posttoday

เมื่อ AI กำลังจะทำให้ Val Kilmer ที่เสียชีวิตกลับมาเล่นหนัง

27 มีนาคม 2569

ฮอลีวูดสั่นสะเทือน เมื่อ AI ถูกใช้คืนชีพ Val Kilmer กลับมาโลดแล่นบนจอเงิน จุดชนวนคำถามใหม่ถึงจริยธรรม งานสร้าง และอนาคตนักแสดงในวงการนับจากนี้

เมื่อพูดถึง AI หนึ่งในกลุ่มที่แสดงท่าทีต่อต้านอย่างหนักคือ ฮอลีวูด หรือ อุตสาหกรรมภาพยนตร์สหรัฐฯ สาเหตุจากความเป็นไปได้ในการเข้ามาทดแทนและแย่งงาน ไปจนการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างกว้างขวางที่นำไปสู่การตั้งคำถามในหลายด้าน ทำให้คนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และสหภาพแรงงานพากันแสดงความไม่เห็นด้วย

 

แต่ปัญหาจะซับซ้อนไปอีกขั้น เมื่อมีการนำ AI มาใช้ทดแทนดาราที่เสียชีวิตไปแล้ว

 

เมื่อ AI กำลังจะทำให้ Val Kilmer ที่เสียชีวิตกลับมาเล่นหนัง

 

การนำ AI มาใช้ทดแทน Val Kilmer เพื่อใช้ในฉบับภาพยนตร์

 

หลายท่านคงรู้จัก Val Kilmer ดาราดังที่มีบทบาทสำคัญใน Top Gun ทั้งสองภาค ก่อนเสียชีวิตไปในปี 2025 ด้วยวัย 65 ปี จากโรคมะเร็งลำคอ แต่ล่าสุดมีข่าวว่าเราอาจได้เห็นเขาบนหน้าจออีกครั้งในภาพยนตร์เรื่อง As Deep As the Grave ไม่ใช่เพียงในฐานะภาพยนตร์เรื่องสุดท้าย แต่เป็นตัวเขาที่ถูกสร้างขึ้นจาก AI

 

เดิมบทบาทของ Val Kilmer ในภาพยนตร์คือ Father Fintan บาทหลวงคาทอลิกผู้นำทางจิตวิญญาณของชนพื้นเมืองอเมริกัน และสนับสนุนสิทธิของชนพื้นเมืองอเมริกัน เป็นบทบาทที่ถูกวางเอาไว้ให้เขามาตั้งแต่ต้น เขาเซ็นสัญญากับภาพยนตร์เรื่องนี้ก่อนเสียชีวิต แต่ด้วยข้อจำกัดทางสุขภาพทำให้เขาไม่สามารถถ่ายทำให้เสร็จสมบูรณ์และจากไป

 

แม้เผชิญกับข้อจำกัดทีมงานก็ไม่ต้องการดึงดาราใหม่มาถ่ายซ่อม เพราะบทบาทนี้ตรงกับภูมิหลังดั้งเดิมของนักแสดง ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงหันไปพึ่งพา Generative AI แทน ด้วยการสนับสนุนจากครอบครัวและทายาทของเขา ที่ยืนยันว่า Val Kilmer ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในภาพยนตร์เรื่องนี้จริงๆ

 

ด้วยเหตุนี้ทีมจึงได้นำข้อมูลของ Val Kilmer มาป้อนเข้าสู่โมเดล โดยใช้ข้อมูลจากช่วงชีวิตของเขามาฝึกฝนเพื่อจำลองบุคลิก แล้วเตรียมนำไปปรากฏตัวบนส่วนสำคัญของภาพยนตร์ เพื่อจำลองตัวตนของเขาในแต่ละช่วงเวลาให้ออกมามีความสมจริงสูงสุด และนำไปรับบทบาทสำคัญของภาพยนตร์

 

ในทางหนึ่งนี่จึงถือเป็นมิติใหม่ของฮอลีวูด กับการนำ AI เข้ามาใช้งานในฐานะหนึ่งในดารานำแสดงอย่างเป็นทางการ

 

เมื่อ AI กำลังจะทำให้ Val Kilmer ที่เสียชีวิตกลับมาเล่นหนัง

 

แนวทางการนำคนดังมาเป็น AI ที่เริ่มได้รับการพูดถึงมากขึ้น

 

ประเด็น AI และ ฮอลีวูด เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมายกใหญ่ ตามที่กล่าวไปข้างต้นการนำ AI มาใช้งานเกิดกระแสต่อต้านอย่างกว้างขวาง ทั้งจากสตูดิโอที่มีแนวคิดนำ AI มาทดแทนคนเขียนบท คนทำเอฟเฟค ไปจนนักแสดงประกอบ จนนำไปสู่การประท้วง หรือ การประณาม Seedance 2.0 ของจีนที่นำอัตลักษณ์ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

 

แน่นอนไม่ใช่ทุกคนในฮอลีวูดต่อต้าน AI เสียทั้งหมด บางส่วนก็เห็นด้วยกับการนำมาใช้งานและปรับปรุงคุณภาพผลงานโดยรวม แม้แต่เวทีสูงสุดของภาพยนตร์อย่างออสการ์ ก็ยังมีภาพยนตร์ที่ใช้ AI ในกระบวนการผลิตอย่าง The Brutalist ที่ชนะจนสามารถกวาดไปถึง 3 รางวัล

