posttoday

บสย.อัดช่วย ลูกหนี้ SMEs จ่ายเครม ลดต้นสูงสุด 50% พักหนี้ 3 เดือน สู้วิกฤตพลังงาน

27 มีนาคม 2569

บสย.ออกมาตรการ “บสย.พร้อมช่วย” เยียวยา SMEs ฝ่าวิกฤตพลังงาน ช่วยลูกหนี้ที่ถูกจ่ายเคลม ลดเงินต้นสูงสุด 50% พร้อมพักชำระหนี้ 3 เดือน ประคองธุรกิจฝ่าต้นทุนพุ่ง

KEY

POINTS

  • บสย. ออกมาตรการ "บสย. พร้อมช่วย" เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตต้นทุนพลังงาน
  • เสนอส่วนลดเงินต้นสูงสุด 50% สำหรับกลุ่มเปราะบาง และสูงสุด 40% สำหรับลูกหนี้ทั่วไป เพื่อช่วยในการปลดหนี้
  • เปิดให้ลูกหนี้กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและนำเข้า-ส่งออก สามารถพักชำระหนี้ทั้งต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน

ต้นทุนพลังงานที่พุ่งขึ้นไม่ได้กระทบแค่ราคาน้ำมัน แต่กำลังกดทับสภาพคล่องของผู้ประกอบการรายเล็กอย่างต่อเนื่อง ในจังหวะที่หลายธุรกิจยังต้องประคองตัว บสย.จึงขยับมาตรการช่วยลูกหนี้รอบใหม่ หวังพยุง SMEs ให้อยู่รอดในช่วงต้นทุนขาขึ้น

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เดินหน้าขยายมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ต่อเนื่อง รับแรงกดดันจากวิกฤตพลังงานโลกที่กำลังซ้ำเติมต้นทุนธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้าแม่ค้า และกลุ่มอาชีพอิสระที่เปราะบางต่อภาวะราคาน้ำมันและค่าครองชีพขาขึ้น

ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. เปิดเผยว่า บสย.ได้ออกมาตรการ “บสย. พร้อมช่วย” เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ บสย.จ่ายเคลม ให้สามารถ ลด ปลดหนี้ และแก้หนี้ ได้ง่ายขึ้น ผ่านเงื่อนไขการชำระที่ผ่อนปรนขึ้น เพื่อลดภาระทางการเงินและประคับประคองธุรกิจให้อยู่รอดในช่วงที่ต้นทุนพลังงานพุ่งต่อเนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

มาตรการดังกล่าวสอดรับกับแนวทางเร่งด่วนของภาครัฐที่ทยอยออกมาตรการบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมัน ครอบคลุมทั้งกลุ่มเปราะบาง เกษตรกร ผู้ประกอบการขนส่ง และ SMEs ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าขนส่งที่เร่งตัวขึ้น

สำหรับไฮไลต์ของมาตรการรอบนี้ บสย.เปิดทางให้ลูกหนี้ที่ต้องการ ปลดหนี้และปิดบัญชี ได้รับส่วนลดเงินต้นมากขึ้นกว่าปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ โดย กลุ่มเปราะบาง ที่มีหนี้คงเหลือไม่เกิน 200,000 บาท จะได้รับ ส่วนลดเงินต้นสูงสุด 50% จากเดิมปีก่อนที่ลดได้ 30% ขณะที่ ลูกหนี้ SMEs ทั่วไป ที่มีหนี้คงเหลือมากกว่า 200,000 บาท จะได้รับ ส่วนลดเงินต้นสูงสุด 40% จากเดิมที่ลดได้ 15%

การเพิ่มเพดานลดเงินต้นครั้งนี้สะท้อนว่า บสย.กำลังเร่งใช้มาตรการเชิงรุกมากขึ้น เพื่อให้ลูกหนี้สามารถปิดภาระหนี้ได้เร็วขึ้น และลดความเสี่ยงที่ปัญหาสภาพคล่องจะลุกลามกลายเป็นข้อจำกัดต่อการเดินหน้าธุรกิจในระยะยาว โดยในปีนี้ บสย.ตั้งเป้า ปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกหนี้มากกว่า 6,000 ราย และช่วยให้ลูกหนี้สามารถ ปลดหนี้ได้ไม่น้อยกว่า 1,000 ราย

นอกจากการลดภาระเงินต้นแล้ว บสย.ยังออกมาตรการเสริมเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภาคธุรกิจที่เชื่อมโยงกับต้นทุนพลังงานและการค้าโลก โดยเฉพาะ กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว และ ธุรกิจนำเข้า-ส่งออกที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับแรงกดดันทั้งจากต้นทุนการเดินทาง ค่าขนส่ง และภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในหลายตลาด

ลูกหนี้ในกลุ่มดังกล่าวที่อยู่ระหว่างผ่อนชำระตามแผนปรับโครงสร้างหนี้ และ ไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ สามารถขอรับสิทธิ พักชำระค่างวดนาน 3 เดือน ได้ ทั้งในส่วนของ เงินต้นและดอกเบี้ย เพื่อช่วยบรรเทาภาระระยะสั้นและเพิ่มพื้นที่ให้ธุรกิจสามารถจัดการสภาพคล่องได้ดีขึ้นในช่วงต้นทุนผันผวน โดยเปิดให้ ลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม - 14 เมษายน 2569
 

สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นลูกหนี้ บสย. และต้องการเข้าร่วมมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ หรือผู้ประกอบการในกลุ่มท่องเที่ยวและธุรกิจนำเข้า-ส่งออกที่เกี่ยวเนื่อง สามารถติดต่อ บสย.เพื่อขอรับรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ โดยสาระสำคัญของมาตรการรอบนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการ “ยืดหนี้” แต่เป็นการเพิ่มเครื่องมือให้ผู้ประกอบการรายเล็กมีโอกาสตั้งหลักใหม่ได้เร็วขึ้น ในจังหวะที่ต้นทุนพลังงานยังเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจฐานราก

ข่าวล่าสุด

มูลนิธิธนชาตฯ แท็กทีม MBK แจกฟรี "มะพร้าวน้ำหอม" 10,000 ลูก สกัดวิกฤตราคาตกต่ำ-โชว์ Soft Power ไทย