
ย้ำรัฐต้องจริงใจเผยข้อเท็จจริงช่วยเกษตรกรพ้นวิกฤตเศรษฐกิจ
ในช่วงท้ายของการแถลงข่าว รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้กล่าวสรุปและย้ำเตือนไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และคณะรัฐบาลว่า ความจริงใจในการสื่อสารคือหัวใจสำคัญของการบริหารประเทศในยามวิกฤต การที่ข้อมูลเรื่องสต็อกปุ๋ยยูเรียไม่ตรงกันนั้นสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการทำงานและความโปร่งใสของหน่วยงานรัฐ รัฐบาลมีหน้าที่ต้องตอบความจริงกับประชาชนเพื่อให้ทุกคนได้เตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง และต้องมีมาตรการช่วยเหลือที่พุ่งเป้าไปที่กลุ่มเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงแค่คำกล่าวอ้างเลื่อนลอย นายชัยชนะเชื่อว่าหากรัฐบาลดำเนินการตามข้อเสนอทั้ง 3 ประการอย่างเคร่งครัด จะช่วยให้พี่น้องเกษตรกรและประชาชนสามารถผ่านพ้นวิกฤตค่าครองชีพครั้งใหญ่ที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ไปได้
สถานการณ์ราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้นนี้ หากปล่อยไว้โดยไม่มีมาตรการควบคุมที่เด็ดขาด อาจจะลุกลามกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงขึ้น นายชัยชนะในนามพรรคประชาธิปัตย์จึงขอส่งสัญญาณเตือนไปยังรัฐบาลให้เร่งขยับตัวทำงานในเชิงรุก เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนและสร้างความเป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจไทยท่ามกลางสภาวะความผันผวนของราคาน้ำมันโลกที่ยังคงไม่มีความแน่นอนในขณะนี้ และจะติดตามตรวจสอบการทำงานของกระทรวงพาณิชย์อย่างใกล้ชิดต่อไปเพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนจะไม่ถูกซ้ำเติมจากปัญหาสินค้าแพงเกินจริงและการขาดแคลนปัจจัยการผลิตที่สำคัญ