 

อีกทั้งมีดาราอีกหลายคนที่เห็นด้วยและอนุญาตให้นำอัตลักษณ์ของตนไปใช้ฝึกฝน AI เพื่อนำมาใช้งาน เช่น James Earl Jones ที่อนุญาตให้นำเสียงของเขาไปเทรนโมเดล AI เพื่อรักษาเสียง Darth Vader ไว้ หรือ Matthew McConaughey และ Michael Caine ที่อนุญาตให้ ElevenLabs นำเสียงไปใช้อ่านข่าวหรืออ่านหนังสือเสียง

 

แน่นอนกรณีเหล่านี้ไม่ใช่การละเมิดลิขสิทธิ์หรือนำตัวตนของพวกเขามาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต การนำข้อมูลอัตลักษณ์มาใช้งานมีการขออนุญาตเป็นทางการ แบ่งค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม และถูกต้องโปร่งใสตามกฎหมายทุกประการ เป็นข้อตกลงที่ทั้งผู้สร้างและเจ้าของอัตลักษณ์พอใจและได้ประโยชน์

 

แต่นั่นก็นำไปสู่ข้อถกเถียงหัวข้อที่มีความละเอียดอ่อนในหลายประเด็นเช่นกัน

 

เมื่อ AI กำลังจะทำให้ Val Kilmer ที่เสียชีวิตกลับมาเล่นหนัง

 

ข้อดีและข้อเสียการคืนชีพด้วย AI ที่ยังต้องตั้งคำถาม

 

สำหรับนักแสดงนี่เป็นความปรารถนาอันยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะกรณี Val Kilmer ที่ปรารถนาจะถ่ายทอดบทบาทในภาพยนตร์แต่ร่างกายไม่เอื้ออำนวย การนำ AI มาใช้ในทางหนึ่งจึงถือเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ของเขาให้ลุล่วง เป็นการเติมเต็มความฝันชิ้นสุดและให้เกรียติแก่ผู้ที่จากไป ให้สามารถวาดลวดลายในผลงานสุดท้ายอย่างเต็มที่

 

การที่สามารถรักษาดาราคนเดิมเอาไว้ในบทบาทได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนตัว จะทำให้ทิศทางของภาพยนตร์ยังคงเป็นไปตามที่ตั้งใจ โดยเฉพาะบทที่ออกแบบมาให้กับ Val Kilmer ตั้งแต่แรก และยังอาจเป็นแนวทางใหม่ให้แก่กองถ่ายที่ต้องเกิดการสะดุดจากเหตุไม่คาดฝันของดารานำ ช่วยให้อุตสาหกรรมสามารถไปต่อได้แม้เกิดปัญหาจนแสดงไม่ได้กะทันหัน

 

อย่างไรก็ตามกระแสความไม่พอใจก็เกิดขึ้นเป็นวงกว้าง กับการตั้งคำถามถึงการนำ AI มาใช้สร้าง หุ่นเชิดดิจิทัล เพื่อให้คนในกองมาใช้งาน เนื่องจากการสร้างผู้เสียชีวิตขึ้นมาใหม่ จะให้ความรู้สึกกระอักกระอ่วน ไม่สมจริง น่าขนลุก หรือทำพฤติกรรมและการแสดงไม่สอดคล้องกับตัวตนดั้งเดิมของเขา จนอาจเป็นการทำลายมรดกและเกียรติภูมิที่เขาสะสมมาชั่วชีวิต

 

จริงอยู่นี่เป็นความต้องการของดาราและครอบครัวดาราเพียงคนเดียว แต่ Val Kilmer ในแบบ AI จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ให้สตูดิโออื่นเริ่มทำตาม เมื่อเรื่องนี้กลายเป็นความปกติในการผลิตภาพยนตร์ นักแสดงจะไม่มีตัวตนอีกต่อไป แต่กลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลแทนที่จะเป็นบุคคลมีชีวิตและเลือดเนื้อ นับเป็นการลดทอนความเป็นมนุษย์ของพวกเขา

 

การที่ดารารุ่นเก่าทิ้งภาพลักษณ์และตัวตนเอาไว้ในฐานะ AI และสตูดิโอหยิบจับพวกเขากลับมาใช้งานเรื่อยๆ ในทางหนึ่งยังเป็นการตัดโอกาสนักแสดงหน้าใหม่ไม่ให้แจ้งเกิด แม้จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินในระยะสั้น แต่ในระยะยาวอุตสาหกรรมจะหยุดชะงักและไม่มีคนใหม่เข้ามา ซึ่งจะทำให้ภาพยนตร์ตายลงในที่สุด

 

นับเป็นข้อโต้แย้งที่มีน้ำหนักจากทั้งสองฝ่าย และกลายเป็นข้อถกเถียงอยู่จนปัจจุบัน

 

 

 

ที่มา

 

https://interestingengineering.com/ai-robotics/val-kilmer-appears-posthumously-via-ai

 

https://www.theguardian.com/film/2026/mar/18/val-kilmer-resurrected-in-movie-ai

 

https://variety.com/2026/film/news/val-kilmer-ai-film-as-deep-as-the-grave-1236691042/

ข่าวล่าสุด

บสย.อัดช่วย ลูกหนี้ SMEs จ่ายเครม ลดต้นสูงสุด 50% พักหนี้ 3 เดือน สู้วิกฤตพลังงาน