posttoday

'พรรคประชาชน' จี้ รัฐบาล ชัดเจนข้อมูลปุ๋ย อย่าปล่อยให้มี ‘ไอ้โม่ง’

27 มีนาคม 2569

'พรรคประชาชน' เรียกร้องรัฐบาลชัดเจนเรื่องข้อมูลปุ๋ย เลิกฝากความหวังที่ปุ๋ยธงเขียว - แจกคูปองช่วยเกษตรกร อย่าปล่อยให้มี ‘ไอ้โม่ง’ ในวงการ ‘ปุ๋ยเคมี’

เดชรัต สุขกำเนิด ที่ปรึกษาพรรคประชาชนให้ความเห็นหลังการแถลงข้อมูลในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรด้านปุ๋ยยูเรีย ซึ่งเป็นปุ๋ยที่เกษตรกรใช้กันมากที่สุดและได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางนั้น พบว่า ภายในเวลาเพียง 10 วัน รัฐบาลกลับให้ข้อมูลเรื่องปุ๋ยยูเรียที่ย้อนแย้งและคลาดเคลื่อนอย่างชัดเจน

 

หากไล่เรียงสถานการณ์ย้อนกลับไปในวันที่ 6 มี.ค. 2569 รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าประเทศไทยมีสต็อกปุ๋ยเคมี 1.52 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 0.8 ล้านตันต่อเดือน และสรุปอย่างชัดเจนว่าเพียงพอต่อการใช้ในประเทศ ไม่จำเป็นต้องกักตุน

 

หลังจากนั้น ในวันที่ 17 มี.ค. 2569 การแถลงของ ศบก. โดยศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กลับระบุว่า ปุ๋ยยูเรียจะมีใช้ได้ถึงเดือนพฤษภาคมและยังต้องรอนำเข้าจากซาอุดีอาระเบีย แต่ในวันนี้ (26 มี.ค.2569) กระทรวงพาณิชย์กลับแจ้งว่า ปุ๋ยยูเรียในประเทศจะเพียงพอแค่ถึงปลายเดือนเมษายนเท่านั้น

 

เดชรัตกล่าวว่า จากคำแถลงล่าสุด ประชาชนคงได้คำตอบแล้วว่าปุ๋ยยูเรียอาจไม่ได้มีเพียงพออย่างที่เคยยืนยัน และกำลังมีความเสี่ยงต่อการขาดแคลน โดยกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่าในอีก 4 เดือนถัดไป (พฤษภาคมถึงสิงหาคม) จะมีความต้องการใช้ปุ๋ยยูเรียประมาณ 16-17 ล้านกระสอบ

เดชรัต สุขกำเนิด ที่ปรึกษาพรรคประชาชน

ในสถานการณ์เช่นนี้ รัฐกลับให้ข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงอย่างมากภายในเวลาเพียง 10 วัน ทั้งที่ในความเป็นจริง คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) กำหนดให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าปุ๋ยเคมีต้องรายงานปริมาณสต็อกและปริมาณการนำเข้าทุกวันที่ 10 ของเดือน เพื่อให้ภาครัฐสามารถติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการได้อย่างต่อเนื่อง หมายความว่า ข้อมูลที่รัฐบาลมีควรเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันก่อนที่จะเผยแพร่ออกสู่สาธารณะ

 

สิ่งที่เกิดขึ้นจากคำแถลงของรัฐบาล คือระยะเวลาที่ประเมินเปลี่ยนแปลงไป โดยไม่มีคำอธิบายว่าเกิดจากสาเหตุใด รัฐบาลไม่ได้ชี้แจงว่าสต็อกปุ๋ยเคมี 1.52 ล้านตันนั้นอยู่ที่ใด อยู่ในมือใคร เป็นปุ๋ยสูตรใด รวมถึงไม่มีข้อมูลว่าปุ๋ยที่จะนำเข้าจะมาถึงเมื่อใด ปริมาณเท่าใด และความคืบหน้าในการหาแหล่งปุ๋ยทดแทนอยู่ในระดับใดแล้ว ประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกร จะสามารถเชื่อมั่นในข้อมูลของรัฐบาลได้จริงหรือ

 

สิ่งที่น่ากังวลคือ เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปัญหานี้เกิดจากการที่รัฐบาลไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน หรือมีบางอย่างในระบบที่รัฐยังมองไม่เห็น หรือมี “ไอ้โม่ง” ในวงการปุ๋ยเคมี แบบที่สังคมสงสัยในกรณีของสถานการณ์การขาดแคลนน้ำมันในสถานบริการน้ำมันเช่นที่ผ่านมา

เดชรัตกล่าวถึงแนวทางที่กระทรวงพาณิชย์จะมีการนำปุ๋ยสูตรสำเร็จมาใช้แทนปุ๋ยยูเรีย และใช้ปุ๋ยอินทรีย์มากขึ้น พรรคประชาชนได้เคยแถลงไปแล้วว่า แม้จะเป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำได้ แต่ก็อาจจะมีข้อจำกัดหลายประการ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เองก็เคยแถลงเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ว่าจะไปประสานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการใช้ปุ๋ยดังกล่าว แต่เมื่อผ่านไป 10 วัน กระทรวงพาณิชย์ก็ยังแถลงเช่นเดิมว่า จะประสานกับกระทรวงเกษตร โดยที่ไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมแต่อย่างใด พรรคประชาชนคาดหวังว่า ในสถานการณ์ที่มีความสุ่มเสี่ยงเช่นนี้ การประสานงานระหว่างกระทรวงต่างๆ ของรัฐบาลจะเป็นไปอย่างจริงจังและทันการณ์มากกว่าเดิม เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องเกษตรกร

 

ข้อเท็จจริงอีกประการหนึ่งที่พรรคประชาชนอยากแจ้งทางกระทรวงพาณิชย์ไว้ก็คือ ล่าสุด ราคาปุ๋ยสูตรสำเร็จหลายชนิดก็มีการปรับราคาขึ้นไปแล้ว โดยที่กระทรวงพาณิชย์ยังแจ้งว่า ไม่มีผู้ประกอบการรายใดขอขึ้นราคาปุ๋ยเคมี (ซึ่งเป็นสินค้าควบคุม) ก็ตาม

 

เดชรัตกล่าวทิ้งท้ายว่า เช่นเดียวกับ มาตรการจำหน่วยปุ๋ยธงเขียว ราคาประหยัดที่กระทรวงพาณิย์แจ้งว่าจะดำเนินการ และในวันนี้ ก็ได้นำเสนอตัวเลขเป้าหมายที่ 1 ล้านกระสอบ หรือประมาณ 50,000 ตัน ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน (ประมาณ 5,000 ตัน) แต่ก็ยังนับเป็นปริมาณที่น้อยเพียงประมาณ 1% ของความต้องการใช้ปุ๋ยทั้งหมดเท่านั้น พรรคประชาชนขอยืนยันในข้อเสนอเดิมว่า การให้คูปองส่วนลดในการซื้อปุ๋ยเคมีจะเป็นแนวทางที่เข้าถึงและครอบคลุมเกษตรกรในวงกว้างมากกว่าการจัดโครงการปุ๋ยธงเขียว

ข่าวล่าสุด

เมื่อ AI กำลังจะทำให้ Val Kilmer ที่เสียชีวิตกลับมาเล่นหนัง